รมว.ทส. “วราวุธ” แนะกิจกรรมง่ายๆ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถช่วยขับเคลื่อนนโยบายลดโลกร้อนได้ พร้อมเผยหลังจัดประชุม TCAC ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากเอกชนหลายแห่งในการกำหนดเป้าหมาย Net-Zero ขององค์กร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า การสร้างความรู้ความเข้าใจ และการตระหนักรู้เพื่อให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องการลดโลกร้อนนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายๆ และเริ่มได้ทันทีจากกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิ การประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การเดินทางโดยรถสาธารณะ และการร่วมปลูกต้นไม้ เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีพลังที่จะสร้างแรงตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้

สำหรับการขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่ระดับจังหวัดและท้องถิ่นนั้น ได้มีความชัดเจนให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้วในหลายจังหวัด ที่ได้นำนโยบาย ไปสร้างความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทั้ง 67 ล้านคนทั่วประเทศ ไปสู่แนวทางและกำหนดเป้าหมายการลด GHG ระดับจังหวัด และเตรียมพร้อมปรับตัวต่อผลกระทบ ซึ่งตนเอง เข้าใจและรู้สึกถึงผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทาง ทส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด และขยายผลไปสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ล่าสุดจากการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 6 ส.ค. 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ยังได้รับการตอบรับเป้าหมายของประเทศจากผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ที่ได้เห็นความสำคัญ และกำหนดให้มีการตั้งเป้าหมาย Net – zero ขึ้นในระดับองค์กร อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืน
ในส่วนความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น รมว.ทส. กล่าวต่อว่า ต้องขอขอบคุณ เอกอัครราชทูต และอุปทูต จาก 50 กว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตร รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 องค์กร ที่สนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย เช่น ด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ การประชุม TCAC นี้ ทำให้เกิดความชัดเจนในส่วนของการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐ ถึงการนำเป้าหมายที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการมุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net – zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ในงาน COP26 ไปสู่นโยบายแผนชาติ และแผนพัฒนารายสาขาได้อย่างไร โดยในส่วนของ ทส. จะมีการส่งร่างยุทธศาสตร์ระยะยาว ในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhous Gas Emission development Strategy) รวมถึง NDC ฉบับปรับปรุง ให้กับ UNFCCC ภายในปลายปีนี้ ก่อนที่ ทางทส. จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม COP 27 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ประเทศอียิปต์

“งาน TCAC ที่จัดขึ้น และสำเร็จลงได้ เป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรต่างๆ กว่า 500 แห่ง เพื่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศ และประโยชน์สูงสุดของประชาชนจากกิจกรรมจัดนิทรรศการกว่า 30 บูธ และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้ง 2 วันมากกว่า 3,000 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะนำผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมไปประกาศต่อที่ประชุม COP27 ซึ่งหวังว่าการจัดประชุม TCAC จะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมไทย ให้เห็นความสำคัญของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน climate change เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกหลานของเราในอนาคต” นายวราวุธ กล่าวสรุป

