รมว.พม. เดินหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ “Giving Light มอบแว่นตา มอบแสงสว่างแห่งชีวิต” รุ่นที่ 2

รมว.พม. เดินหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ “Giving Light มอบแว่นตา มอบแสงสว่างแห่งชีวิต” รุ่นที่ 2 พร้อมเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมชุมชนนำร่องต้นแบบ เขตบางนา กทม.

วันที่ 22 มิ.ย. 65 เวลา 09.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “Giving Light มอบแว่นตา มอบแสงสว่างแห่งชีวิต” รุ่นที่ 2 ณ หอประชุม อาคาร 4 ชั้น 3 โรงเรียนสิริรัตนาธร เขตบางนา กรุงเทพฯ จากนั้น เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมชุมชนหมู่บ้านจัดสรรยาสูบ เขตบางนา กรุงเทพฯ เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบนําร่องในพื้นที่เขตบางนา กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมลงพื้นที่

นายจุติ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา ซึ่งส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตประจำวันที่ยากลำบาก ทั้งนี้ จึงได้ดำเนินโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ร่วมกับห้างแว่นท็อปเจริญ และมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกล 76 จังหวัดทั่วประเทศ ให้ได้รับการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน และได้ลงพื้นที่ให้บริการเป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 400 คน รวมทั้งสิ้น 60,800 คน สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทรวง พม. จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “Giving Light มอบแว่นตา มอบแสงแห่งชีวิต” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 ด้วยการให้บริการกลุ่มเปราะบาง จำนวน 3 รุ่นๆ ละ 400 คน รวมทั้งสิ้น 1,200 คน ซึ่งวันนี้เป็นรุ่นที่ 2 โดยมีผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนมารับบริการตรวจวัดสายตาและตัดแว่นฟรีที่โรงเรียนสิริรัตนาธร เขตบางนา กรุงเทพฯ

จากนั้น ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมชุมชนหมู่บ้านจัดสรรยาสูบ เขตบางนา กรุงเทพฯ เพื่อเป็นจุดบริการประชาชนและจัดสวัสดิการสังคมสำหรับกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน ไร้บ้าน และผู้ด้อยโอกาส ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและ สถานการณ์โควิด-19 โดยบูรณาการการทำงานระหว่างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนกับส่วนราชการสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ ตลอดจนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม. นอกจากนี้ ได้มอบความช่วยเหลือต่าง ๆ ตามภารกิจของกระทรวง พม. ได้แก่ มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวนรวม 100,000 บาท เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง จำนวน 10 ครอบครัว เงินสงเคราะห็เด็กในครอบครัวยากจน เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก และมอบถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมชุมชนแห่งนี้ รัฐบาลต้องการให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และจะต้องตั้งให้ครบ 50 เขตในกรุงเทพฯ ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่เจริญแล้ว แต่พี่น้องประชาชนยังไม่รู้จักใช้สิทธิของตนเอง โดยเราอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสวัสดิการ สิทธิที่ควรจะได้  และเราได้มาชุมชนในวันนี้ เป็นการเดินทางเชิงรุก เพราะว่าหมดสมัยแล้วที่จะรอให้ประชาชนเดินเข้าหาที่สำนักงาน เราจึงออกมาที่ชุมชนเอง โดยศูนย์ฯ นี้ ประชาชนจะเป็นผู้บริหารงาน ซึ่งประชาชนเป็นผู้รู้ปัญหามากที่สุด ในขณะเดียวกันรัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดไว้ว่า การบริการประชาชนทุกอย่างต้องมีกำหนดเวลา เพื่อให้มีความสะดวกกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งที่รัฐบาลพยายามทำงานให้เข้าถึงประชาชน ให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และสิทธิในการเข้าถึง อาทิ ด้านการศึกษาที่ไม่ให้เด็กตกหล่นจากการศึกษา ซึ่งประชาชนจะได้ทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ที่เขาควรจะได้รับ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon