สาเหตุของโรคริดสีดวงเกิดจากอะไร? การทานยารักษาริดสีดวง เหมาะกับผู้ป่วยระยะไหนบ้าง?

26.07.22 | 11:28 น.

โรคริดสีดวงถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่อันตรายร้ายแรง สามารถทานยารักษาริดสีดวงเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ด้วยอาการเป็นเป็นหายๆ อาจจะสร้างความ รำคาญให้กับผู้ป่วยได้ไม่น้อย แม้โรคนี้จะยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาการส่วนใหญ่ของโรคนั้นมักเกิดมาจากอาการโป่งพองของเส้นเลือดปลายสุดของทวารหนัก และไม่ยุบลงเมื่อขับถ่ายอุจจาระเสร็จ จนทำให้มีเลือดออกในขณะการขับถ่าย ซึ่งจะสร้าความเจ็บปวดมากเมื่อมีอาการอักเสบติดเชื้อที่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

สาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงมีอะไรบ้าง

– ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีกากใยน้อย ไม่ทานผักผลไม้

– ดื่มน้ำน้อย ทำให้ลำไส้ก็จะไม่มีน้ำที่ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย จึงทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย

– ชอบดื่มชา กาแฟ หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะมีสารแทนนิน ที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ (รวมถึงเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ด้วย)

Advertisement

– ชอบกินอาหารรสจัด โดยเฉพาะรสเผ็ดจัดที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และ ลำไส้

– เกิดจากอุปนิสัยชอบนั่งถ่ายเป็นเวลานอนจากการเล่นโทรศัพท์ และ การเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ

– มีการใช้ยาระบายอย่างพร่ำเพรื่อ ซึ่งอาจทำให้ลำไส้มีอาการผิดปกติได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นริดสีดวงในระยะไหน

ริดสีดวงภายในสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งในแต่ละระยะจะมีอาการบ่งบอกของโรคดังนี้

– ระยะที่ 1 ติ่งริดสีดวงมีขนาดเล็ก อยู่ด้านในขอบรูทวารยังไม่มีการโผล่ยื่นออกมา แต่ อาจมีอาการบ่งบอกของโรคคือมีเลือดสด ๆ ปนออกมาในขณะถ่ายหรือหลังถ่ายอุจจาระ

– ระยะที่ 2 ติ่งริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น และ สามารถโผล่ออกมานอกรูทวารในขณะเบ่งถ่าย อุจจาระ แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้ หลังการขับถ่าย นอกจากนี้ริดสีดวงในระยะที่2 อาจทำให้มีเลือดออกได้บ่อยขึ้น

– ระยะที่ 3 ติ่งริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เวลาถ่ายอุจจาระแล้วมีติ่งโผล่ออกมา แต่ไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง ต้องใช้มือดันช่วยให้กลับเข้าไป ซึ่งในระยะนี้จะเห็นได้ว่ามีเลือดออกบ่อยขึ้น และ เริ่มมีอาการระคายเคืองมากขึ้น

– ระยะที่ 4 ในระยะนี้ติ่งริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้โผล่ออกมาด้านนอกอยู่ตลอดเวลา และไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน (ให้ความรู้สึกเจ็บและระคายเคืองมากกว่าในระยะ 3)

โรคริดสีดวงมีกี่ประเภทต่างกันอย่างไร

ริดสีดวงทวารหนัก หรือ Hemorrhoid สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของอาการ ได้แก่

  1. ริดสีดวงทวารชนิดภายนอก (External Hemorrhoids) เป็นอาการของริดสีดวงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังปากทวารหนักโป่งพอง แล้วดันออกมา นอกบริเวณรอยย่นของรูทวาร สามารถมองเห็นและคลำได้ มักมีอาการเจ็บปวดเมื่อเกิดการอักเสบ เพราะ เพราะอยู่ในบริเวณผิวหนังที่มีปลายประสาทปกคลุมจึงรับ รู้ความรู้สึกได้
  2. ริดสีดวงทวารชนิดภายใน (Internal Hemorrhoids) เป็นริดสีดวงที่เกิดจากหลอดเลือดที่โป่งพองในตำแหน่งเหนือทวารหนักขึ้นไป อาจจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น ไม่สามารถคลำได้ และไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหากอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยไม่มี อาการอักเสบหรือติดเชื้อร่วมด้วย แต่อาจมีขนาดใหญ่สามารถคลำได้ และ เกิดความรู้สึกเจ็บหากอยู่ในระยะที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระยะที่ 3-4 ขึ้นไป

ยารักษาริดสีดวงมีกี่ชนิด

ในปัจจุบันยารักษาโรคริดสีดวงสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด เพื่อให้ผู้ป่วยได้เลือกตามความ เหมาะสมของอาการดังนี้

  1. ยารักษาริดสีดวงชนิดทา เป็นยาใช้ภายนอก ซึ่งในตัวยามมักมีส่วนผสมของ Lajjalu และ Zinc calx ที่ช่วยสมานแผลบริเวณทวารหนัก ทำให้เลือดหยุดไหลเมื่อมีการขับถ่าย Hydrocortisone Acetate, Zinc Oxide และ Benzociane ออกฤทธิ์บรรเทาอาการปวด แต่มีข้อควรระวังคือไม่สามารถใช้ต่อเนื่องเป็เวลานานๆได้ เนื่องจากในตัวยาบางยี่ห้อมีส่วนผสมของสเตียรอยด์(ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงในระยะยาวได้)
  2. ยาเหน็บ หรือ ยาสอดริดสีดวง มีลักษณะเป็นกระสวยเล็กๆ เนื้อสัมผัสนิ่มปลานกลางใช้สำหรับการสอดตัวยาเข้าไปที่รูทวาร เพื่อรักษาอาการของริดสีดวง โดยยารักษาริดสีดวงชนิดนี้มักจะมีตัวยาเดียวกันกับยาทา เช่น Hydrocortisone Acetate, Zinc Oxide และ Benzociane แต่ในขณะสอดยาต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  3. ยาทานรักษาริดสีดวง ที่มีทั้งชนิดยาแผนปัจจุบัน และ ยาสมุนไพร แต่ในปัจจุบันพบว่าการทานยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง จะได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมีผลข้างเคียงน้อย สามารถรักษาอาการได้อย่างเห็นผล และ ทานยาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย โดยส่วนผสมของสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาริดสีดวงได้แก่ เพชรสังฆาตร ใบมะกา อัคคีทวาร เป็นต้น

แนะนำยารักษาริดสีดวงที่ทำให้หายขาด

การจะรักษาริดสีดวงให้หายขาดนั้น จำเป็นจะต้องรักษาที่ต้นตอของสาเหตุ และ มีการปรับปรุงลำไส้ทั้งระบบ  ซึ่งยาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

  1. อภัยภูเบศร เป็นยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเพชรสังฆาตเป็นหลัก ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนักได้ตั้งแต่ระยะที่ 1-3 ด้วยตัวยา ขนาดบรรจุ 10 แคปซูล x 10 แผงราคา 225 บาท
  2. อ้วยอันโอสถ เป็นยาสูตรดั้งเดิมตำรับยาสมุนไพรจีน ช่วยแก้ท้องผูก เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีสรรพคุณช่วยบรรเทาโรคริดสีดวงทวารหนัก ช่วยลดอาการปวด การอักเสบของโรคิดสีดวงในระยะที่ 1-3 ขนาดบรรจุ 100 แคปซูล / ขวด ราคา 130 บาท
  3. กรุงเทพทิพโอสถ เป็นสมุนไพรรักษาริดสีดวงรักษาริดสีดวงได้ทั้งริดสีดวงภายใน และ ริดสีดวงภายนอก ตามตำรับยาโบราณ มีส่วนผสมหลักคือเพชรสังฆาตร อัคคีทวาร โกฐน้ำเต้า ที่สามารถบรรเทาอาการริดสีดวงได้ในทุกระยะ
  4. ยาริดสีดวงอันโดะ (Ando) เป็นยาริดสีดวงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้รักษาริดสีดวงให้หายขาดแบบครบวงจร ที่แบ่งตัวยาออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ยาสมุนไพรริดสีดวงอันโดะ (Ando) เป็นตำรับยาโบราณสูตรเฉพาะที่มีส่วนประกอบของตัวยาสมุนไพรหลักถึง 5 ชนิด ได้แก่ เพชรสังฆาต ใบมะกา โกฐกักกรา ใบมะขามแขก อัคคีทวาร ที่ช่วย รักษาริดสีดวงที่ต้นเหตุไม่ใช่แค่บรรเทาอาการ และ ดูแลในเรื่องของระบบลำไส้ทั้งระบบให้หายขาดจากโรคริดสีดวง

สบู่สมุนไพรทำความสะอาดริดสีดวง อันโดะ ที่ใช้ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นริดสีดวงโดยเฉพาะ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ แสบ คัน เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ทุกครั้งที่ใช้จะให้ความรู้สึกสะอาด ไม่ระคายเคือง มีส่วนผสมของสมุนไพร 5 ชนิด 1 ก้อนใช้ได้นาน 1 เดือน

สเปรย์บรรเทาริดสีดวงทวาร เป็นน้ำแร่จากประเทศญี่ปุ่น ที่นำมาผสมสมุนไพรไทยหลายชนิดที่ มีคุณสมบัติในการรักษาริดสีดวงโดยเฉพาะ ที่สามารถบรรเทาอาการริดสีดวง ลดปวด บวม และ ลดการระคายเคืองในระหว่างวัน ข้อดีของการใช้สเปรย์ คือ ช่วยลดการติดเชื้อจากการใช้มือสัมผัส และน้ำแร่ของ Ando เป็นสูตรที่อ่อนโยนมากหญิงตั้งครรภ์ใช้ได้ 1 ขวด ฉีดได้มากกว่า 500 ครั้ง

ข้อควรระวังในการใช้ยารักษา

– ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชสกร

– เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

– ห้ามใช้ยากับผู้ที่มีประวัติแพ้สมุนไพรอย่างรุนแรง

สรุป

การใช้ยารักษาริดสีดวงให้หายขาดจะต้องเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับอาการ หากมีติ่งริดสีดวงโผล่ออกมาแนะนำให้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยสบู่สมุนไพรทำความสะอาดริดสีดวง และลดการระคายเคืองในระหว่างวันด้วยสเปรย์น้ำแร่ญี่ปุ่นผสมสมุนไพรก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ อีกทั้งทั้งนี้เพื่อให้เห็นผลการรักษาที่รวดเร็วและหายขาดจากโรคได้ง่ายขึ้น