ความในใจที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ของคุณประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย ( ประธานกรรมการบริหารโรงแรมเครือกะตะกรุ๊ปรีสอร์ท )

8.11.16 | 17:48 น.
คุณประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย

 

ผมเกิดในรัชกาลที่ 9 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ต่างจังหวัด เป็นครอบครัวใหญ่ ตั้งแต่จำความได้ เห็นรูปในหลวงแขวนอยู่ข้างฝาผนังบ้าน พ่อบอกเราอาศัยแผ่นดินของท่านอยู่ ฉะนั้นต้องสำนึกในบุญคุณท่าน โดยเป็นคนดี เมื่อโตขึ้นเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เหงื่อไหลไคลย้อย เดินป่าฝ่าดง ขึ้นเขาลงห้วย ฝ่าพายุฝนไปเยี่ยมชาวบ้านที่อยู่ในที่ทุรกันดาร

ผมยังนึกอยู่ในใจ แล้วพวกข้าราชการที่รับผิดชอบตามกรมกองต่างๆไปตายที่ไหนหมด ไม่ออกมารับผิดชอบ ช่วยกันพัฒนา ปล่อยให้ในหลวงตรัสแล้วตรัสอีก ออกมาทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ก็ยังไม่กระดิก ทั้งๆที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน!

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติการเมือง จากนักการเมืองและผู้หลงในอำนาจ สร้างปัญหาให้แก่ประเทศชาติ ด้วยบารมีของท่าน ท่านก็จัดการปัญหาจบอย่างราบรื่น ท่านคงเศร้าใจน่าดู ดวงตาท่านบางครั้งดูเศร้า แต่ไม่มีแววตาท้อออกมาให้เห็น พ่อผมบอก ท่านคงเหนื่อยน่าดู ทั้งกายและใจ ผมจึงตั้งปณิธานไว้ในใจว่า ผมจะเป็นคนดี ไม่สร้างปัญหาให้ท่านต้องเสียใจ และจะทำทุกอย่างเพื่อท่านถ้ามีโอกาส ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ในปีพ.ศ. 2538 ในหลวงทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ทุกหน่วยงานอยากจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่เป็นสิริมงคลนี้ เช่นเดียวกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ขณะนั้นผมเป็นอุปนายกสมาคม ได้นำเสนอจัด “บุฟเฟต์ชายหาดยาวที่สุดในโลก ยาว 1509 เมตร” ความหมายคือ “ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ องค์แรกที่ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี คือ รัชกาลที่ 9” งานจบลงด้วยความสำเร็จ กว่าจะนำเงินไปถวายเป็นพระราชกุศลก็ผ่านไป 1 ปี ผมบวชทันที เพื่อถวายแด่สมเด็จย่า ซึ่งทรงเริ่มประชวร

Advertisement

ในปีพ.ศ. 2529 สโมสรราชวรุณ สโมสรเรือใบแห่งประเทศไทย กองทัพเรือ และจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมจัดแข่งเรือใบชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพรีกัตต้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ที่โรงแรมภูเก็ตยอร์ชคลับ หาดในหาน ติดต่อกันมา 12 ปี จนโรงแรมเปลี่ยนเจ้าของ จึงย้ายมาจัดที่โรงแรมกะตะบีชรีสอร์ทแอนด์สปา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จนบัดนี้ คิงส์คัพรีกัตต้าจัดติดต่อมาปีนี้เป็นปีที่ 30 และโรงแรมกะตะบีชรีสอร์ทเป็นเจ้าภาพร่วมเป็นปีที่ 19 โดยสนับสนุนปีละ 1.5 ล้านบาท และโรงแรมกะตะบีชรีสอร์ทจะเป็นรีกัตต้าโฮมตลอดไป

2 เหตุการณ์นี้ สร้างความสุขความภูมิใจแก่ผมมาก เพราะได้สนองปณิธานที่ผมตั้งใจทำเพื่อในหลวงไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และผมยังมีปณิธานที่แน่วแน่ที่จะทำต่อไป ช่วงที่ในหลวงร.9 มีพระชนม์ชีพอยู่ ทรงงานหนักสร้างนานาคุณาปการให้คนไทย ประเทศไทยและโลกใบนี้มากมาย

เมื่อพระองค์จากไป ยิ่งสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดภาพบนโลกนี้ที่เห็นความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อพระองค์ จนคนทั่วโลกหันมามองเมืองไทย และในที่สุดคนเหล่านี้จะมาเมืองไทย มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองว่า เขาได้มาร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยแก่พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของโลก

วันนี้ ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมีความสุข ที่มีโอกาสได้พูดความในใจ ให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้

ขอให้ท่านผู้อ่านได้รับสิ่งที่เป็นมงคลจากการได้รับรู้ และการปฏิบัติดีของท่านเอง เพื่อความผาสุกแก่ตัวท่านและครอบครัวสืบไป