เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นายพรหมพัฒน์ โชคอนันต์พร ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท ควิกเซิร์ฟ โปรไวเดอร์ จำกัด พร้อมด้วย นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทยบริษัท นูทานิกซ์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานสัมมนาให้ความรู้ในหัวข้อ Hyperconverged Solutions for Healthcare เพื่อนำเสนอ Solutions ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานไอที ที่ช่วยให้ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริการขององค์กรพัฒนาระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้เลือกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเป็นกลุ่มหลักในการนำเสนอข้อมูลครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษทั้งในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือของระบบ
นายพรหมพัฒน์ กล่าวว่า การทำงานของระบบนั้น จะช่วยให้การขยายตัวของระบบไอทีทำได้ง่ายขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรลง จากเมื่อก่อนต้องใช้ทั้งเซิร์ฟเวอร์เพื่อเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก ซึ่งวุ่นวายและมีราคาสูง อีกทั้งยังต้องจัดการบริหารอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย
“แต่ระบบ Hyperconverged (Nutanix) สามารถยุบอุปกรณ์ต่างๆ ให้มาอยู่ในกล่องๆ เดียว หากเปรียบเป็นเซิร์ฟเวอร์ จากต้องใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวน 1 ตู้ Rack จะเหลือเพียงประมาณ 2 ยู โดยที่ได้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่าเดิม และสามารถจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลาย ผ่านหน้าจอเพียงหน้าเดียว โดยไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ให้บริการอยู่ในขณะนั้น และด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลภายในตัวเอง” นายพรหมพัฒน์ ระบุ

นายทวิพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หากมีการล่มของระบบเซิร์ฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือ ฮาร์ดดิสมีการเสียหาย ระบบจะยังสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยที่ยังไม่ต้องทำการเปลี่ยนฮาร์ดดิสในขณะนั้น เพราะระบบได้มีการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติไว้แล้ว รวมไปถึง Nutanix ยังช่วยให้ระบบงานแบบเสมือน ทำได้ง่ายและประหยัดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการติดตั้งโปรแกรมจำลองเครื่องเสมือนมาให้ใช้งานได้แบบฟรีๆ โดยที่มีความสามารถหลากหลาย
ขณะที่ นายโกเมน เรืองฤทธิ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า จากการนำระบบ Hyperconverged (Nutanix) ไปติดตั้งสามารถตอบโจทย์การทำงานเป็นอย่างดี อย่างเช่น การประมวลผลงานวิจัยของคณะแพทย์ ที่ปกติจะต้องอาจต้องใช้เวลาประมวลผลถึง 1 สัปดาห์เพื่อเอาข้อมูลการวิจัย แต่เมื่อนำระบบ ดังกล่าว ไปใช้ก็จะประมวลผลเพียง 1 วัน เนื่องจากระบบนั้นมีประสิทธิภาพในการอ่านเขียนข้อมูลที่สูง
“ตัวอย่างการใช้งานร่วมกับระบบ Virtual Desktop Infrastructure ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์กรณีฉุกเฉิน แพทย์ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยข้อมูลการทำงานอยู่ในระบบแพทย์สามารถที่จะใช้มือถือเพื่อเชื่อมต่อเข้ามาทำการตรวจ และแก้ไขข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือคนไข้ได้เป็นอย่างดี นับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การแพทย์ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำให้แพทย์สามารถช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆ หรือช่วยชีวิตคนไข้ได้อย่างทันท่วงที” นายโกเมน กล่าว

