ผมขอสวัสดีพี่น้องชาว กทม. ทุกท่านทุกเขตที่มาในวันนี้ ผมเอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเจอพี่น้องชาว กทม. วันนี้ผมมาพร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ผมบอกเสมอมาตั้งแต่แรกว่า ผมจะสร้างกรุงเทพมหานครเป็นเมืองสวัสดิการ ทันสมัย เป็นเมืองต้นแบบของอาเซียนให้ได้ ผมขอยืนยันว่าผมทำได้จริง ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านวิศวกรรมใน 30 ปีที่ผ่านมาของผม ผมว่าการบริหารเมืองนั้นต้องมาด้วยหลักวิชาการ หลักวิศวกรรม เพราะจากการที่เคยได้เข้าพบผู้ว่าฯ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ถามว่าทำไมเขาถึงแก้ปัญหาวิกฤติได้ และได้คำตอบว่า เป็นเพราะเขาใช้หลักวิศวกรรม ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะไม่สามารถต่อสู้กับภัยพิบัติ และต่อสู้กับปัญหาของเมืองได้เลย

ผมลงพื้นที่มาแล้วทั้ง 50 เขต ในกทม. ผมได้ตระหนักถึงหลายปัญหาตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า ทำไมเราต้องตื่นตีสี่เพื่อให้ลูกทานข้าวในรถ แล้วส่งไปโรงเรียนในเมืองที่รถติดแสนสาหัส ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนแพง ๆ ทำไมพ่อแม่ต้องตื่นตีสามเพื่อไปต่อคิวโรงพยาบาล ทั้งที่ใกล้บ้านมีศูนย์สาธารณสุขของ กทม. ทำไมเราต้องทนสูดฝุ่น PM 2.5 ทำไมอาคาร สถานที่ก่อสร้างต้องมีของหล่นใส่ ทำไมน้ำเน่าทุกที่ แม้แต่ฟุตบาททางเท้าก็ยังไม่เท่าเทียมที่ใจกลางเมืองยังจะเรียบกว่าแถวนอกเมือง ที่แทบเดินไม่ได้ ผมเข้าใจปัญหาต่าง ๆ และรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด จนได้กลั่นกรองออกมาเป็นนโยบายที่ผมอยากจะนำเสนอในวันนี้ เพื่อให้พี่น้องทุกท่านได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจผม รวมถึง สก. ทั้ง 50 เขต ว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้ได้ครับ
หลาย ๆ คนถามผมว่า “เปลี่ยนกรุงเทพ” ผมจะเปลี่ยนอะไร ง่าย ๆ ครับ ผมจะเปลี่ยนสองอย่าง คือ “เปลี่ยนเมือง” กับ “เปลี่ยนชีวิต”
เปลี่ยนเมือง คือ การแก้ปัญหาพื้นฐานของเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำซากจนคนกรุงเทพไม่เชื่อแล้วว่าจะมีคนเข้ามาแก้ได้ ผมไม่เถียงครับว่า ลำพังแค่ “คน” แก้ไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ “คน” ใช้ “เทคโนโลยี” บวกกับประสบการณ์ที่ได้ “ทำมาแล้ว” มาช่วยแก้ปัญหา ผมเชื่อครับ ว่าเราแก้ได้
ผมจะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับคน กทม. ด้วยการใช้เครื่องปั๊มน้ำไฟฟ้าและประตูระบายน้ำควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ รวมถึงสร้างแก้มลิงใต้ดินให้เทคโนโลยีช่วยระบายน้ำให้พวกเราอย่างมีประสิทธิภาพ
ผมจะแก้ปัญหาขยะให้กับคนกรุงเทพ โดยการ “เข้าให้ถึง เก็บให้ถี่” ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ต้องไม่มีขยะตกค้าง กำจัดขยะให้หมดทุกวันให้ได้
ผมจะแก้ปัญหาการจราจร ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยมนุษย์วางแผนการจราจร ให้คอมพิวเตอร์เป็นสิบ ๆ เครื่องช่วยกันคิดร่วมกับมนุษย์
ผมจะคืนอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจากฝุ่นพิษ PM 2.5 ให้กับคนกรุงเทพ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์วัดฝุ่น ใช้กล้องตรวจจับฝุ่นพิษ และประกาศสงครามกับรถควันดำ ห้ามรถที่มีค่าฝุ่นพิษเกินมาตรฐานเข้ามาวิ่งในกทม.
ส่วนการ “เปลี่ยนชีวิต” ผมจะทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่คนอยู่แล้ว “มีความสุข สะดวก และปลอดภัย” การที่คนจะมีความสุขได้นั้นต้อง ไม่จน ไม่เจ็บ และได้รับการดูแลอย่างดีในทุก ๆ ด้าน “คุณภาพชีวิตของคน กทม. ต้องดีทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาแล้วทั่วโลก”
ผมจะเปลี่ยนกรุงเทพ ให้เป็นเมืองที่เศรษฐกิจดี ผู้คนมีงานทำ มีโอกาสในการทำงานที่เปิดกว้างและเท่าเทียมกัน มีกองทุนเพื่อการจ้างงานเพื่อการันตีว่าทุกคนในชุมชนจะมีงานทำถ้าอยากทำงาน
ผมจะเปลี่ยนระบบสาธารณสุข ให้คนกรุงเทพได้ใช้บริการศูนย์สาธารณสุขที่ดี ใกล้บ้าน มีหมอเฉพาะทางมาตรวจ มีระบบคิวออนไลน์ ไม่ต้องตื่นตีสี่ไปรอคิวครึ่งวันที่โรงพยาบาล
ผมจะเปลี่ยนการศึกษา โดยใช้ต้นแบบการศึกษาระดับโลกที่ผมไปเจรจาให้เขามาตั้งศูนย์ที่ลาดกระบัง ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ในวิชาที่เขาสามารถเอาไปใช้ได้จริงในอนาคตได้ ผมตั้งใจว่าจะให้นักเรียนของ กทม. ได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูฝรั่งในทุกโรงเรียน

ผมดีใจมากที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวชุมชนวัดพระยาสุเรนทร์ ชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัดพระยาสุเรนทร์เป็นวัดที่ท่านพันตรีพระยาสุเรนทร์ราชเสนา (พึ่ง สิงห์เสนี) เป็นผู้สร้าง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้รัชกาลที่ 5 ในคราวสมโภชน์รัตนโกสินทร์ 100 ปี พระยาสุเรนทร์ท่าน สืบเชื้อสายสืบทอดมาจากปู่ของท่านคือเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงห์เสนี) ผู้เป็นขุนศึกเอกในรัชกาลที่ 3 ในปัจจุบัน พระเดชพระคุณพระสิทธิสิงหเสนี เจ้าอาวาสวัดรูปปัจจุบันก็เป็นผู้สืบเชื้อสายโดยตรงของเจ้าพระยาบดินทร์เดชา และเจ้าพระยาสุเรนทร์ ท่านเป็นที่เคารพเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญเป็นผู้สืบทอดปณิธานในการพัฒนาชุมชนพระยาสุเรนทร์ และชุมชนชาวสามวานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ในบริเวณใกล้เคียงกันนี้ รัชกาลที่ 5 ทรงดำรัสให้ขุด คลองสามวา (คลองลึกหกศอก กว้างสามวา) เป็นแนวตั้ง เชื่อมต่อระหว่าง คลองหกวาด้านทิศเหนือ กับ คลองแสนแสบด้านทิศใต้ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสาธารณูปโภค ในยุคนั้นคลองสามวาเป็นเส้นทางสัญจรประวัติศาสตร์ที่สำคัญระดับโลก เป็นเส้นทางลำเลียงข้าวจากชานเมืองส่งไปยังตัวพระนครเพื่อลงเรือส่งออกไปขายต่างประเทศ
ที่ผมยกเรื่องนี้มาเพื่อแสดงให้ท่านได้เห็นวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ 5 ในอดีต กับความตั้งใจในปัจจุบันของผมที่จะต่อยอดองค์ความรู้ รวมถึงการเรียนรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อการพัฒนาชุมชนพระยาสุเรนทร์ ชุมชนคลองสามวา และเขตใกล้เคียง ไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
ปัญหาแรกที่ผมอยากจะย้ำอีกครั้ง คงหนีไม่พ้นเรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชน
- ไม่มีที่ทำกิน ไม่มีที่ค้าขาย ไม่มีแหล่งงานใกล้บ้าน ตกงาน ว่างงาน ทำให้ต้องมุ่งหน้าเข้าไปทำงานในกรุง ต้องเผชิญปัญหารถติดและเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายส่วนมากไปกับการเดินทาง
- อยากหาตลาดการจำหน่ายเพิ่ม อยากขายสินค้าทางออนไลน์แต่ไม่มีความรู้ด้านออนไลน์
- ไม่มีทุนรอนเบื้องต้นในการค้าขาย
สิ่งแรกที่ผมจะทำเมื่อได้เป็นผู้ว่า กทม. ก็คือ ผมจะอนุญาตให้ ตลาด หาบเร่ แผงลอย ค้าขายได้ทุกวัน ในเมื่อคนเราต้องกินต้องใช้อยู่ทุกวัน ทำไมคนขายถึงจะขายของทุกวันไม่ได้ ขายของเพิ่มได้อีก 1 วัน ก็คือเงินที่พ่อค้าแม่ค้าจะได้รับมากขึ้นไปจุนเจือครอบครัว นอกจากนี้ผมจะหาตลาด และพื้นที่ขายของเพิ่มเติมใกล้เมืองให้พ่อค้าแม่ค้าได้เช่าในราคาถูก ทำให้มีพื้นที่ทำมาหากินเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ผมจะเพิ่มการจ้างงานในชุมชนด้วย “กองทุนเพื่อการจ้างงาน” ให้ชุมชนบริหารและออกแบบโครงการที่จะใช้จากกองทุนนี้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้กองทุนสามารถตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของชุมชน ทำให้คนที่อยากทำงานต้องมีงานทำ สามารถเลี้ยงตัวเองใน “เมืองแห่งโอกาส” นี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เม็ดเงินจากต่างประเทศเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของ กทม. ดีขึ้น สถิติจากปี 2562 ที่ยังไม่มีโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวผ่านกรุงเทพกว่า 20 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันต่อคน ประมาณ 5,000 บาท หากดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่กรุงเทพฯ ได้นานขึ้นเพียงแค่หนึ่งวัน กรุงเทพจะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี นโยบาย “12 เทศกาลใหญ่ 50 เทศกาลเขต” จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวใน กทม. ให้ได้มากขึ้น
- 12 เทศกาลใหญ่ที่ กทม. จะจัดล้วนเป็นเทศกาลระดับโลก เช่น เทศกาลดอกไม้กรุงเทพ, เทศกาลกรุงเทพแห่งความทรงจำ, เทศกาลโคมไฟกรุงเทพ เป็นต้น
- “50 สัปดาห์ 50 เทศกาลเขต” ก็จะดึงเอาของดีของแต่ละเขตมาจัดเป็นเทศกาล เป็นการเปิดถนนคนเดิน จนในที่สุดกลายเป็น “ชุมชนท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ผมตั้งใจว่าจะสนับสนุน กทม. เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี ทุกคนต้องเข้าถึงอินเตอร์เน็ตฟรีอย่างเท่าเทียม ผมจะติดตั้ง Wi-Fi 150,000 จุด เพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนรับรู้ข่าวสาร สามารถเข้าถึงการศึกษา การทำตลาดออนไลน์ได้โดยง่าย เป็นการเปิดโอกาสช่องทางรายได้เข้ามามากยิ่งขึ้น
ปัญหาต่อมาที่ต้องแก้ไข คือ เรื่องการจราจร เขตคลองสามวาซึ่งวันนี้มีประชากรมากกว่า 200,000 คน มีหมู่บ้านหลายพันแห่งและมีปริมาณรถหมุนเวียนต่อวันกว่าแสนคัน แต่มีการวางแผนแก้ไขปัญหาจราจร และการวางแผนด้านระบบขนมวลส่งน้อยมาก ในเขตคลองสามวามีสี่แยกใหญ่ ๆ ที่ปัจจุบันมีรถติดมาก ซึ่งหากแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างสะพานข้ามแยก ก็จะทำให้การเดินทางในพื้นที่คล่องตัวมากขึ้น เช่น
- ถนนนิมิตใหม่ ตัดกับ ถนนหทัยมิตร
- ถนนคู้บอน กับ ถนนพระยาสุเรนทร์
- ถนนหทัยราษฎร์ ตัดกับ ถนนแยกคลองสอง
ดังนั้น นโยบายของผมที่อยากจะทำ เพื่อแก้ปัญหาจราจรเบ็ดเสร็จ มีดังนี้
- ผมจะแก้ปัญหารถติดด้วยคอมพิวเตอร์ AI จากตัวอย่างในประเทศออสเตรเลียที่นำมาใช้ เพราะทุกวันนี้การจัดการจราจรในกรุงเทพมหานครเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เราจึงต้องนำระบบคอมพิวเตอร์ AI มาช่วยใช้ในการจัดการระบบจราจร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- การติดกล้องเพื่อกวดขันวินัยทางจราจร โดยนำมาใช้เป็นข้อบังคับกฎจราจรอย่างเท่าเทียม กล่าวคือ เราสามารถนำเทคโนโลยีมาตรวจจับผู้กระทำความผิดได้ กล้องจะจับการฝ่าฝืนสัญญาณจราจร และใช้ระบบจำทะเบียนรถเชื่อมโยงกับข้อมูลการจดทะเบียน เพื่อออกใบสั่งในอัตราโทษสูงสุด ดังนี้
- กล้องตรวจจับรถฝ่าไฟแดง ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์
- กล้องตรวจจับความเร็ว
- กล้องตรวจจับการเปลี่ยนเลนผิดกฎหมาย
- กล้องตรวจจับรถไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย
- ผมจะขอคืนผิวทางจราจร และขยายทางเท้าให้ได้มาตรฐานสากล ทางเท้าจะต้องเรียบ คนเดินได้สะดวก และมีการตีเส้นการจราจรที่ชัดเจน เพื่อไม่มีสิ่งกีดขวางการเดินรถ และต้องขอคืนพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินโดยเร็วที่สุด
- ผมจะส่งเสริมการใช้จักรยาน โดยสร้างทางจักรยานลอยฟ้าใต้ทางด่วน และใต้เส้นทางรถไฟฟ้า มีพื้นที่จอดในจุดเชื่อมต่อกันกับขนส่งมวลชนสำคัญ ทำให้การใช้จักรยานความปลอดภัย ช่วยลดมลพิษฝุ่นควัน หลีกเลี่ยงปัญหารถติด และสามารถลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนสามารถขี่จักรยานได้ในที่ร่ม เพราะมีกำบังหลังคาจากใต้ทางด่วน ไม่ต้องเจออากาศร้อนครับ ในต่างประเทศมีหลายที่ที่ทำมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Copenhagen เดนมาร์ก Xiamen ประเทศจีนครับ
นโยบายต่อมาของผม คือ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่า น้ำหนุน เหล่านี้คือความทุกข์แสนสาหัสของคนกรุงเทพฯ มาโดยตลอดในทุก ๆ ปี ชุมชนคลองสามวายังมีพื้นที่ด้านเกษตรกรรมเป็นจำนวนมากที่คลองสามวาตะวันตกส่วนมากเป็นชุมชน บ้านจัดสรร และพื้นที่การเกษตร ส่วนคลองสามวาตะวันออกที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรและเรือกสวนไร่นา ปัญหาที่ผมได้พบมา เช่น
- การประสานงานเปิดปิดประตูระบายน้ำล่าช้า ไม่เหมาะสมกับปริมาณน้ำฝน เวลาฝนหลากน้ำท่วมต้องรอเจ้าหน้าที่มาเปิดบ้าง หากุญแจไม่เจอบ้าง ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาคือน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร หรือไม่ก็น้ำท่วมพืชผลการเกษตร ควรมีการแก้ไขปัญหาโดยเปลี่ยนไปใช้การจัดการน้ำด้วยระบบอัจฉริยะโดยใช้คอมพิวเตอร์ AI
- ปัญหาผักตบชวา และการทิ้งขยะลงคูคลองทำให้คลองตื้นเขิน ขยะและผักตบไปอุดทางระบายของประตูระบายน้ำ แก้ปัญหาโดยการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจและจัดตั้งนักสืบชุมชนอาสาสมัครชุมชนช่วยดูแลลำคลอง
- การทิ้งสารเคมีและสารอันตรายลงแม่น้ำจากโรงงาน และนิคมที่ทำให้มีปริมาณสารพิษสะสมในสัตว์น้ำตามธรรมชาติ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ขยะในแม่น้ำลำคลอง น้ำเน่าเหม็น น้ำนิ่งไม่ไหล ปัญหายุงลาย สาธารณสุขชุมชน
- ปัญหาน้ำท่วมปี 54 หรือ ปี 62 การระบายน้ำอย่างไม่เป็นระบบทำให้นิคมบางชัน (มีนบุรี) ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม แก้ไขด้วยระบบริหารการจัดการน้ำที่ดี สร้างความเชื่อมั่นและเข้าใจกับโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
ผมขอเสนอวิธีแก้ไขโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งผมสามารถทำได้จริง ดังนี้
- แก้น้ำท่วมด้วยแก้มลิงใต้ดิน
แก้ปัญหาน้ำรอระบาย โดยการเพิ่มพื้นที่แก้มลิงใต้ดินบริเวณสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำฝนจะระบายไปกักเก็บในแก้มลิงใต้ดิน ลดปริมาณน้ำบนผิวถนนในทันที พร้อมทำการสูบออกต่อไป โดยแก้มลิงใต้ดินมีต้นแบบมาจากอุโมงค์ใต้ดินยักษ์ในประเทศญี่ปุ่น สามารถช่วยลดปริมาณอุทกภัยและน้ำท่วมขัง การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำรวดเร็วขึ้น ประตูกั้นน้ำทะเลหนุนจะสามารถช่วยไม่ให้น้ำทะเลหนุนเข้ามาในพื้นที่ได้ และเทคโนโลยีเตือนภัยฝนตกมีแนวคิดมาจากการแจ้งเตือนภายในประเทศญี่ปุ่น เป็นการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนมีการเตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่กำลังจะมาถึงได้ จากแนวคิดทั้งหมดนี้ สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครได้
- เปลี่ยนใช้ปั๊มไฟฟ้าและประตูระบายน้ำอัตโนมัติ
ปั๊มน้ำและประตูระบายน้ำในกรุงเทพมหานครจะต้องเปลี่ยนจากระบบน้ำมันและใช้คนควบคุม เป็นระบบไฟฟ้าโดยควบคุมด้วยระบบสั่งการอัตโนมัติ มีระบบการแจ้งเตือนน้ำท่วมขังในแต่ละเส้นทางเพื่อดำเนินการสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผมเห็นตัวอย่างมาจากประเทศสิงคโปร์ที่เขานำวิธีมาใช้และแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งตรงนี้เราสามารถเริ่มทำได้ทันที
- เริ่มโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุนแม่น้ำเจ้าพระยา
เริ่มดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดปริมณฑลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หาแนวทางการแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนในระยะยาว ศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ของแนวทางการป้องกันน้ำทะเลหนุนในรูปแบบต่าง ๆ เหมือนในประเทศเนเธอร์แลนด์ เอาชนะวิกฤตกรุงเทพจมน้ำในอนาคตอันใกล้
ปัญหาเรื่อง ขยะ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ผมบอกได้เลยว่า ขยะต้อง
“เข้าให้ถึง เก็บให้ถี่” และเก็บขยะให้ได้ทุกวัน ต้องใช้รถขยะที่หลากหลาย มีขนาดให้เหมาะกับสภาพชุมชนครับ ผมเห็นปัญหาว่าบางชุมชนขยะเข้ามาเก็บอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ซึ่งไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะขยะส่งกลิ่นเน่าเหม็นรบกวนทุกท่าน และไม่เกิดความสะอาดในชุมชน ดังนั้นนโยบายของผมจะต้องมีการ
- เพิ่มรถ: ต้องมีรถขยะทุกขนาดสำหรับทุกพื้นที่ โดยเฉพาะรถขนาดเล็กเพื่อเก็บขยะในซอย
- เพิ่มคน: ต้องเพิ่มคนเก็บขยะ และต้องเพิ่มสวัสดิการให้คนเก็บขยะด้วย เพราะเขาต้องเสี่ยงกับสุขภาพร่างกาย จากความไม่สะอาดในทุก ๆ วัน
- เจ้าหน้าที่ กทม. ต้องจริงจังและใส่ใจ เก็บขยะตรงเวลา
- เราต้องสนับสนุนให้คนในชุมชนแยกขยะอย่างจริงจัง ถังขยะต้องสะอาด และมีป้ายติดแยกชนิดที่ชัดเจน
- ATM ขยะ ใช้ตู้คืนขวดพลาสติกเอาขวดเปล่ามาแลกเงิน
โดยวิธีการกำจัดขยะต้อง “กำจัดขยะทันที ไม่ให้มีขยะตกค้าง”
- ใช้เตาเผาขยะขนาดเล็กติดตั้งกระจายในจุดที่เดินทางไปไม่ไกลนัก และไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน กำจัดขยะต่อวันให้หมด รถขยะก็ไม่ต้องวิ่งข้ามเมือง ทำให้เพิ่มรอบการเก็บขยะได้
- ร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลในการวางแผนขยะครบวงจร
ผมสนับสนุนและให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาครับ เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญในการมีชีวิตที่ดีในอนาคต เด็กทุกคนต้องได้การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ซึ่งปัญหาที่ผมพบเจอมา คือ
- โรงเรียนใกล้บ้านยังไม่ได้มาตรฐานเท่ากับโรงเรียนมีชื่อเสียง
- ยังมีปัญหาเด็กประถมอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
- อัตราการสอบเข้ามหาลัยรัฐได้น้อย พ่อแม่ต้องส่งลูกไปเรียนโรงเรียนเอกชนราคาแพง เช่นโรงเรียนดังในเมือง
- ปัญหารถรับส่ง ศูนย์เด็กเล็ก เนื่องจากผู้ปกครองต้องไปทำงานในเมืองทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงดูและรับส่งบุตรหลาน
โดยนโยบายของผม จะสนับสนุนให้มี
“โรงเรียนดี ใกล้บ้าน” เพื่อสร้างโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง มีมาตรฐานการศึกษาเดียวกันทั่ว กทม. และเพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ
- “50 เขต 50 โรงเรียนต้นแบบ” – ปรับหลักสูตรให้เหมาะสม เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม ลดการบ้าน เพิ่มวิชาเสริมทักษะและประสบการณ์ชีวิต และมีกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กแสดงศักยภาพ ความสามารถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น มีเวลาพบครูประจำชั้น ให้ครูติดตามนักเรียนในทุกด้าน
- “เรียน 3 ภาษา สนับสนุนดนตรี กีฬา และวิชาอนาคต” – เน้นพัฒนาทั้งศาสตร์และศิลป์ควบคู่กัน ให้เด็กได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา รวมทั้งได้เรียนวิชาภาษาที่สาม นอกจากนี้ ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา และจัดการแข่งขันระหว่างโรงเรียนอย่างเป็นระบบ พร้อมพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น Coding AI Robotic และวิชาทักษะอาชีพอื่น ๆ
- “อาหารดี มีคุณภาพ” – เพิ่มค่าอาหารและอาหารเช้าฟรีให้ศูนย์เด็กเล็ก เป็น 40 บาท พร้อมให้นักโภชนาการมืออาชีพมาช่วยจัดรายการอาหาร สำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และยกระดับโรงอาหารให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย สร้างสุขภาวะที่ดีให้นักเรียนอย่างครบวงจร
ปัญหาสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึง คือ เรื่อง สาธารณสุขในกรุงเทพฯ ของเรา เห็นไหมครับว่า ปัจจุบันทำไมเราต้องตื่นเช้า เพื่อไปต่อคิวโรงพยาบาล เราเสียเวลาการเดินทาง และนั่งรอทั้งวันเพื่อพบแพทย์ในแต่ละครั้ง ทั้งที่ใกล้บ้านมีศูนย์สาธารณสุขของ กทม. ผมว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดย ผมจะขอเสนอนโยบายด้านสาธารณสุข คือ “หมอมี สาธารณสุขดี ใกล้บ้าน”
- เพิ่มอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัย ศูนย์สาธารณสุขใกล้บ้าน
สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย จัดทำระบบคิวออนไลน์ เพื่อลดเวลาการรอตรวจและความแออัด รวมทั้งให้บริการระบบแพทย์ทางไกล Telemedicine ยกตัวอย่างจากประเทศสิงคโปร์ที่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ทั้งบริการให้คำปรึกษาทางไกลโดยแพทย์ การติดตามผู้ป่วยระยะไกล (Remote Patient Monitoring)
- ศูนย์สาธารณสุขจะต้อง มีหมอเฉพาะทาง 3 วันต่อสัปดาห์
เพื่อเพิ่มบริการแพทย์เฉพาะทาง เช่น สูตินรีแพทย์ โสตศอนาสิกแพทย์ อายุรแพทย์ จักษุแพทย์ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัว เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อหมุนเวียนตามศูนย์สาธารณสุขทันสมัยทุกแห่ง 3 วันต่อสัปดาห์ ยกระดับการให้บริการให้เข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
- ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทันสมัย
ยกระดับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน รองรับการแจ้งเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งทางโทรศัพท์ แอพพลิเคชั่นออนไลน์ หรือกำไลแจ้งเหตุฉุกเฉิน มีระบบติดตามผลการแจ้งเหตุ และมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญรับแจ้งเหตุเพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที
จากนโยบายของผมทั้งหมด ผมเชื่อมั่นว่าผมทำได้จริง เพื่อพี่น้องชาว กทม. ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเสียที ผมเองก็มีลูกเล็ก อยากให้ลูกเติบโตในเมืองที่มีคุณภาพ ไม่อยากให้เขาเจอปัญหาที่เราเจอ หรือต้องเจอเรื่องที่หนักกว่าเรา ผมคิดว่าทุกคนคิดคล้าย ๆ กันว่ามันต้องเปลี่ยน ผมถึงมีนโยบาย เปลี่ยนกรุงเทพฯ #เราทำได้ และผมขอเป็นผู้ว่าฯ ที่ใช้หลักวิชาการ หลักวิศวกรรมมาแก้ปัญหาของเมือง พร้อมกับความมุ่งมั่น ที่ต้องเปลี่ยนกรุงเทพให้เป็นเมืองสวัสดิการทันสมัยต้นแบบของอาเซียน ที่ทุกคนต้องเข้าถึงสวัสดิการที่ดีได้ทุกคน ทั้งในเรื่องการศึกษา ความปลอดภัย สาธารณสุข รวมถึงสิ่งแวดล้อม ผมอยากใช้พลังศักยภาพทั้งหมดที่มีมาแก้ปัญหาให้กทม.

สุดท้ายนี้ ผมอยากจะขอขอบคุณพี่น้องทุกคนจากใจจริงที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนผมมาโดยตลอด ขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้มาชี้แจงนโยบายของผมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางของผมก็ตาม แต่ด้วยกำลังใจจากพี่น้องทุก ๆ คน จึงทำให้ผมไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นตามเป้าหมายที่วางไว้ในตั้งแต่แรกว่า ผมจะพัฒนากรุงเทพมหานครของเราให้เจริญเท่าทันกับต่างประเทศให้ได้ครับ ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ผมขอฝากให้ทุกท่านพิจารณา และให้โอกาสผม เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เลือกเบอร์ 4 เข้าไปทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ขอให้ทุกท่านไว้วางใจและเชื่อมั่นในนโยบายของผมที่คิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลง กทม. อย่างแท้จริง และขอฝากให้พวกเราเลือก สก. ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 50 เขต ที่จะมาร่วมกันผลักดันนโยบาย และช่วยการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ ผมมั่นใจผมทำได้จริง #อย่าลืม เข้าคูหากาเบอร์ 4 ขอบคุณมากครับ

