“เวลเคิร์ฟ” ผนึก “วิทยาลัยดนตรี ม.รังสิต” ครีเอทโครงการดนตรี ปั้นทีมเด็กรุ่นใหม่เข้าวงการ

12.06.22 | 11:51 น.

“เวลเคิร์ฟ” (Velcurve) โปรดักซ์ชั่นเฮาส์มากฝีมือ ผนึกกำลัง วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยารังสิต Top 3 ของมหาวิทยาลัยด้านดนตรี ครีเอทโครงการร่วมทางดนตรีสุดเจ๋ง เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริงกับทีมงานมืออาชีพ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการ

บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด โปรดักซ์ชั่นเฮาส์มากฝีมือ ที่เชี่ยวชาญทั้งงาน Pre-production, Production, Post-production และงานครีเอทีฟทุกแขนง มีผลงานการันตีในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ภาพยนต์โฆษณา ซีรี่ส์ และมิวสิควีดีโอชื่อดังทั้งของไทยและต่างประเทศ จับมือกับ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยด้านดนตรีที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่มีการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวเอื้อให้ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่เปิดตัวโครงการร่วมสุดเจ๋งอย่าง “โครงการการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ทางด้านดนตรี”ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริงกับทีมงานมืออาชีพจาก Velcurveเพื่อปั้นเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานและสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการ

บอส-คีตะวัฒน์ ชินโคตรผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และโปรดิวเซอร์ บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด และศิษย์เก่าจากสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยถึงที่มาของโครงการว่า “วิทยาลัยดนตรีเป็นที่ที่เปิดโลกในการทำงานและการเรียนรู้ให้ผมได้เยอะมากการเรียนสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์และมัลติมีเดียทำให้ผมได้เปิดโลกของการเรียนรู้และการทำงานกับหลากหลายสายงานได้มากขึ้น ได้ลองทำงานจริงๆ กับทางสาขาภาพยนตร์ข้อดีที่สุดคือการให้อิสระในการเรียน โดยอาจารย์คอยให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือผลักดันเราให้ได้พบกับโอกาสในการทำงานจริงอยู่เสมอ อีกทั้งวิทยาลัยดนตรีเป็นสังคมที่เป็นกันเอง มีอะไรช่วยเหลือกันและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตผมเลยก็ว่าได้ พอเราออกมาตั้งบริษัทเอง เราจึงอยากคืนโอกาสที่เราเคยได้รับกลับไปสู่น้องๆ รุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน”

สำหรับโครงการ”การส่งเสริมและพัฒนาความรู้ทางด้านดนตรี” จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาในวิทยาลัยดนตรีไม่จำกัดชั้นปีได้สมัครเข้าฝึกงานกับทางเวลเคิร์ฟเพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานและลงมือปฏิบัติจริงพร้อมกับทีมงานของเวลเคิร์ฟเป็นเวลา 1 ปีเต็มโดยเริ่มโครงการปีนี้เป็นปีแรกโดยการคัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมโครงการผ่านการออดิชั่นเพียงปีละ 6 คนเท่านั้น

Advertisement

ปีนี้มีนักศึกษาที่ผ่านการออดิชั่นจำนวน 6 คน ได้แก่ นายณัฐพนธ์ นาวารักษ์ สาขา Music Composition, นายณัฐพล กุลวัฒนาพร สาขา Music Composition, นายเป็นไทย ชูชื่น สาขา Music Production, นายณัฐชัย ชุณหชัชวาลกุล สาขา Music Production ,นายพงศกร บุญมี สาขา Sound Design and Media Composition และ นายชัยนาท อินทนนท์ สาขา Music Composition ซึ่งหมดจะได้เรียนรู้กระบวนการทำงานและได้ปฏิบัติงานจริงในสายงานด้านดนตรี ทั้งการดีไซน์เสียง การทำดนตรีประกอบ และงานด้านอื่นๆ ในโปรเจ็กซ์ต่างๆ ของทางเวลเคิร์ฟ ทั้งภาพยนตร์, ภาพยนต์โฆษณา, ซีรี่ส์ และมิวสิควีดีโอ พร้อมๆ กับการเรียนในมหาวิทยาลัยควบคู่ไปด้วยกัน ที่เวลเคิร์ฟได้พัฒนาหลักสูตรขึ้นมาเพื่อใช้ในการสอนน้องๆ โดยเฉพาะ และเมื่อครบหนึ่งปีทางมหาวิทยาลัยจะให้เวลเคิร์ฟเป็นผู้ประเมินเกรดในรายวิชาให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนั้นโดยตรง ถือเป็นหนึ่งในรายวิชาหลักที่นักศึกษาจะได้ทั้งเกรด ได้ทั้งการทำงาน ได้เครดิตในผลงานที่ทำ

คีตะวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า เวลเคิร์ฟ ยังตั้งเป้าที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงขยายสาขาที่จะสอนน้องๆ ให้หลากหลายมากขึ้นด้วย เช่น ออดิชั่นเฟ้นหาผู้กำกับ การตัดต่อ การทำสีในฟิล์ม และการทำเสียง เป็นต้น พร้อมมั่นใจว่าด้วยสายงานของเวลเคิร์ฟที่ครอบคลุมทุกด้าน จะสามารถปั้นคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

สำหรับเป้าหมายของปี 2565-2567 คีตะวัฒน์ตั้งเป้าตัวเลขการเติบโตของเวลเคิร์ฟอยู่ที่ 1,000% และภายใน 5 ปี จะผลักดันให้เวลเคิร์ฟเป็นสตูดิโอระดับโลก เหมือนอย่างโซนี พิกเจอร์ส สตูดิโอ และยังตั้งเป้าให้บริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ภายใน 5-6 ปี เพื่อดึงแหล่งเงินทุนสู่การสร้างงานคุณภาพสูงออกสู่ตลาดอีกด้วย