ปฏิเสธไม่ได้ว่า การศึกษา เป็นบันไดขั้นสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสก้าวสู่การเรียนรู้ ฝึกฝนตน ตลอดทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่ออยู่รอดในสังคมต่อไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ความยากจน เป็นอุปสรรคสำคัญทางการศึกษา ทำให้เด็กจำนวนมากต้องสูญเสียโอกาสการเรียนไปอย่างน่าเสียดาย
แต่เด็กและเยาวชนแหล่านี้ ก็ไม่ไร้โอกาสโดยสิ้นเชิง เพราะมีหลากหลายภาคส่วนเห็นถึงปัญหานี้ และหยิบยื่นโอกาสให้เด็กและเยาวชนเสมอมา เช่นเดียวกับ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย ที่ตลอด 128 ปีนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจการกลั่นน้ำมัน จำหน่ายน้ำมัน และเคมีภัณฑ์คู่สังคมไทย ได้ดำเนินกิจกรรมมากมาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพลังแห่งโอกาส เพื่อพัฒนาชีวิตของคนไทยและสังคมไทย ให้สามารถก้าวผ่านความเหลื่อมล้ำและมีโอกาสการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
ล่าสุด เอสโซ่และกลุ่มธุรกิจในเครือยังคงมุ่งมั่นสานต่อพลังแห่งโอกาสให้เด็กนักเรียนผู้ขาดแคลน ส่งมอบทุนการศึกษากว่า 1.3 ล้านบาท ผ่านกิจกรรม เอสโซ่ ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน ปีที่ 4 แก่นักเรียนในโรงเรียนพื้นที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 24 โรงเรียน

ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า เป็นหน้าที่สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันผลักดัน และส่งเสริมให้เยาวชนที่ขาดแคลนได้มีโอกาสด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทุนการศึกษาภายใต้กิจกรรม เอสโซ่ ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน ปีที่ 4 ครั้งนี้ ถือเป็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่หวังว่า จะช่วยให้เด็กและเยาวชนได้มีหนทางพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองต่อไปได้
กิจกรรม เอสโซ่ ปันน้ำใจฯ เป็นกิจกรรมที่ร่วมทำงานกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่เป็นนักเรียน มีฐานะยากจนและขาดแคลนทุนทรัพย์ จนหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้มีโอกาสกลับสู่ห้องเรียนอีกครั้ง

กระบวนการคัดเลือกผู้สิทธิรับทุนนั้น เอสโซ่ใช้วิธีการนำข้อมูลจากระบบ iSEE หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ของ กสศ. ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกที่นำระบบ iSEE มาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนที่ขาดแคลน ที่สำคัญยังสามารถใช้ระบบเดียวกันนี้มาประเมินผลการช่วยเหลือเมื่อครบ 1 ปีการศึกษา จากข้อมูลนักเรียนผู้ได้รับทุน อาทิ ผลการเรียน พฤติกรรมการเรียน เพื่อทำการประเมิน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพในระดับต่อไป
“ปีนี้ เราได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของบริษัท สโมสรพนักงานเอสโซ่ สถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ และพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด มอบทุนการศึกษา จำนวน 1,387,000 บาท ให้นักเรียนในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 24 โรงเรียน และตั้งเป้าขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย
“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุนการศึกษาจากกิจกรรม ‘เอสโซ่ ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน’ ครั้งนี้ จะเป็นพลังจุดประกายให้น้องๆ นักเรียนได้รับประโยชน์ และมีโอกาสเรียนต่อตามความต้องการ และสามารถพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพต่อไป” ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย กล่าว

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2562 หรือเกือบ 3 ปี ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของสังคมเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อหน่วยย่อยของสังคม คือ ครอบครัว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน ส่งผลให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายมากกว่าเดิม เสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด
ผลกระทบที่ตามมา คือ เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาค ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ราว 1,094 บาท ต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ 30-40 บาท เท่านั้น
“ทุนการศึกษาจากกิจกรรม ‘เอสโซ่ ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน’ นี้ จึงเป็นทุนออนท็อปหรือทุนเพิ่มเติมให้นักเรียนทุนเสมอภาค ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา อาทิ ค่าเดินทางมาเรียน ค่าอาหารเช้า ได้อย่างคุ้มค่าตรงกลุ่มเป้าหมาย” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘เอสโซ่ ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน’ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ไม่เพียงส่งพลังบวกและกำลังใจให้ผู้ขาดแคลนได้มีโอกาสเรียนต่อเท่านั้น หากยังเป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กและเยาวชนเหล่านี้ด้วย
สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มเอสโซ่ ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญการดำเนินธุรกิจที่ก้าวไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมในมิติต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน


