สพฐ. ชู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Coding โดดเด่น เน้นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ต่อยอดบูรณาการ “สร้างนักเรียนคุณภาพ”

1.09.22 | 16:09 น.

สพฐ. ชู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Coding โดดเด่น เน้นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ต่อยอดบูรณาการ “สร้างนักเรียนคุณภาพ”

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้รับมอบหมายจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการเป็นประธานเปิดการเผยแพร่องค์ความรู้และแสดงผลงานดีเด่น ด้าน Coding “Coding Achievement Awards ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นางสาวโชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาความสามารถพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) นายเอกสิทธิ์ ปิยะแสงทอง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สวก. นางสาวสุพรรณี ชาญประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สสวท. อาจารย์ทัศนีย์ กรองทอง ผู้ชำนาญการสาขาเทคโนโลยี สสวท. นางอรัญญา อินอ่อน รองศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด นายอดุลย์ศักดิ์ บุญอเนก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด รวมถึงรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 2 และ 3 รองศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ เข้าร่วม ณ หอประชุมไทรทอง โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด


.
นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ Coding ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้นักเรียน มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ส่งเสริมให้โรงเรียนต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ Coding เป็นรายวิชาพื้นฐานในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ฉบับปรับปรุง 2560 นอกจากนี้ สถานศึกษาจำนวนมากได้ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนด้วยการจัดรายวิชาเพิ่มเติม ตามความสนใจของผู้เรียนในตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่มีการประกาศใช้หลักสูตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแตปี 2562 เป็นต้นมา ที่มีการขับเคลื่อนในระดับมหภาค ด้วยการนำของ “คุณหญิงโค้ดดิ้ง” คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ. ถือเป็นช่วงเวลาที่ครูผู้สอนได้สั่งสมประสบการณ์ การจัดการเรียนรู้ และสามารถนำการจัดการเรียนรู้ของตนเอง มาพัฒนาเป็นผลงานที่โดดเด่นด้าน Coding ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบอย่างให้กับครูผู้สอนตลอดจนผู้ที่มีความสนใจ ซึ่งการจัดการเรียนการสอน Coding เป็นกระบวนการ Active Learning ที่นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ ออกแบบหรือนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเขียนโปรแกรมเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน พร้อมทั้งนำเสนอสิ่งที่ตนเองได้ดำเนินการ และเมื่อเจอสถานการณ์ นักเรียนก็แสดงให้เห็นถึงการคิดอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน เป็นเหตุเป็นผล ภายใต้กรอบเงื่อนไข และเป้าหมายความสำเร็จที่ตั้งกติกาไว้ทำให้สามารถนำไปใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมภายใต้กรอบกติกา แต่มีอิสระในการคิดถึงเป้าหมายความสำเร็จได้ ถือว่าเป็นการจำลองสถานการณ์ของสังคม ซึ่งสามารถไปถึงสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรชาติได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม รวมทั้งนักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ อยากเรียนรู้ เรียนแบบเล่น เล่นแบบมีเหตุผล เข้าถึงนักเรียนได้เป็นอย่างดี

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนงานดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องขอขอบคุณสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ร่วมมือกันเป็นอย่างดีและเป็นแกนหลักในการให้ความรู้ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้โค้ดดิ้งในโรงเรียน” โดยมีการจัดอบรมเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้ครูผู้สอนในสาระเทคโนโลยี ทั้งในรูปแบบการอบรมออนไลน์และแบบพบหน้าทั่วประเทศตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการติดตามผลงานจากการอบรมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเผยแพร่องค์ความรู้ และจัดแสดงผลงานให้เป็นขวัญกำลังใจต่อครูผู้สอน จึงได้มีการจัดงานเผยแพร่องค์ความรู้และแสดงผลงานดีเด่น ด้าน Coding “CODING Achievement Awards” ในครั้งนี้ขึ้น ทั้งในรูปแบบ Unplugged และ Plugged เพื่อเปิดโอกาสให้คุณครูได้ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นผลงานดีเด่น และเพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือกดังกล่าว

“สำหรับผลงานดีเด่น ด้าน Coding ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือการเน้นวัฒนธรรม ภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ รวมถึงเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ อันเป็น soft power ที่ทรงพลังของชาติ มาใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม สามารถบูรณาการตัวชี้วัด ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จาก 119 ผลงาน สู่ 40 รางวัล ซึ่งคัดเลือกจากแผนการจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับรายละเอียดของ วPA ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบอย่างได้ ทั้ง Unplugged Coding และ Plugged Coding ในจุดนี้ขอชื่นชมทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในผลงานอันประจักษ์นี้ ตั้งแต่ สพม.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ไปจนถึง สพป.ร้อยเอ็ด ทั้ง 3 เขต ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และคุณครู ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจนเกิดสมรรถนะของผู้เรียนในที่สุด” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

Advertisement

จากนั้น รองเลขาธิการ กพฐ. ได้มอบเกียรติบัตรคณะกรรมการขับเคลื่อนการเผยแพร่องค์ความรู้และแสดงผลงานดีเด่น โดยมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลให้กับผู้ได้รับการคัดเลือกผลงานดีเด่น จำนวน 40 คน ใน 4 ประเภท (รูปแบบ Unplugged และ Plugged , ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา) จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการและห้องเรียนสาธิต และให้กำลังใจครูที่ร่วมส่งผลงานดีเด่น พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้ข้อแนะนำต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เราต้องร่วมด้วยช่วยกันทำเรื่องที่เข้าใจยาก ให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและต่อยอดให้เป็นวิถีแห่งการเรียนรู้ เมื่อถึงปลายทาง จะเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง และเมื่อใดก็ตามที่นักเรียนมีภูมิคุ้มกัน มีการคิดเชิงระบบ มีการวางแผน มีขั้นตอน มีกระบวนการ จะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เป็นระบบและต่อยอดสู่การสร้างผลงานเชิงประจักษ์ โดยขอฝากให้คุณครู บูรณาการเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อให้นักเรียน ได้รู้ เข้าใจ รักษ์ถิ่นฐาน ภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง โดยใช้รูปแบบวิธีการที่หลากหลาย ปรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยี คอนเทนต์ต่างๆ เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ให้เข้ากับยุคสมัย ควบคู่ไปกับการนำความรู้ ความสามารถหรือความถนัดที่แตกต่างกันของครูแต่ละคน มาบูรณาการใช้ร่วมกัน ผ่านการ PLC เพื่อจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ตามความถนัด และความสามารถของนักเรียนแต่ละคน


“สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมคุณครูทุกคนที่นำเสนอผลงาน ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาผู้เรียนบนฐานของวัฒนธรรมภูมิปัญญา ซึ่งเป็นต้นทุนที่สะสมมาของประเทศ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และรู้จักถึงความรักต่อสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมถึงการร้อยเรียงเรื่องราวในสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน โดยบูรณาการข้ามศาสตร์ต่าง ๆ กลายเป็นการนำชีวิตจริงสู่การเรียนรู้ที่มีความหมาย อีกทั้งออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาสมรรถนะต่าง ๆ ของผู้เรียน ด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) บนความต้องการและศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว