ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก พร้อมวิธีการดูแลรักษาหลังผ่าตัด

20.04.22 | 11:29 น.

หากพูดถึงการศัลยกรรมเพื่อเนรมิตโครงหน้าใหม่ให้เรียวสวยได้รูป เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึงการศัลยกรรมคาง เพราะการเสริมคางมีส่วนอย่างยิ่งในการเสกใบหน้าให้ดูเรียวยาว ออกแบบใบหน้าให้สมส่วนและดูมีมิติ ยิ่งคางรับกับใบหน้ามากเท่าไหร่ ใบหน้าจะยิ่งสวยละมุนน่ามองมากขึ้นเท่านั้น โดยวิธีการเสริมคางแบบผ่าตัดนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองรูปแบบ คือการเสริมคางแผลนอกและการเสริมคางแผลใน ซึ่งความนิยมจะเน้นไปทางการเสริมคางแบบแผลในเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะเหตุผลหลักคือไม่มีรอยแผลเป็นกวนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วการเสริมคางแผลนอกก็มีข้อดีหลายอย่างไม่แพ้กัน

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

แม้คนส่วนใหญ่จะนิยมศัลยกรรมเสริมคางแผลใน เพราะเป็นการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปากทำให้ไม่ต้องกังวลว่าใครจะเห็นแผลเป็น แต่ต้องบอกว่าการศัลยกรรมเสริมคางแผลนอกก็มีข้อได้เปรียบอยู่หลายอย่าง โดยการศัลยกรรมเสริมคางแผลนอกหรือการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คางจะเจ็บน้อยกว่าเพราะไม่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและระบบประสาทมากนัก สามารถปรับแก้ทรงคางได้ง่ายกว่าหากในอนาคตเกิดปัญหาคางเบี้ยว นอกจากนี้ยังมีวิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัดง่ายกว่าการผ่าตัดแบบแผลในอีกด้วย

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมคางแผลนอก

สำหรับใครที่เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมคางแล้ว วิธีดูแลแบบทั่วไปคือช่วง 3 วันแรกให้ประคบเย็นเพื่อให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น และอีก 3 วันถัดมาให้เปลี่ยนมาเป็นการประคบร้อน ควรนอนหนุนหมอนสูงเพราะช่วยลดอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบบริเวณคาง เช่น การออกกำลังกาย การร้องไห้ เป็นต้น

Advertisement

สำหรับการศัลยกรรมเสริมคางแผลนอกมีข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมคือแผลผ่าตัดจะต้องไม่โดนน้ำเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาจทำให้แผลสกปรก ต้องรักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดด้วยการใช้สำลีชุบน้ำเกลือค่อย ๆ เช็ดบริเวณแผล จากนั้นควรทาแผลด้วยเบตาดีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยควรทำแผลทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แผลสะอาดและไม่ติดเชื้อ นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตแผลผ่าตัด หากพบว่ามีอาการบวมหรือเกิดความผิดปกติควรพบแพทย์ทันที

แม้จะเลือกได้ว่าต้องการศัลยกรรมเสริมคางแผลนอกหรือแผลใน แต่ก่อนตัดสินใจศัลยกรรมเสริมคางควรปรึกษา และขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหา และค้นหารูปแบบการเสริมคางที่เหมาะสมกับใบหน้าและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น การพักผ่อนอย่างเพียงพอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดบุหรี่ งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 8 ชั่วโมง ที่สำคัญอย่าลืมแจ้งโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา เพื่อเข้ารับศัลยกรรมอย่างปลอดภัย