กรมทรัพยากรน้ำ กับบทบาทหน่วยงานปฏิบัติ

17.06.22 | 10:00 น.

ในช่วงเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐตั้งแต่ปี 2561 กรมทรัพยากรน้ำได้ปรับบทบาทจากหน่วยงานด้านนโยบายสู่หน่วยงานปฏิบัติ โดยมีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน พร้อมเสริมประสิทธิภาพการกระจายน้ำ นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ครอบคลุมถึงการจัดการน้ำในภาวะน้ำแล้ง-น้ำท่วม และการวิเคราะห์ ติดตาม การเฝ้าระวัง และแจ้งข้อมูลการเตือนภัย โดยในปี 2564 – 2565 มีผลการดำเนินงานดังนี้

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/2565

ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้กำหนด 9 มาตรการ รองรับฤดูแล้ง ปี 2564/2565 กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการ “จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ” ตามกรอบภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมเสริมประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำ ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน สามารถเพิ่มน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้งได้กว่า 103 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 220,000 ไร่ โดย “โครงการระบบเครือข่ายน้ำหนองหวาย จ.สกลนคร” เป็นตัวอย่างความสำเร็จหนึ่งของภาครัฐ ซึ่งดำเนินการโดยคำนึงถึงระบบนิเวศวิทยา หรือ EbA (Ecosystem-based Adaptation Strategies) สอดรับกับความต้องการใช้น้ำของชุมชน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ที่ได้คือการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ลดรายจ่ายภาคการเกษตร และเพิ่มรายได้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของกรมทรัพยากรน้ำ ตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ 2561 หมวด 6 “การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ” มาตราที่ 78

Advertisement

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดสนับสนุน “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” เพื่อจัดหาแหล่งน้ำให้ช้างและสัตว์ป่า ป้องกันการออกมาหาอาหารนอกพื้นที่ ทั้งนี้ กรมได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภาวะน้ำแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ตาม “มาตรการด้านการเร่งเก็บกักน้ำ และการให้ความช่วยเหลือพื้นที่เฝ้าระวังน้ำแล้ง” ได้แก่การสนับสนุนน้ำสะอาด จัดตั้งศูนย์ผลิตน้ำสะอาด จุดแจกจ่ายน้ำสะอาดกว่า 3 ล้านลิตร และสูบทอยน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำด้านการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรกว่า20 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 33 จังหวัด ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 300,000 ครัวเรือน และจัดหาน้ำช่วยเกษตรกรพืชสวน-ไม้ยืนต้น ในพื้นที่ 10 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 23,000 ไร่

การเตรียมความพร้อมในการรับมือฤดูฝน ปี 2565

กรมได้พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ “ระบบเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม (Early Warning System: EWS)” โดยติดตั้งสถานีเตือนภัย 1,796 สถานี ครอบคลุมหมู่บ้านเสี่ยงภัยในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ราบเชิงเขา กว่า 5,000 หมู่บ้าน ซึ่งลักษณะเด่นของระบบ EWS คือกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการในพื้นที่เสี่ยง ระหว่าง “ผู้รู้” และ กรมทรัพยากรน้ำ โดยผู้รู้มีบทบาทในการดูแลรักษาความพร้อมของสถานีและแจ้งข้อมูลปริมาณฝนบริเวณพื้นที่ให้กับชุมชนของตนเองและพื้นที่ข้างเคียง ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลการแจ้งเตือนภัยและข้อมูลการจัดการน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน  ได้ทาง Mobile Application “EWS DWR” และ “DWR4THAI” ซึ่งรองรับระบบปฏิบัติการ ios และ Android

ในการเตรียมรับน้ำฝนปี 2565 กรมได้ดำเนินการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับน้ำนอง การปรับปรุงและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ และตั้งศูนย์อำนวยการติดตามและแก้ไขปัญหาส่วนหน้า เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภาวะน้ำท่วม ซึ่งประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร สถานีเตือนภัย ยานพาหนะ พร้อมทั้งการติดตั้งศูนย์ผลิตน้ำสะอาด จุดแจกจ่ายน้ำสะอาด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เศษฐกิจสำคัญ เรามุ่งมั่นสนับสนุนและร่วมมือกับ กอนช. อย่างเต็มกำลัง เพื่อการจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน