“โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน มากกว่าแค่โรงเรียน”

“เพราะ ‘ศิลปะ’ คือบทสะท้อนประสบการณ์และความเป็นไปของมนุษย์ เราจึงนำ ‘ศิลปะ’ มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ควบคู่ไปกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ” – ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน

หากกล่าวถึงโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน หลายท่านคงนึกถึงโรงเรียนสอนการแสดง แต่ความจริงแล้วที่นี่เปิดสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป ต่างที่หลักสูตรที่เน้นเชิงบูรณาการ – ธีรวิทย์ พุทธฤดีสุข อดีตนักเรียนโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ปัจจุบันนักศึกษาชั้นปีที่ ๓ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลักสูตรนานาชาติ

ปัจจุบันโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล, ประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษา มีทั้งแบบประจำและไปกลับ โดยในแต่ละปีจะเปิดรับนักเรียนเพียงชั้นละ ไม่เกิน ๒๐ คน เพื่อให้อาจารย์สามารถดูแลส่งเสริมศักยภาพในเด็กแต่ล่ะคนได้อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งนี้เรายังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่สนใจเรียนรู้ในรูปแบบการเรียนการสอนระยะสั้นร่วมในหลักสูตร Weekend School และ Summer Camp อีกด้วย

สำหรับหลักสูตรของโรงเรียน จะเน้นการสร้างสมดุลย์ระหว่างแกนด้านหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและแกนด้านการเรียนรู้ในการดำรงชีวิต เพื่อสร้างให้เด็กฉลาดในการเรียนรู้และฉลาดในการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันอย่างมีคุณภาพ

“เรามักพบเสมอว่าเด็กที่เรียนดีมากอาจจะไม่ใช่เด็กที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป ดังนั้นนอกจากที่เราจะสอนเด็กตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว เรายังนำองค์ความรู้ด้านอื่นๆ มาเสริมให้เด็กด้วย อาทิ การใช้วิชาสันทนาการเป็นเครื่องมือสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพราะปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่มีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมสภาวะทางอารมณ์ค่อนข้างมาก โดยเราได้นำ ‘การขี่ม้า’ เข้ามาช่วยฝึกสมาธิ การเรียนรู้ในการเป็นผู้นำและผู้ตาม และการสร้างมิตรภาพนอกเหนือจากมนุษย์ด้วยกัน

การสอนวิทยาศาสตร์ที่นำสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นสื่อ สร้างให้เด็กเรียนรู้ถึงประโยชน์ สรรพคุณ และเห็นคุณค่าของพืชสมุนไพรไทย การสอนการทำเกษตรและการทำอาหาร ภายใต้แนวคิด ‘ปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูก’ ที่ให้เด็กได้ทำแปลงเกษตรด้วยตนเอง ให้เด็กได้ฝึกการสังเกต รู้จักแก้ไขปัญหา ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ จะนำไปประกอบอาหารไว้รับประทานภายในโรงเรียน ซึ่งเด็กๆได้รับการสอนการทำอาหารโดย Chef เม (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ที่ชนะเลิศเหรียญทองจากการแข่งขัน “Makro HoReCa Challenge 2016” นอกจากนี้ส่วนผลผลิตที่เหลือก็นำไปจำหน่ายแก่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเสริมสร้างให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินและการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สิ่งที่สำคัญที่ทำให้เราแตกต่างจากโรงเรียนที่อื่นๆ คือการดึงเอาศิลปศาสตร์ในแขนงต่างๆ มาพัฒนาเด็กๆ ของเรา อาทิ การสร้างความแข็งแรงทางด้านร่างกายผ่านกิจกรรมที่เราเรียกว่า Dancercise หรือการเต้นออกกำลังกายในทุกเช้าเพื่อให้เด็กพร้อมกับการเรียนรู้ในแต่ละวัน

ภัทราวดี-2

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกเช่น การฝึกโยคะ การว่ายน้ำ การเรียนกอล์ฟ  การฝึกการเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณคดีทั้งไทยและและต่างประเทศ ถึงแม้โรงเรียนของเราจะไม่ใช่โรงเรียน 2 ภาษา แต่จากการที่มีเด็กนักเรียนไทยและต่างชาติเรียนด้วยกัน เด็กๆจึงได้แลกเปลี่ยนทั้งภาษาและวัฒนธรรม ทำให้เด็กไทยมีมั่นใจและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

 ภัทราวดี-3

“ในแต่ละวันนอกจากเด็กจะเรียนวิชาหลักเหมือนโรงเรียนทั่วไปแล้ว เรายังเสริมความรู้ในด้านอื่นๆ ด้วย เราโชคดีที่ได้ทีมคุณครูทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีประสบการณ์ในการสอนมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้แก่เด็กๆ ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างโรงเรียนแห่งนี้เพื่อเห็นประโยชน์ของเยาวชนเป็นสำคัญ ทำให้เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากคณาจารย์ ศิลปินชั้นแนวหน้าของวงการศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ มอบประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็กๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าหาที่อื่นไม่ได้แน่นอน” ครูเล็ก-ภัทราวดี กล่าว ในแต่ละปีเราจะมีการทำโครงงานหลักคือการทำละครโดยฝีมือของเด็กๆ โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ที่สนับสนุนโดยมูลนิธิละครธรรมะ ในพระสังฆราชูปถัมภ์  และเหล่าคณาจารย์ด้านศิลปศาสตร์ ภายใต้แนวคิด ‘Live and Learn through Arts and Culture’  โดยให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานเป็นระยะเวลานานถึง ๕ เดือน และทดลองบริหารจัดการด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำของทีมครู ตั้งแต่การศึกษาบทละครต้นฉบับ ศึกษาความงามทางภาษาศาสตร์ทั้งไทย-อังกฤษ การกำกับละคร การวางตัวนักแสดง การสร้างสรรค์บทเพื่อใช้แสดง การฝึกการใช้เสียงและบุคลิกภาพ การสร้างฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการสร้างสรรค์ละคร การสร้างสรรค์แบบเสื้อผ้า การผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ การต้อนรับผู้เข้าชม ฯลฯ

จุดเด่นของการแสดงของเราคือการแสดงจะมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จึงเหมาะสำหรับผู้เข้าชมทุกเพศวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งทางเราได้จัดติดต่อกันปีนี้เป็นปีที่ ๔ ซึ่งมีการจัดแสดงละคร ๒ เรื่องคือ ละครเพลงเรื่องเงาะป่า บทละครร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เพื่อให้เด็กๆ ได้ซึบซับเสน่ห์ของวรรณคดีไทย ซึ่งให้ความคิดในเรื่องความละอายและความรับผิดชอบของชาวป่าซาไก ที่เหมาะสำหรับการเตือนสติคนเมืองในยุคปัจจุบัน และละครเรื่อง A Midsummer Night’s Dream (ฝันในคืนกลางฤดูร้อน) บทประพันธ์ของกวีและนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของโลกชาวอังกฤษ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ในโอกาสครบรอบ ๔๐๐ แห่งการจากไป ซึ่งละครทั้ง ๒ เรื่องนี้จะถูกนำมาจัดแสดงในงาน VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016 ที่จะจัดตั้งแต่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๖๐ ที่วิกหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

อนึ่ง VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016  จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ร่วมกับกลุ่มศิลปินในระดับคณาจารย์ชั้นแนวหน้าของไทยและต่างประเทศ ร่วมรังสรรค์ผลงาน อาทิ ดนตรี นาฏศิลป์ ละครเวที กายกรรม ภาพยนตร์สารคดี และนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ จุดประกายความคิดในหลากหลายมิติ เพื่อค้นหาการพัฒนาและสืบสานศิลปวัฒนธรรม ในการเรียนการสอนของศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ได้แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์การเรียนรู้ ผ่านงานศิลปะและการจัดการเฉกเช่นมืออาชีพ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลของโรงเรียนภัทราวดี หัวหินได้ที่ www.patravadischool.com และผู้ที่สนใจเข้าชมการแสดง VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016 สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.vichuahin.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon