NerdOptimize SEO Agency ที่รับทำเฉพาะ SEO ช่วยให้คุณติดอันดับอย่างยั่งยืนผ่าน Google

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Search Engine คือหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ธุรกิจต่างขวนขวายและหาวิธีการทำให้ติดอันดับทั้งการลงมือทำเอง หรือไม่ก็ลงทุนจ้างบริษัทรับทำ SEO แบบเป็นเรื่องเป็นราว แต่การจะจ้างเอเจนซีเพื่อทำ SEO สักเจ้าหนึ่งแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ หลายครั้งก็เหมือนการสุ่มของ เพราะไม่ใช่ทุกเอเจนซีจะสามารถทำ SEO ที่ตอบโจทย์สำหรับทุกธุรกิจได้เสมอไป หากวิเคราะห์ผิดก็ไม่ติดอันดับ หรือโฟกัสผิดจุด SEO ก็อาจจะไม่ช่วยผลักดันให้ Goal ที่ตั้งไว้เป็นไปตามที่หวัง

ดังนั้น จะดีกว่าไหม? ถ้าหากวันนี้มีบริการรับทำ SEO แบบเฉพาะทาง ที่โฟกัสแค่ “การทำ SEO” ให้กับธุรกิจคุณโดยเฉพาะ และนี่คือเหตุผลที่เราจะมาพูดคุยกับ คุณไอซ์ CEO & Co-Founder จาก NerdOptimize หรือ SEO Agency มากประสบการณ์ ที่มุ่งมั่นจะใช้ช่องทาง Search Engine เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้กับคุณได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องทำการตลาดหลายขา แต่ว่าได้ผลลัพธ์มหาศาลแน่นอน

การเป็น SEO Agency ดีอย่างไร ทำไมถึงไม่มีบริการอื่นๆ เหมือน Digital Agency อื่น

สำหรับผมแล้ว บริษัทรับทำ SEO ก็ต้องโฟกัสในสิ่งที่ถนัดมากที่สุด นั่นก็คือ การทำ SEO ผมจึงเน้นสร้างรากฐานของบริษัทให้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะการทำ SEO จริงๆ แล้วก็มีปัจจัยและกระบวนการทำงานหลายอย่างที่ซับซ้อนไม่น้อยไปกว่าการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Technical SEO, Onpage, Offpage, การทำ Keywords Research รวมไปถึงการทำ Ux&Ui และ Conversion Rate Optimize ด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่า SEO เหมือนมีสูตรที่ตายตัว ทำตามแผนไปก็ติด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เรามีเทคนิคที่มากกว่านั้น

Advertisement

ผมเลยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องวิ่งตาม Marketing Trend ต่างๆ เพื่อพยายามเป็นเอเจนซีที่เก่งไปซะทุกเรื่อง แต่เราเลือกที่จะใช้เวลาไปกับการทำ SEO เท่านั้น เพื่อให้ทีมงานของ NerdOptimize กลายเป็น Expert ในด้านนี้เพียงด้านเดียว และเพื่อให้รู้ลึก รู้จริง รวมถึงเข้าใจการทำ SEO ในทุกๆ ด้าน จากทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ทำมามากกว่า 10 ปี

การทำ SEO ในมุมมองของ NerdOptimize คืออะไร

ผมมองว่าการทำ SEO ไม่ใช่แค่ทำ Keyword ใด Keyword หนึ่งแล้วพอติดอันดับแล้วก็จบไป แต่เราควรที่จะมองให้กว้างไปกว่านั้นว่า การทำ SEO สามารถช่วยธุรกิจได้จริงมั้ย แค่ติดอันดับแล้วทำให้เกิด Conversion จริงหรือเปล่า สร้าง Awareness ในด้านที่ควรจะเป็นได้หรือไม่

ดังนั้น การทำ SEO สำหรับผมจึงควรจะทำ Business Keywords ที่เหมาะสมให้กับลูกค้าได้เลย เพราะในหนึ่งธุรกิจจะมี Keyword มากมายที่ธุรกิจสามารถทำอันดับบน Google ได้ แต่ว่า Focus Keywords ไหนล่ะที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่สุด อาจจะเป็น Longtail Keywords ที่มี Search Volume หรือ ปริมาณคำค้นหาน้อย แต่อิมแพ็คก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมาอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจก่อนว่า ปริมาณคำค้นหาไม่ใช่ทุกอย่างของการทำ SEO บางครั้งคำที่มีปริมาณคำค้นหามากอาจไม่สำคัญเท่ากับคำที่ทำเงินให้ได้ เพราะฉะนั้น เราเลยต้องให้คำแนะนำกับลูกค้าเสมอว่า เราจะทำจาก Keywords ทำเงินก่อนแล้วค่อยขยับมาเป็น Keywords คำกว้างต่อไป

นอกจากนี้ SEO ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นของ Journey เท่านั้น สิ่งที่จะทำต่อก็คือ การที่ผมและทีมงานจะช่วยเปลี่ยนคนที่เข้ามายังเว็บไซต์จากการทำ SEO ให้กลายมาเป็น Lead เพื่อให้ลูกค้าได้ยอดขาย และนั่นคือปลายทางของการทำ SEO ของบริษัทเรา

ปกติแล้วการทำ SEO ของ NerdOptimize เป็นอย่างไร

การทำ SEO ของ NerdOptimize จะมีอยู่ด้วยกัน 6 ขั้นตอนหลักๆ คือ

  1. Technical SEO : เราจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าดีพอที่จะทำ SEO แล้วติดอันดับ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็น Technical SEO ที่เราเชี่ยวชาญ
  2. Research Keywords : ขั้นต่อมาจะเป็นการทำ Research Keywords ให้กับธุรกิจลูกค้า โดยเราจะไม่ได้นั่งสรุปจากแค่ประสบการณ์หรือคาดเดา แต่เราจะทำ Research Keywords กว่า 1,000 คำ และทำการ Segment Keywords ว่า Keywords ไหนสามารถอยู่ในบทความเดียวกันได้บ้าง
  3. สอบถามและแนะนำ : การ Research Keywords ของเราเป็นการทำ Data ที่จะช่วยทำให้ลูกค้ามองเห็นว่า การทำ SEO จะเข้าไปช่วยธุรกิจของพวกเขาอย่างไร โดยเราจะทำการพูดคุยและสอบถามลูกค้าว่าต้องการเน้นอะไร เช่น เน้นทำอันดับให้บริการที่มี Margin สูง ต้องการ Awareness เพิ่ม ฯลฯ หลังจากนั้นทีมก็จะทำการเลือก Group Keywords ที่เหมาะสม และแนะนำแผนการทำ SEO ที่ช่วยแก้ปัญหาตามที่ลูกค้าต้องการต่อไป
  4. วาง Structure Content : เราจะทำการวางแผนให้คอนเทนต์หนึ่งคอนเทนต์สามารถติด Keywords เท่าที่จะติดได้ ทำให้การทำ Content คุ้มค่ามากๆ ในการลงทุนของลูกค้า ซึ่งเทคนิคนี้จะเป็นเทคนิคสายขาวที่เราใช้ทั้ง Data และความรู้ด้านทำคอนเทนต์มาประกอบรวมกัน จึงทำให้ลูกค้าเห็นภาพรวมของการทำคอนเทนต์ทั้งหมดอย่างเป็นระบบและชัดเจน
  5. ทำ SEO On-Page : ในการนำคอนเทนต์ลงเว็บไซต์ เราจะทำการวางโครงสร้างตามหลัก SEO พร้อมทั้งการทำ On page Optimize เช่น การเชื่อม Internal Link, Call to action, การทำ ALT, การทำ Meta Title & Description ฯลฯ
  6. ทำ SEO Off-Page : และส่วนสุดท้าย เราก็จะทำ Backlink เพื่อช่วยดันอันดับให้กับเว็บไซต์ของลูกค้า โดยการทำ Backlink ของเรานั้นจะทำจากคอนเทนต์ที่เขียนใหม่ และเนื้อหาครบถ้วนตามโครงสร้าง SEO ที่เราทำ Keyword Research มา เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า จะได้ Backlink ที่มีประโยชน์กับธุรกิจอย่างแน่นอน

เห็นว่าทาง NerdOptimize มีการทำคอนเทนต์สำหรับ SEO ให้ลูกค้าเยอะมาก เพราะอะไร

เนื่องจาก NerdOptimize เป็นบริษัทรับทำ SEO ที่เน้นกลยุทธ์การทำเว็บไซต์ของลูกค้าให้มี Organic Keywords ที่เยอะๆ เพื่อสร้าง Traffic ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้น ก็จะทำการ Optimize On- page ตัวอย่างเช่น การทำ Internal link การปรับแต่ง Title Description ฯลฯ รวมไปถึงการทำ Link ดีๆ จาก Website ที่น่าเชื่อถือกลับมาให้เว็บไซต์ด้วยเทคนิค Off-Page SEO ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะเป็นไปตามกฎ E-A-T Factor ที่ทาง Google กำหนดเอาไว้ แล้วจะนำมาใช้ในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ โดยเทคนิคเหล่านี้จะเป็นเทคนิคพิเศษที่ NerdOptimize เชี่ยวชาญ และมีส่วนช่วยให้การทำอันดับง่ายขึ้นมากๆ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ คือ ผมทำการ Research Keywords มาสำหรับธุรกิจหนึ่ง แล้วพบว่า ผมสามารถทำบทความได้ 60 Focus Keywords

สิ่งที่ผมจะพยายามทำก็คือ คอนเทนต์ที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมในความเร็วที่ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ผมจะเก็บ 60 Focus Keywords ทั้งหมด 60 บทความ ใน 6 เดือน

และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเอเจนซีบางเจ้าที่รับทำให้บางธุรกิจแล้วปล่อยบทความให้ได้ 2-3 บทความต่อเดือน ผ่านไป 6 เดือน ทำได้แค่ 18 บทความ แสดงว่า ผมสามารถทำให้ธุรกิจของคุณมีคอนเทนต์ที่นำหน้าคู่แข่งไปแล้วถึง 3 เท่าในระยะเวลา 6 เดือน  และธุรกิจของคุณยังได้ Traffic จำนวนมหาศาลจากการทำคอนเทนต์ที่มากพอและถูกต้องด้วยเทคนิคนี้ ซึ่งผมพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง ลองดูกราฟตามภาพตัวอย่างเลยครับว่า การทำคอนเทนต์นั้นสำคัญสำหรับ SEO มากจริงๆ หากคุณไปถูกทาง Traffic ที่คุณต้องการก็จะมาหาคุณแบบนี้อย่างแน่นอน

นอกจากการรับทำ SEO แล้วทาง NerdOptimize มีบริการอะไรอีกไหม

เนื่องจากการทำ SEO ยังเป็นแค่ต้นน้ำของการทำให้เว็บไซต์มี Traffic แต่สิ่งที่เป็นปลายน้ำที่ต้องทำต่อเลยก็คือการเปลี่ยนยอดผู้เข้าชม หรือค้นหาข้อมูลจาก Keyword ที่ทำ SEO เหล่านี้ให้กลายเป็น Lead หรือเป็นลูกค้าต่อให้ได้มากที่สุด ซึ่งเทคนิคที่บริษัทของผมใช้ทำก็คือ CRO (Conversion Rate Optimization) และผมก็เคยนำเทคนิคนี้ไปใช้กับการทำเว็บไซต์ให้กับโรงพยาบาลหนึ่ง พบว่า เราสามารถเพิ่ม Conversion Rate ให้กับลูกค้าได้ถึง 300% ผมเลยวางแผนไว้ว่า นอกจาก Traffic ที่หามาให้ลูกค้าได้แล้ว ผมอยากจะพัฒนาให้บริษัทมีบริการในส่วนการทำ Conversion Rate Optimization ให้กับลูกค้าเพิ่มเติมด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image