Pain Point ของผู้บริโภคที่มักประสบปัญหาผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัว มีกลิ่นอับเพราะหลังใช้เสร็จแล้วไม่ได้ตากแดดโดยตรง ได้จุดประกายไอเดียให้ “คมกฤช ภู่ทอง” ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัทคราม สกินแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด คิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “ผ้าเช็ดตัวและผ้าซับหน้าย้อมคราม” ภายใต้แบรนด์ “Khramer”
คมกฤช อธิบายถึงเหตุผลที่เลือก “รากต้นคราม” มาเป็นพระเอกใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ของเขาว่า ครามมีคุณสมบัติสามารถลดกลิ่นอับ และลดเชื้อแบคทีเรีย ปลอดภัยต่อผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งตามปกติจะใช้ใบและดอกมาทำสีย้อมคราม หลังการเก็บเกี่ยวคราม เขาเห็นเกษตรกรทิ้งตอต้นครามไว้จำนวนมากจึงสนใจศึกษาว่ารากของครามมีประโยชน์อะไรบ้าง และเมื่อได้ทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาพะเยาก็พบว่า รากต้นครามมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงคิดสกัดเอาสารในรากมาเป็นสีย้อมผ้า อีกทั้งเป็นการช่วยกำจัดขยะจากการเกษตรไปในตัว
“ผมตั้งใจพาครามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ผ้าย้อมครามได้โลดแล่นในตลาดสากลมานาน คนจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ต่างรู้จักคุณสมบัติของครามดีอยู่แล้ว เสื้อผ้าย้อมครามมีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสียูวี ลดกลิ่นอับได้ ส่วนผ้าเช็ดตัวแบรนด์ “Khramer” ก็ได้เลือกสรรนำผ้า Cotton 100% เกรดที่โรงแรม 5 ดาวใช้ มาย้อมครามจากชุมชนย้อมผ้าครามเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกต้นครามที่มีคุณภาพดี มีชื่อเสียง และได้รับการรับรองเป็น “คราม GI” ของจังหวัด”

คมกฤชตั้งเป้าจะเปิดตลาดผ้าเช็ดตัวและผ้าซับหน้าย้อมครามในช่วงเทศกาลสิ้นปีนี้ โดยเขาอยากเห็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่กลายเป็นของขวัญของฝากที่คนซื้อหามอบให้กัน หรือเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับองค์กรที่ต้องการของที่ระลึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนลูกค้าอีกกลุ่มที่คมกฤชมองไว้คือ ธุรกิจโรงแรม
สำหรับแบรนด์ “Khramer” คมกฤชมองว่าเป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ใช้ประจำวัน โดยเริ่มต้นมาจากผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวและครีมกันแดดผสมสารสกัดจากรากคราม ก่อนจะต่อยอดมาเป็นผ้าเช็ดตัวและผ้าซับหน้าย้อมครามในวันนี้
“ปัจจุบันแบรนด์ของเรามีกลุ่มลูกค้าสกินแคร์ เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ที่สนใจอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีฟีดแบคต่อสินค้าดี และในส่วนของผ้าเช็ดตัวและผ้าซับหน้าย้อมคราม เราก็สนใจลูกค้าชาวต่างชาติ เช่น อินเดีย ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้คู่ค้าไต้หวันและอินเดียก็แสดงความสนใจสินค้าของเรา”
ความแปลกใหม่ของผ้าเช็ดตัวและผ้าซับหน้าที่ย้อมสีจากรากคราม ที่เจ้าของได้วางแผนธุรกิจไว้อย่างชัดเจน สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสอดคล้องกับความต้องการและวิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบันของผู้บริโภคระดับโลกที่สนใจผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเหมาะกับช่วงที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ทำให้มีโอกาสต่อยอดสินค้าไปยังผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต ทำให้ “คมกฤช”คว้ารางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์จากโครงการสร้าง SMEs ไทยสู่เวทีการค้าสากล (ต้นกล้า ทู โกล) ประจำปี 2565
คมกฤชทิ้งท้ายว่า การร่วมโครงการต้นกล้า ทู โกล ทำให้เขาได้รับไอเดียใหม่ในการทำธุรกิจ และมีโอกาสได้พบกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ รวมถึงได้ขยายเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการด้วยกันอีกด้วย
โครงการต้นกล้า ทู โกล เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ท้องถิ่น ให้สามารถต่อยอดแนวคิดและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลกและความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และสามารถดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

