ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่หมุนไปอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจทั่วโลก ที่เป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ข้อพิพาททางการเมืองของประเทศขั้วมหาอำนาจ ภาวะเงินเฟ้อ ระดับราคาวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น รวมไปถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ยังคงผันผวน
ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนในการผลิต โดยเฉพาะเชื้อเพลิงน้ำมันที่เป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องมองหานวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความคุ้มค่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคธุรกิจ ผนวกกับการเบนเข็มเข้าหาการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของโลก ที่ต้องการลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ใน ค.ศ. 2030
ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้โลกเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเกิดการพัฒนาเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้าขึ้นมาใช้แทนที่เครื่องจักรพลังงานน้ำมัน กลายเป็นทางรอดและโอกาสสำคัญทางธุรกิจ ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องจักรหนัก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
เฉกเช่นเดียวกับ บริษัท โอ.ซี.อาร์ จำกัด ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเครื่องจักรหนักมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี ที่เล็งเห็นถึงคลื่นความเปลี่ยนแปลงของโลกและภาคธุรกิจ
เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องจักรหนักนำเข้า ในปี 2559 โอ.ซี.อาร์ ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรหนักแบรนด์ XCMG ผู้ผลิตเครื่องจักรเบอร์ 3 ของโลก ในประเทศไทย พ่วงด้วยการนำนวัตกรรมเครื่องจักรหนักไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นเจ้าแรกๆ

แม้เครื่องจักรหนักไฟฟ้าจะเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่ท้าทายภาคธุรกิจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นความคุ้นชินของผู้บริโภค ผู้ใช้งานยังคงมองเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าถึงยาก ยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพการใช้งานของนวัตกรรมใหม่ๆ และมีคำถามในใจว่านวัตกรรมไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มากน้อยแค่ไหน
เพื่อคลายข้อสงสัยข้างต้นอย่างเป็นรูปธรรม สิรภพ ตันติธรรม ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า บริษัท โอ.ซี.อาร์ จำกัด ได้ยกตัวอย่างความเปลี่ยนแปลง หลังจากเปลี่ยนเครื่องจักรหนักที่ใช้น้ำมัน มาสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบว่า
“ยกตัวอย่างรถตักล้อยางไฟฟ้า จากการใช้งานจริงในประเทศไทย ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งงานเหมือง งานก่อสร้าง และงานเกษตร เราพบว่า ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100-150 บาท เทียบกับรถตักที่ใช้น้ำมัน ที่ต้นทุนต่อชั่วโมงอยู่ที่ 500-600 บาท
“เห็นได้ชัดเจนว่า ต้นทุนผู้บริโภคสามารถลดลงไปได้ถึง 5 เท่า อีกทั้งสมรรถนะที่สูงกว่า มีความสะดวก มีความต่อเนื่องในการใช้งาน และมีความสบายในการขับขี่ที่มากกว่า อย่างที่รถใช้น้ำมันไม่สามารถเทียบได้

“อีกหนึ่งตัวอย่างคือรถดัมพ์เหมืองไฟฟ้า ที่สามารถคืนทุนต่อคันได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งไม่เพียงเป็นมิตรต่อการลงทุน แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกันด้วย” สิรภพ บอก
นอกจากความคุ้มค่า อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของนวัตกรรมเครื่องจักรไฟฟ้า คือ เรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรถตักไฟฟ้าใช้พลังงานจากไฟฟ้า 100% ทำให้มั่นใจได้ว่า จะไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
หากเทียบให้เห็นภาพ การเปลี่ยนมาใช้รถตักไฟฟ้า 1 ปี หรือราว 3,000 ชั่วโมง เทียบเท่าได้กับการปลูกต้นไม้ 8,333 ต้น ต่อปีเลยทีเดียว
สร้างความมั่นใจด้วยบริการหลังการขาย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อผู้บริโภคก้าวเข้าสู่นวัตกรรมที่ไม่คุ้นเคย หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดจึงเป็นเรื่องบริการหลังการขาย ซึ่งผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า โอ.ซี.อาร์ ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งที่บริษัทให้ความสำคัญว่า
“สิ่งที่เรายึดมั่นมาโดยตลอดก็คือ ‘ใส่ใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ’ ซึ่งเป็นคติประจำใจของพวกเราทุกคนที่นี่

ประกอบกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่เน้นบริการหลังการขายเป็นสำคัญ เพื่อบรรลุเป้าหมายของบริษัทที่จะดูแลลูกค้าเรื่องบริการหลังการขายที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสต็อกอะไหล่ที่ครบวงจร
“เรามีนโยบายรถโมบายล์ เซอร์วิส วิ่งทั่วทั้งประเทศแทนการตั้งศูนย์ย่อย ภายในรถมีอะไหล่ครบพร้อมซ่อม สามารถซ่อมโดยไม่ต้องรออะไหล่ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์บริการครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ”
แม้จะเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่กาลเวลาก็พิสูจน์ถึงความสำเร็จของอุตสาหกรรมเครื่องจักรหนักไฟฟ้า ผ่านเสียงตอบรับของผู้ใช้งานจริง และตัวเลขผู้ใช้งานที่มากขึ้น
สะท้อนจากปีที่ผ่านมา โอ.ซี.อาร์ ได้เปิดตัวสินค้าพลังงานสะอาด ภายใต้แบรนด์ OCR Going Green โดยมีรถตักล้อยางไฟฟ้า รถดัมพ์เหมืองไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถเครนไฟฟ้า รถแมคโครไฟฟ้า รถโฟล์คลิฟต์ไฟฟ้า รถยกตู้ไฟฟ้า และสินค้าอื่นๆ อีกกว่า 100 รุ่น ที่มีรุ่นที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกมิติ
รวมถึงในอนาคต โอ.ซี.อาร์ ก็พร้อมเป็นผู้นำเข้าสินค้าพลังงานสะอาดหลากหลายชนิดมาสู่ประเทศไทย โดยมีเป้าหมายคือลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกันก็ลดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า เพื่อเน้นย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอย่างสมบูรณ์


