‘ACCPCJ’ เวทีประชุมอาเซียนด้านยุติธรรมอาญา เสริมความแกร่งประชาคมอาเซียน

27.10.16 | 17:31 น.

 

เป็นที่ทราบกันไปบ้างแล้วว่า สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) เป็นองค์การมหาชนที่มีบทบาทอย่างมากในด้านการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม รวมถึงมีส่วนร่วมในการวางกรอบความร่วมมือกับสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และเชื่อมโยงแนวคิดตามหลักสากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ TIJ ได้มุ่งผลักดันจนสำเร็จไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คือ การได้ยกสถานะเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองสถานภาพเป็นหนึ่งในสถาบันเครือข่ายแผนงานสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (PNI) แห่งแรกของอาเซียน

TIJ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านกระบวนการยุติธรรมในอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม ใช้ความถนัดขององค์กรเข้าเสริมองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรม มาตรฐานและบรรทัดฐานของสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา เพื่อสนับสนุนการพัฒนากระบวนการยุติธรรมภายในประเทศและต่างประเทศ กระทั่งล่าสุดมีอีกหนึ่งภารกิจที่ได้ผลักดันให้เกิดผลสำเร็จต่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การเป็นเจ้าภาพจัด ‘การประชุมอาเซียนว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (The ASEAN Conference on Crime Prevention and Criminal Justice) หรือ ACCPCJ ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมดุสิตธานี

หลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นว่า “ACCPCJ จะมีความสำคัญและประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมากน้อยแค่ไหน” าสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในฐานะประธานการประชุม ACCPCJ ก็ได้เล่าถึงที่มาของการจัดเวที ACCPCJ ไว้ว่า เป็นการต่อยอดมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา(CCPCJ) ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีที่สำคัญของสหประชาชาติ ทาง TIJ เห็นว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมจะมาบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการหารือในเวทีอาเซียน จึงได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย ครั้งที่ 16 และการประชุมรัฐมนตรีกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 9 ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และยื่นข้อเสนอในนามรัฐบาลไทย เพื่อขอเป็นเจ้าภาพจัด “การประชุมว่าด้วยหลักนิติธรรมและความยุติธรรมทางอาญา” ในภูมิภาค ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และเพื่อเสริมสร้างประชาคมให้อยู่บนพื้นฐานของกติกาที่มีค่านิยมและบรรทัดฐานร่วมกัน ซึ่งที่ประชุมให้ความเห็นชอบแต่มีมติขอปรับชื่อการประชุมเพื่อให้ชัดเจนขึ้นพร้อมมอบหมายให้รัฐบาลไทยจัดการประชุมเตรียมการ 2 ครั้งก่อนการประชุมจริงจะจัดขึ้นในวันที่ 9- 11 พฤศจิกายน 2559

“ในช่วงเวลาหนึ่ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ประธาน CCPCJ ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยน่าจะมีบทบาทผลักดันอะไรได้หลายๆ เรื่อง ในเวทีโลก โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และทรงโปรดให้ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนพระองค์ ในการเสริมบทบาทของประเทศไทยในช่วงเวลานั้น ซึ่งช่วงนั้นก็ได้มีการออก Model Strategies ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านการยุติความรุนแรงต่อเด็กที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และภายหลังจากนั้นก็เริ่มทำให้ TIJ มีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยงานการประชุมกรรมาธิการสหประชาติ เพื่อพัฒนากฎหมายและมาตรฐานต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในประเทศสมาชิกสหประชาชาติ”

Advertisement

ครั้งเมื่อ TIJ สามารถฉายบทบาทตามหน้าที่ขององค์กรจนเป็นที่ประจักษ์บนเวที CCPCJ จึงมองย้อนกลับมาที่ภูมิภาคอาเซียน และมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้มีเวที ACCPCJ เกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประเทศอาเซียนได้มีองค์ความรู้ เกิดการปรับตัว หรือมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อความร่วมมือทางอาญาที่ดียิ่งขึ้นด้วย

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ กล่าวอีกว่า ACCPCJ จะเป็นเวทีที่ทำให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติ นักวิชาการที่เกี่ยวข้องจากอาเซียน ผู้ที่มีองค์ความรู้จากสหประชาชาติ รวมถึงผู้แทนที่มาจาก PNI รวมกว่า 300 คน ได้มาหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างมาตรฐานร่วมกัน เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในภูมิภาคอาเซียน โดยเนื้อหาการประชุมครั้งแรกที่ทุกประเทศเห็นว่าเป็นประโยชน์ มี 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.การจัดการกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าและไม้มีค่า เพราะอาชญากรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นมากในกลุ่มประเทศอาเซียน 2.ยุทธศาสตร์การป้องกันอาชญากรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชนในเขตเมือง  และ3.การบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการปฏิรูปเรือนจำโดยเน้นกลุ่มผู้กระทำผิดที่มีความเปราะบาง ทั้งนี้ ภายใต้ 3 หัวข้อดังกล่าว ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ มองว่า จะช่วยทำให้ประเทศอาเซียนมีการทำงานเชิงบูรณาการมากขึ้น ขณะเดียวกันอาจก่อให้เกิดกฎกติกาบางอย่าง ที่ให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปพัฒนาด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาได้อีกด้วย เวทีนี้มีจุดเด่นคือรวมเอาทั้งระดับผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติ กับนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมาพูดคุยกัน เพื่อมุ่งจะแก้จุดอ่อนของการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน ที่มีระบบการแยกประเด็นพิจารณาเป็นสามเสาหลัก ขาดจากกัน    เพราะจริงๆ แล้วประเด็นอาชญากรรมและความยุติธรรมนั้นเป็นปัญหาเชิง Cross-cutting issue ที่กระทบทั้งความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม อย่างแยกกันไม่ขาด