เงินชราภาพมีจำนวนเท่าไหร่ คำนวณง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

10.06.22 | 16:45 น.

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ประกันตนในมาตรา 33 เป็นลูกจ้างทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ ในทุก ๆ เดือน จะถูกหักเงินเดือนเพื่อสมทบกองทุนประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง ซึ่งแบ่งออกไปสมทบ 3 ส่วน โดยรายละเอียดของการหักเงินประกันสังคมจะถูกนำส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ได้แก่

กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย : 1.5% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 225 บาท

กรณีว่างงาน : 0.5% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 75 บาท

กรณีชราภาพ : 3% ของยอดสมทบ หรือสูงสุด 450 บาท

Advertisement

ซึ่งในส่วนของเงินบำนาญชราภาพ หมายถึง เงินกรณีชราภาพที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้ผู้ประกันตนรายเดือน ตลอดชีวิตผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และจะบวกเพิ่มอีก 1.5% ของระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก ๆ 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน รวมแล้วเป็นจำนวนเท่าไหร่ สำนักงานประกันสังคมได้อัปเดตวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตน ที่สามารถคำนวณง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง ดังนี้

การคำนวณเงินบำนาญชราภาพจะแบ่งออกเป็น 2 สูตรดังนี้ 1.สูตรคำนวณ (กรณีจ่ายครบ 180 เดือน) อัตราบำนาญเงินชราภาพที่จะได้รับ(20%)คูณด้วยอัตราเงินเดือนสูงสุดไม่กิน 15,000 บาท หรือ 20×15,000 หารด้วย 100 = จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 3,000 บาท 2.สูตรคำนวณ (กรณีเกิน 180 เดือน) อัตราบำนาญเงินชราภาพที่จะได้รับ(20%) + เงินสมทบเพิ่มอีก 1.5% คูณจำนวนปีที่ส่งเงินสมทบ คูณด้วยอัตราเงินเดือนสูงสุดไม่กิน 15,000 บาท หรือ [20+(1.5xจำนวนปี )]x 15,000 หารด้วย 100

เงื่อนไขการรับบำนาญ ต้องจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือน หรือ 15 ปี ขึ้นไปอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน นอกจากนี้ การตรวจสอบเงินบำนาญชราภาพ ในปัจจุบันสามารถทำได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพียงเข้าไปไปที่ www.sso.go.th เมื่อ Log in สามารถเข้าตรวจเช็คได้ที่ > ข้อมูลทั่วไป > การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพมาตรา 33/39 หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา สายด่วน 1506 ให้บริการ 24 ชั่วโมง