เมื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทำให้หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ต้องปรับตัวให้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งมีบทบัญญัติเรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ทำให้เกิดความกังวลว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในแนวทางใด
สมาคมนักศึกษาเก่าสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมนักศึกษาเก่าคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จึงได้ร่วมกับ PDPA Thailand, สถาบันพัฒนาและทดสอบทักษะดิจิทัล (DDTI) และบริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด เปิดอบรมหลักสูตร การคุ้มครองข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มีแนวทางในการจัดการคุ้มครองข้อมูลบุคคลของหน่วยงานภาครัฐ
ดร.สโรชินี ศิริวัฒนา นายกสมาคมนักศึกษาเก่าคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงโครงการอบรมฯ ว่า “หลักสูตรนี้ ถูกออกแบบมา เนื่องจาก PDPA เป็นกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลที่มีบทบัญญัติครอบคลุมถึงหน่วยงานภาครัฐ นอกเหนือจาก พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ทุกหน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามกันอยู่แล้ว เพื่อให้ข้าราชการและบุคลากรของหน่วยงานรัฐมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความแตกต่างของกฎหมายทั้งสองฉบับมากยิ่งขึ้น และสามารถนำแนวทางไปปรับปฏิบัติในหน่วยงานได้จริง”
“ความแตกต่างที่น่าสนใจของกฎหมายทั้งสองฉบับ คือ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการจะเน้นหลักการ เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น ส่วน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะเน้นหลักการเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลตามวัตถุประสงค์ เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimization) มีระยะเวลาการเก็บรักษาและลบทำลายข้อมูล (Data Retention and Erasure) ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสอดคล้องใกล้เคียงกัน แต่ยังมีความแตกต่างที่อาจต้องมีการบริหารจัดการกระบวนการทำงานในหน่วยงานเพิ่มเติม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นมิได้ หากข้าราชการและบุคลากรหน่วยงานของรัฐไม่มีองค์ความรู้ในประเด็นนี้” ดร.สโรชินี เสริม
ด้าน ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้ก่อตั้งสื่อ PDPA Thailand ฐานะผู้อำนวยการโครงการ เปิดเผยว่า “นอกจากมีผมเป็นวิทยากรแล้ว โครงการอบรมยังได้รับเกียรติจากวิทยากรที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นวิทยากรผู้บรรยาย ได้แก่ อาจารย์เธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, ผศ.ดร.ธีทัต ชวิศจินดา ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายเพื่อการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อาจารย์วนิดา สักการโกศล อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ, และอาจารย์เยี่ยมศักดิ์ คุ้มอินทร์ ข้าราชการบำนาญ (สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) และอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน”
ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับวุฒิบัตรรับรองความรู้จากสมาคมฯ โดยที่ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมที่หน่วยงานเห็นชอบและอนุมัติให้มาเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถเบิกค่าลงทะเบียนเต็มจำนวนจากงบประมาณของของต้นสังกัดได้ (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่3) พ.ศ.2555) ซึ่งแต่ละหน่วยงานสามารถพิจารณาส่งบุคลากรเรียนรู้ได้ตามโครงสร้างของหน่วยงาน เหมาะสมกับหน่วยราชการและองค์กรของรัฐทุกประเภท กระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัย และโรงเรียน เป็นต้น
หน่วยราชการและองค์กรภาครัฐที่ให้ความสนใจส่งบุคลากรมาร่วมการอบรม สามารถดูรายละเอียดการสมัครเรียนหลักสูตร การคุ้มครองข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของหน่วยงานภาครัฐ ได้ที่ https://nidalaw.or.th/oia-pdpa-training/

