‘NFQ Thailand’ ฉีกบทบาทธุรกิจรูปแบบเดิมๆ โดยผู้ประกอบการ Wimintra Raj

20.05.22 | 17:38 น.

ผู้ประกอบการในองค์กรคืออะไรสามารถสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กล่าวคือเรามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องตระหนักรู้ถึงบทบาทใหม่ ๆในแวดวงด้านเทคโนโลยีของประเทศไทย

ผู้ประกอบการในองค์กร EIR (Entrepreneur in Residence) หรือ ผู้ก่อตั้งในองค์กร FIR (Founder in Residence)

คือบุคคลใดก็ตามที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานธุรกิจของตัวเอง กลุ่มผู้ประกอบในองค์กร มีทั้งแนวคิดและจิตวิญญาณความผู้บริหารกิจการ กลุ่มผู้ประกอบกิจการเหล่านี้ จะต้องทำทุกสิ่งที่อย่างเพื่อให้งานสำเร็จ โดยที่การทำงานของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องทำงานผ่านระบบราชการ ผ่านลำดับขั้นตอนมากมายในบริษัท หรือแม้กระทั่งกระบวนการอะไรก็ตามที่จะทำให้การทำงานนั้นล่าช้าลง

ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีขอบเขตของการทำงานที่ชัดเจนในการเป็นผู้ประกอบการในองค์กร เช่น บริษัท Nike ที่มีการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในองค์กร เพื่อที่จะได้แนวคิดใหม่ ๆ ในการทำงาน อย่างตัวดิฉันเอง ในฐานะผู้ก่อตั้งในองค์กร(FIR) จะมีหน้าที่คล้ายกับกรรมการผู้จัดการหรือ ผู้บริหารสูงสุด แต่ดิฉันจะได้ทุนทรัพย์จากนักลงทุน(บริษัท เอ็น เอฟ คิว จำกัด) ในการดำเนินกิจการบริษัท เอ็น เอฟ คิว ประเทศไทยให้เติบโตได้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วผู้ก่อตั้งภายในองค์กร(FIR) จะไม่ใช่ผู้ก่อตั้งบริษัทแต่ก็ยังได้ทั้งค่าตอบแทนและเงินทุนที่สูงในการดำเนินกิจการของบริษัท ซึ่งจะเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างและเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว

บริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่มีความคล้ายกับบริษัท เอ็น เอฟ คิว ไทยแลนด์จะให้ผู้ประกอบการเป็นคนบริหารกิจการ โดยที่ผู้กอบการในบริษัทดังกล่าวจะก่อตั้งและดำเนินกิจการด้วยตัวเอง แต่ก็มีทั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จ และบริษัทที่ทำผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร สำหรับอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีแล้ว ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง หากมีการดำเนินกิจการแบบเดิม ๆ ที่มีพิธีรีตองมากมาย ก็อาจจะทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการต้องปิดกิจการไป มากกว่าบริษัทอื่น ๆ ซึ่งอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีนั้นเหมาะกับคนที่สามารถปรับตัวและเรียนรู้ ยิ่งไปกว่านั้นคนคนนั้นก็ควรมีกลยุทธ์ที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงด้วย

Advertisement

มีบทบาทอื่น ๆ สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่ยังต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกหรือไม่ หรือควรจะมีการจดทะเบียนร่วมกันกับบริษัทแนวเดียวกันในไทย เพื่อที่จะเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และสอดคล้องกับหลักความคิดที่ทันสมัยได้

นอกจากผู้ก่อตั้งและผู้ประกอบการในองค์กรแล้ว ฉันคิดว่าบริษัทด้านเทคโนโลยียังต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถถ่ายทอดความรู้ออกมาได้ดี หรือคนที่มีความรู้เฉพาะทางที่มีหัวคิดแบบนักธุรกิจ คนประเภทนี้แหละที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทได้

ความต้องการของพนักงานที่บริษัท เอ็น เอฟ คิว ในประเทศไทยคืออะไร

ทีมงานที่ก่อตั้งบริษัทยังต้องการนักพัฒนามาดูแลในทุก ๆ ระดับ บริษัทก็ยังต้องการคนที่มาทำงานในตำแหน่ง Product Manager, Product owner หรือ Scrum Master พนักงานทุกคนต้องมีศักยภาพในด้านการสื่อสาร และต้องเป็นคนที่พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท บริษัทไม่ต้องการคนที่มาทำโค้ด พอถึงเวลาก็กลับบ้าน แต่เราต้องการความเห็นความคิดเห็นที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้

วัฒนธรรมประเภทไหนที่พนักงานได้กลายมาเป็นส่วนใหม่ของบริษัทเอ็น เอฟ คิว

ถึงแม้ว่าบริษัทได้ก่อตั้งมาหลายทศวรรษแล้ว แต่สำนักงานในไทยก็ก่อตั้งได้ไม่นาน บริษัทของเราจึงได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบของเรา อย่างตัวดิฉันก็ไม่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี แต่ฉันได้รับความช่วยเหลือจากทีมงาน โดยทีมงานดังกล่าวก็ยอมสละเวลา ทำให้ฉันใช้ชีวิตง่ายขึ้นแล้วยังช่วยให้บริษัทดีขึ้นด้วย สำนักงานของเราได้ถูกออกแบบโดยทีมงาน UI/UX ทุก ๆ คนที่นี่มีบทบาทในการเป็นเจ้าของกิจการ สำหรับวันนี้ดิฉันอิงจากประสบการณ์ด้านสาธารณสุข ฉันเชื่อในความสามารถของมนุษย์และการมีทรัพยากรที่ดี

ธุรกิจในประเทศไทยยังขาดการเน้นย้ำในการทำให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น บริษัทเอ็น เอฟ คิว หรือไม่ แล้วสิ่งนั้นคืออะไร หากต้องการนั้นไม่ได้มีอย่างเดียวล่ะ คุณจะลำดับความสำคัญได้หรือไม่ แล้วคุณมีแนวคิดที่เจาะจงในการแก้ไขสถานการณ์หรือไม่

ดิฉันคิดว่าที่ไทยให้ความสำคัญกับบริษัทมาก ๆ  โดยเฉพาะบริษัทอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปัญหาจริง ๆ ก็คือความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษต่างหาก ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าการศึกษานั้นก็มีความท้าทายเช่นกัน

ความคาดหวังต่อพนักงานของคุณคืออะไร

ดิฉันคาดหวังว่าพนักงานใหม่จะทำงานออกมาได้ดี แล้วพนักงานก็ควรสนับสนุนบริษัทด้วย ฉันต้องการให้พนักงานทุกคนมีแนวคิดในการเป็นเจ้าของกิจการ

โอกาสที่คุณได้มอบให้กับคนในทีมคืออะไร

โอกาสที่ฉันจะให้กับพนักงานคือ โอกาสในการเติบโต ขอบอกตามตรงเลยว่า สิ่งที่ฉันให้พนักงาน มันมากกว่าให้อะไรที่เป็นวัตถุแบบที่อื่น ๆ ทุกบริษัทจะมีขนม โต๊ะปิงปอง อาหารเที่ยง และบุฟเฟต์มื้อเย็น แต่ดิฉันจะให้แนวคิดที่จะเติบโตและเป็นเจ้าของกิจการมากกว่า

บริษัทของเราสนับสนุนให้พนักงานเข้าอบรม คอร์สเรียนต่าง ๆ ที่พวกเขาสนใจ ฉันอยากให้พนักงานทุกคน เห็นความสำคัญของบริษัทและสังคมรอบข้าง ทางเราจะมีการจัดอบรมเสริมทักษะต่าง ๆ ให้พนักงานได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เพราะฉันเชื่อว่าการทำงานในบริษัทของเรา คุณจะต้องเจอกับคน 3 ประเภทคือ คนที่จะท้าทายความสามารถของคุณ คนที่จะมาสอนงานคุณ และคนที่คุณจะไปสอนงานให้ นี่แหละครับที่จะทำให้บริษัทและคุณเติบโตขึ้น

เพิ่มเติมคือ หากคุณจะตาย คุณจะต้องไม่ตายในหน้าที่คนเดียว เพราะที่นี่มนุษย์ก็คือมนุษย์ มนุษย์ทุกคนต้องการความสัมพันธ์และความรู้สึกที่รู้ว่าตัวเองสำคัญ เราอยากมีความรู้สึกที่ว่า

เราได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้อื่น และนี่คือสิ่งที่ดิฉันจะให้คุณ บางบริษัทไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ พวกเขาแค่ต้องการโค้ดของคุณ แล้วส่งไปให้ลูกค้า ได้เงินมา แล้วก็ทำแบบนั้นวนไป บริษัทอื่น ๆ ไม่ได้ให้โอกาสคุณได้สร้างคุณค่าในตัวเอง หรือแม้แต่ให้โอกาสคุณได้สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง

หากคุณกำลังหางานอยู่ สามารถติดต่อได้ที่

สามารถติดต่อเข้ามาได้ทาง LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/wimintra-j-raj-34088032/ หรือที่อีเมล์ [email protected].

หรือหากว่าคุณบังเอิญเจอดิฉันเดินอยู่ ก็เข้ามาทักทายกันได้เลยค่ะ