‘ดร.เอ้-สุชัชวีร์’ สื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ ลั่น หากได้เป็นผู้ว่าฯ อนาคตกรุงเทพฯ ดีกว่านี้ชัวร์!

17.05.22 | 17:08 น.

ในยุคสมัยของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 กลุ่มคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นท่ามกลางมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมต่าง ๆ พร้อม ๆ กับการระเบิดของปัญหาที่หมักหมมมานานก่อนจะมาเจอฟางเส้นสุดท้ายอย่างโควิด 19

3 ปีในชีวิตที่หายไปส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทั้งชีวิตมัธยมศึกษา และชีวิตมหาวิทยาลัย จากที่จะได้เจอเพื่อน 3 – 4 ปี กลายเป็นว่าเพื่อนมัธยมและเพื่อนมหาลัยของเด็กหลาย ๆ คนหายไป หลายคนไม่รู้จักการรับน้องใหม่เสียด้วยซ้ำไปเพราะไม่เคยผ่านพิธีกรรมดังกล่าว

ความกดดันและความคาดหวังจึงส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการเมืองการปกครองของประเทศ ความเกรี้ยวกราดที่คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกผ่านทางสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ได้ผลิตซ้ำในช่วงสองปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ว่า กทม. คนใหม่ต้องให้ความสนใจ

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่คือ “ความหวัง” ว่าอนาคตของเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และผู้ว่า กทม. คนใหม่ที่คนกลุ่มนี้พร้อมเทคะแนนให้คือผู้ว่าที่ทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นอนาคตที่ชัดเจนได้ว่า กทม. ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะพัฒนาไปในทิศทางใด

ผู้สมัครที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมากคนหนึ่ง คือ “เอ้ สุชัชวีร์” หรือ “พี่เอ้” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมข้ามสถาบันมาตั้งแต่สมัยเป็นอธิการทำให้มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากเทใจเทคะแนนให้จากการเป็นอธิการบดีที่ “เข้าถึง” และ “เข้าใจ” นักศึกษาอย่างแท้จริง

Advertisement

จากประสบการณ์ของ “พี่เอ้” ที่ได้สร้างต้นแบบการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครทั้งหมดไว้ให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วที่มหาวิทยาลัย ทำให้ “เชื่อมั่น” ได้ว่า “พี่เอ้” มีความสามารถและคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวมาเป็นผู้บริหารในระดับที่ใหญ่ขึ้น

“ความเข้าใจเทคโนโลยี” เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คนรุ่นใหม่พิจารณา ด้วยความเป็น Digital Native หรือ การเกิดมาพร้อม ๆ กับยุคดิจิทัล ทำให้คนรุ่นใหม่คาดหวังว่าผู้ว่า กทม. คนใหม่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ “พี่เอ้” เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่พิสูจน์มาแล้วว่ามีความรู้ ความเข้าใจ และกล้าผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สิ่งประดิษฐ์หลายสิ่งที่ได้จดสิทธิบัตรระดับโลกก็เป็นผลมาจากการผลักดันอย่างจริงจังของ “พี่เอ้” ตั้งแต่สมัยเป็นอธิการบดี

ในส่วนการวางรากฐานสำหรับการสร้างอนาคต “พี่เอ้” เป็นผู้สมัครเพียงรายเดียวที่พูดถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่อาจทำให้น้ำท่วมกรุงเทพอย่างถาวรได้ และได้เสนอวิธีแก้ปัญหาที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะถึงเวลาที่สายเกินแก้ นอกจากนี้ “พี่เอ้” ยังเป็นผู้สมัครเพียงรายเดียวที่มองเห็นความสำคัญของการศึกษา และมีประสบการณ์ตรงในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาระดับโลก พร้อมทั้งประกาศตัวขอเป็น “ผู้ว่าการศึกษา” ให้กับคน กทม. เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของอนาคต การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนากรุงเทพอย่างยั่งยืนด้วย

ถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่ต้องแสดงพลัง การเลือกผู้ว่าคราวนี้เป็นเสมือนการเลือกอนาคตของกรุงเทพ เป็นการเลือกวิสัยทัศน์ของผู้ว่า ว่าจะผลักดันกรุงเทพไปในทิศทางใด เชื่อเหลือเกินว่าหากฝากอนาคตไว้ในมือของ “พี่เอ้” สุชัชวีร์ กทม.จะต้องดีกว่านี้ได้แน่