การเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหมได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรสายเทคโนโลยีซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่นับวันก็จะยิ่งขาดแคลนเพิ่มมากขึ้น
‘NFQ Thailand’ โดย วิมินตรา ราช Founder in Residence และ ‘MAQE Thailand’ โดย แอนดรูว์ คำทอง COO and Co-Founder ในฐานะผู้บริหารของสองบริษัทไอทีที่มีสาขาในหลายประเทศ และมีพนักงานทั่วโลก จึงได้จัดเสวนา ‘People in Tech’ เชิญ พจมาศ ศรีสวัสดิ์ Country Manager and Co-Founder Property Flow Thailand พร้อมด้วย อารันดร์ อาชาพิลาส CEO Brothers Pictures และ ณัฐพร ยอดแก้ว, Head of Engineering of Appsynth มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในหัวข้อความท้าทายในการสรรหาทรัพยากรบุคคลด้านเทคโนโลยี และแนวทางการจูงใจเพื่อไม่ให้เกิดภาวะสมองไหล มี ฐิตาภา สิริพิพัฒน์ CMO, Brothers Pictures ดำเนินรายการ งานนี้จัดขึ้นในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง ที่เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชั้น 19 เกษร ทาวเวอร์
เริ่มจากสถานการณ์ของการหาคนทำงานในปัจจุบัน อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีในไทย กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งผู้บริหารของ NFQ Thailand มองว่า จากประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมการโรงแรมที่คิดว่าขาดคนทำงานแล้ว แต่สายเทคโนโลยีนั้นมีมากกว่า รวมถึงการหาคนที่มีคุณสมบัติตรงกับงานก็ยากเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี คิดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องวิกฤต แต่เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับองค์กร
อารันดร์เล่าว่า บริษัทของเขาไม่ได้จ้างพนักงานซึ่งมีเฉพาะคนไทย แต่เปิดรับจากทั่วโลก ทั้งจากบอสตัน เซี่ยงไฮ้ มาเลเซีย และลอนดอน ทำให้เป็นการทำงานของทีมที่มาจากทั่วโลก จึงไม่มีปัญหาเรื่องทรัพยากรบุคคล ประเด็นกลับอยู่ที่การประสานงานระหว่างคนในทีมมากกว่า
แอนดรูว์ให้ความเห็นในเรื่องของการจ้างงานว่า บริษัทจะมีปัญหาเฉพาะการจ้างในตำแหน่งวิศวกร และส่วนใหญ่คนที่สมัครเข้ามาทำงาน จะมีคุณสมบัติความเก่งในระดับกลางๆ และเป็นการเริ่มต้นทำงานเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่สอง แต่เวลานี้ตลาดการจ้างงานเปลี่ยนไปแล้วหากพิจารณาจากเรื่องของเงินเดือนในการจ้างงาน
สำหรับณัฐพร บอกว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลักดันทีม แต่จะต้องเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจร่วมกับองค์กร ดังนั้นวิศวกรที่เขามองหาจะไม่ใช่เพียงแค่โค้ดเป็น แต่ต้องมีความเข้าใจบริษัท และต้องมีความสามารถสื่อสารกับคนในทีมได้
การรั้งคน ไม่ให้ลาออก
แอนดรูว์มีความเห็นว่า หากมีสาเหตุจากเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ก็จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน หรือแม้แต่การเกิดขึ้นของโควิดก็ส่งผลกระทบต่อองค์กรและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การทำงานที่บ้านซึ่งมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำงานขององค์กร โดยบริษัทของเขานั้นค่อนข้างเปิดรับความคิดเห็นของทุกคน และต้องการให้พนักงานมีความรู้สึกที่ดี จะต้องทำให้พนักงานทุกคนมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย และแบ่งเวลาการมีชีวิตส่วนตัวกับการทำงานได้อย่างสมดุล
“ที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจถึงการลำดับความสำคัญในการทำงาน อีกทั้งเรื่องของเงินเดือนค่าตอบแทนที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ต่อมาก็คือ สถานที่ในการทำงานคือบ้าน แล้วจะทำอย่างไรให้มีบรรยากาศที่น่าทำงาน จึงได้ขยายสำนักงานเพิ่มขึ้นทั้งที่จังหวัดขอนแก่นและกรุงเทพฯ เป็นการสนับสนุนพื้นที่ในการทำงานของพนักงาน เพราะพนักงานบางคนไม่ชอบการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ จึงมีการจ้างพนักงานจากที่อื่นมากขึ้น เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น การให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ จะช่วยรักษาพนักงานให้ทำงานกับองค์กรไปนานๆ”
หากพนักงานที่ทำงานเก่งมากต้องการลาออก จะยื่นข้อเสนออะไรเพื่อรั้งไว้
ณัฐพรมีความเห็นว่า คงไม่ยื่นข้อเสนอทันที แต่จะใช้วิธีการเปิดใจคุยกันถึงสาเหตุที่ทำให้ลาออก ซึ่งตรงกันข้ามกับแอนดรูว์ เขาบอกว่า คงไม่รั้งไว้ และจะบอกกับพนักงานคนนั้นอีกด้วยว่า ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะจะต้องมีพนักงานคนใหม่ที่จะเข้ามาทำงานแทน
เช่นเดียวกับอารันดร์ที่คิดว่า การที่มีพนักงานลาออกไป ทำให้บริษัทมีโอกาสรับพนักงานคนใหม่ที่อาจจะทำงานเก่งกว่าคนเดิม อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาองค์กรให้ตอบโจทย์กับตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงได้อีกทางหนึ่ง
“เป็นเรื่องดีที่บริษัทปฎิบัติต่อพนักงานเหมือนคนในครอบครัว และหลายๆ บริษัทก็ปฎิบัติกันแบบนั้น แต่สำหรับบริษัทของเราพร้อมที่จะปรับตัวและพัฒนาให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลา หากพนักงานไม่เหมาะสมกับวิสัยทัศน์องค์กร ก็เข้าใจได้ และขออวยพรให้โชคดี”
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในไทยเป็นเรื่องน่ากังวลในด้านของบุคลากรหรือไม่ เพราะกำลังมีกระแสคนไทยต้องการทำงานที่ต่างประเทศ
อารันดร์ตอบอย่างภูมิใจว่า บริษัทของเขามีลักษณะเช่นเดียวกับจักรวรรดิอังกฤษ ‘เมืองที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน’ เนื่องจากทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีพนักงานทำงานอยู่ทั่วโลก แต่จากที่ได้ศึกษาสถิติมาแล้ว มหาวิทยาลัยระดับต้นๆ ในประเทศไทย ผลิตวิศวกรคอมพิวเตอร์ 500 คน แต่มีเพียง 50 คนเท่านั้นที่สามารถเขียนโค้ดได้ เขายังตั้งคำถามถึงกระบวนการต่างๆ ในเรื่องของแบบทดสอบของนักศึกษาก่อนจะออกมาทำงานนั้นเป็นอย่างไร
แอนดรูว์ให้ความเห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ จำนวนของบุคคลที่มีคุณภาพที่จะทำงานในสายนี้อาจจะยังไม่เพียงพอ และที่อาจจะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นก็คือ คุณภาพของบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัย นักศึกษาใช้เวลาเรียนมากกว่า 3 ปี แต่สำหรับการทำงานนั้น เป็นการ เริ่มต้นจากศูนย์นับจากวันที่เข้ามาทำงาน
วิมินตรายกตัวอย่างของประเทศเมียนมาร์ที่เริ่มการเรียนการสอนด้านนี้ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายซึ่งถือว่าเร็วมาก บริษัทของเธอก็มีช่างฝ่ายเทคนิคจากประเทศเมียนมาร์ด้วย
“กระทรวงดีอีเคยให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีความต้องการแรงงานสายดิจิทัล 20,000 คนต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 12,000 คน นอกจากนั้น ยังมีเพียง 5,000 คนที่อยู่ในตลาดแรงงาน จึงเป็นข้อสงสัยว่าที่เหลือนั้นไปอยู่ที่ไหน”
แรงงานคนรุ่นใหม่ในสายงานเทคโนโลยี ต้องการไปทำงานต่างประเทศเนื่องจากปัญหาทางด้านการเมือง
ในฐานะผู้บริหารคนรุ่นใหม่ ณัฐพรเห็นด้วยถึงเหตุผลดังกล่าว พร้อมกับเสริมถึงการที่คนไทยต้องการไปทำงานต่างประเทศว่า ยังมีปัจจัยอื่น เช่น อัตราการเกิดของคนรุ่นใหม่น้อยลง บางมหาวิทยาลัยถึงกับต้องปิดบางสาขาเนื่องจากไม่มีผู้สนใจเรียนในสาขาหรือหลักสูตรนั้น
อารันดร์กล่าวว่า “ทุกคนต้องใช้เวลาไปกับการเรียนในโรงเรียน 12-15 ปี แต่ในยุคปัจจุบันนี้ ทุกคนสามารถศึกษาแบบเฉพาะทางโดยใช้เวลาเพียง 4-5 ปี เพื่อที่จะไปทำงาน และในอนาคตจะยิ่งไม่ได้ขึ้นกับจำนวนปีที่ศึกษา แต่ขึ้นอยู่กับว่า สามารถเรียนรู้ได้เร็วแค่ไหน”
พจมาศเสริมความเห็นในเรื่องของเด็กไทยที่ไม่อยากจะทำงานสายนี้ในประเทศว่า ไม่ได้มาจากการหางานในประเทศไทยไม่ได้ เห็นด้วยกับณัฐพร ในเรื่องปัจจัยคุณภาพชีวิต คนกลุ่มนี้จะมีความคิดว่า ทำงานที่ไหนก็ได้เงินเดือนเหมือนกัน แต่คุณภาพชีวิตที่ได้อาจจะต่างกัน ในฐานะที่เธอเป็นแม่ จึงต้องการจ่ายในแง่การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต เพื่อให้ลูกเติบโตในสังคมที่ดี และเติบโตโดยสามารถเลือกทุกอย่างเองได้อย่างเหมาะสม
คนที่สนใจลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพในไทย ควรต้องกังวลกับปัญหาของการขาดแคลนแรงงานในสายนี้หรือไม่
อารันดร์กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการก่อตั้งสตาร์ทอัพคือ ต้องมั่นใจว่าเชี่ยวชาญกับงานที่จะทำ ต้องเชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ ศึกษาปัจจัยต่างๆ อย่างดี และหากเข้าใจในเรื่องที่ต้องการทำแบบจริงจังแล้ว จะได้พบกับแรงงานที่ต้องการ พวกเขาจะเข้ามาหาเอง แต่ไม่ควรมีความคิดที่ว่า ถ้ายังไม่ลงมือทำเวลานี้ก็ไม่สาย เพราะไม่ใช่ความคิดที่ดีของคนที่จะทำสตาร์ตอัพ
“ทุกคนบนโลกสามารถชงกาแฟได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนบนโลกจะชงกาแฟที่อร่อยได้ หลายคนคิดว่า การจะก่อตั้งบริษัท ต้องมีแรงงานจำนวนมาก แต่ก็มักจะลืมในเรื่องของการกำหนดค่าใช้จ่าย ตามมาด้วยความวิตกในเรื่องของการบริหารเงินทุน ดังนั้น ตราบใดที่มั่นใจว่าการตัดสินใจลงมือทำคือสิ่งที่ถูกต้อง ก็อาจไม่ต้องหาคนเพิ่ม แต่จะต้องเลือกที่จะพัฒนาศักยภาพคนในองค์กรที่มีอยู่มากกว่า”
ความสำคัญของซอฟต์แวร์เอเยนซี่
ผู้บริหาร Property Flow Thailand กล่าวว่า สำหรับการโปรโมตสินค้าผ่านซอฟต์แวร์เอเยนซี่ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการทำงานเป็นโปรเจ็กต์ ดังนั้น จึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขายังให้ความสนใจการทำงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุภารกิจ สิ่งสำคัญคือเรื่องของการสื่อสาร ต้องทำให้เกิดความรู้สึกว่าเขามีความสำคัญ เพราะงานจะขับเคลื่อนได้ต้องมาจากทุกคน
วอนภาครัฐหาแนวทางสร้างบุคลากรสายเทคโนโลยี
ในช่วงท้ายของการพูดคุย มีการโหวดความเห็นของผู้ที่มาร่วมฟังถึงความคาดหวังจากการทำงานเป็นวิศวกรในสายงานเทคโนโลยี ซึ่งได้รับคำตอบว่า นอกจากรายได้แล้ว ยังต้องการความท้าทายในการทำงาน การมีเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ดี และการทำงานก็ยังถือเป็นการให้คุณค่ากับตัวเองอีกด้วย โดยฐิตาภาได้ตั้งคำถามกับผู้ร่วมเสวนาว่า เป็นเรื่องยากหรือไม่ ที่จะให้สิ่งเหล่านั้นแก่พนักงานในองค์กร
อารันดร์ให้เหตุผลว่า การทำงานมีทั้งงานหนักและงานเบา บางคนอาจจะรับไม่ได้ก็ต้องลาออก ยอมรับว่าการทำให้ทุกคนมีความสุขค่อนข้างยาก แต่เขาจะทำในบทบาทของเขาอย่างดีที่สุด
ใกล้เคียงกับแอนดรูว์ ย้ำว่า สิ่งสำคัญสำหรับเขาไม่ใช่เรื่องทำให้พนักงานมีความสุข แต่เป็นการสื่อสารของคนในทีม ไม่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกคน แต่ต้องมีความไว้วางใจเพื่อนร่วมทีม แล้วทุกอย่างจะดำเนินไปตามกระบวนการนั้นๆ เอง
ก่อนจบเสวนา ยังมีการฝากถึงภาครัฐเกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมเพื่อช่วยสร้างบุคลากรสายเทคโนโลยีว่า ควรมีการสนับสนุนให้การจัดการในสายเทคโนโลยีง่ายขึ้น ทั้งการทำงานและการดำเนินการ จนถึงระบบต่างๆ เช่น การทำใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติ และควรส่งเสริมการศึกษาอย่างเท่าเทียมในทุกระดับ โดยเฉพาะการสนับสนุนและส่งเสริมพัฒนาการทางความคิดของเด็ก เพื่อให้มีความกล้าที่จะคิดนอกกรอบมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
และสำหรับใครที่เชื่อมั่นในโอกาสที่ ‘NFQ Thailand’ เตรียมมอบไว้ให้ ขอเชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้ทาง LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/wimintra-j-raj-34088032/ หรือที่อีเมล์ [email protected].

