“วราวุธ” ชี้แผนลดโลกร้อนคืบหน้า ทส. เตรียมร่างยุทธศาสตร์ระยะยาว ประชุม TCAC ประสบความสำเร็จทะลุเป้า มีผู้เข้าร่วมกว่า 3 พันคน

17.08.22 | 13:05 น.

รมว.ทส. “วราวุธ” เผย ความคืบหน้าการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์หลังประสบความสำเร็จจากการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ครั้งแรกของไทย  

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net – zero GHG emission) ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทย ไว้ในงานประชุม COP 26 ที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยจะต้องบรรลุเป้าหมายทั้งสองเรื่องภายในปี ค.ศ. 2050 และ ค.ศ. 2065 และได้นำเจตนารมณ์ดังกล่าวไปสู่นโยบายแผนแห่งชาติแล้วนั้นว่า ในส่วนของ ทส. จะมีการส่งร่างยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhous Gas Emission development Strategy) รวมถึง NDC ฉบับปรับปรุง ให้กับ UNFCCC ภายในปลายปีนี้ ก่อนที่ ทางทส. จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม COP 27 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ประเทศอียิปต์

ขณะที่การขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ปัจจุบันได้เห็นความชัดเจนของจังหวัดต่างๆ  ในการนำนโยบายไปสร้างความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทั้ง 67 ล้านคนทั่วประเทศ ไปสู่แนวทางและกำหนดเป้าหมายการลด GHG ระดับจังหวัด และเตรียมพร้อมปรับตัวต่อผลกระทบ ซึ่ง ทส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด และการขยายผลไปสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตามคำประกาศของนายกรัฐมนตรี

Advertisement

สำหรับการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5-6 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเวทีสร้างพลังแห่งการขับเคลื่อน สร้างพลังการรับรู้ และการตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และองค์กรต่างๆ ที่มาร่วมประชุมกันเพื่อจะบรรลุเป้าหมายของประเทศ ซึ่งตนหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 3,000 คนจะช่วยกันเป็นแรงกระเพื่อมในสังคมไทย ให้เห็นความสำคัญของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน climate change เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้กับรุ่นลูกหลานในอนาคต

ในส่วนความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น  ต้องขอขอบคุณ เอกอัครราชทูต และอุปทูต จาก 50 กว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตร รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 องค์กร ที่จะมาช่วยกันสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย เช่น ด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า

“และที่เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งอีกประการ จากการประชุมในครั้งนี้ นั่นคือ การตอบรับเป้าหมายของประเทศ
จากผู้บริหารระดับ CEO ของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ที่ได้เห็นความสำคัญ และกำหนดให้มีการตั้งเป้าหมาย Net – zero ขึ้นในระดับองค์กร ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความตื่นตัว และนำมาซึ่งการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืน”

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่ตนเองถือว่า เป็นกลุ่มพลังที่สำคัญมากที่สุด คือเยาวชน ที่พร้อมเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะมีความเข้าใจ มีความตื่นตัว ซึ่งต้องช่วยสนับสนุนตามที่เยาวชนได้นำเสนอ เช่น การเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ สร้างความตระหนักแก่เยาวชน ผ่านการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในส่วนของพี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และเริ่มได้ในวันนี้ อาทิ การประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การเดินทางโดยรถสาธารณะ และการร่วมปลูกต้นไม้ เป็นต้น