ผ่าความสำเร็จของธุรกิจ Local Enterprises ผ่านแนวคิด “คน ของ ตลาด” โมเดล

12.09.22 | 22:56 น.

“ธุรกิจชุมชน” เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยอาศัยพลังของชุมชนในการบริหารชุมชนของตนเองโดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในชุมชนนั้นๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบสินค้าหรือบริการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เห็นถึงความสำคัญของพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากที่มีชุมชนเป็นพื้นฐาน จึงร่วมมือกับภาคีวิจัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ริเริ่มสร้างโครงการ Local Enterprises (LE) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน (Local Enterprises:LE) เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะและนวัตกรรมการจัดการให้กับ LE ภายใต้แนวคิด “คน-ของ-ตลาด”

และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดงาน ‘Local Enterprises Social Expo’ ที่รวมเหล่า Local Enterprises จากทั่วประเทศขึ้นเวทีนำเสนอความสำเร็จของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ผ่านโครงการ ‘Local Enterprises’ (LE) ภายใต้แนวคิด “คน-ของ-ตลาด” มิติที่แตกต่าง LE Network Value Chain Model มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนยกระดับขีดความสามารถและเป็นต้นแบบในการพัฒนาธุรกิจชุมชนอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการ LE ทั่วประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง

สำหรับแนวคิด “คน-ของ-ตลาด โมเดล” ตามกรอบโครงการ Local Enterprises นั้น “ดร. กิตติ สัจจาวัฒนา” ผู้อำนวยการ บพท. อธิบายว่า “คน” คือ ธุรกิจชุมชน เจ้าของธุรกิจ ลูกจ้าง รวมถึงเกษตรกร โดยมิติการพัฒนาคนจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมความรู้ในการทำธุรกิจ ตลอดจนทักษะการบริหารจัดการการเงิน การผลิต การตลาด และแบรนด์ “ของ” คือสินค้าและบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการและเหมาะสมกับต้นทุนทางธุรกิจ ส่วน “ตลาด” คือลูกค้า โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นโอกาสใหม่ๆ ของธุรกิจด้วยข้อมูลเชิงลึกและรอบด้าน

“บทบาทของ บพท. และภาคีวิจัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ออกแบบหลักสูตรการบริหารจัดการเรื่องตลาดให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้ธุรกิจ สามารถสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งกระบวนการ “คน-ของ-ตลาด โมเดล” ได้รับการพัฒนายกระดับผ่านเครื่องมือที่ได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน” ผู้อำนวยการ บพท. กล่าว

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้อำนวยการกรอบการวิจัย Local Enterprises กล่าวถึงที่มาของออกแบบโครงการที่จะยกระดับ LE ภายใต้การสร้างศักยภาพคน (ธุรกิจ) ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุดในการยกระดับธุรกิจชุมชนให้เข้มแข็ง นำยุค และยั่งยืน ผ่านแนวคิด “คน-ของ-ตลาด โมเดล” ว่า จากผลการวิจัยและการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ LE ที่ในปี 2564-2565 จำนวนกว่า 1,000 ราย ในพื้นที่ 73 จังหวัด พบว่า ปัญหาหลักธุรกิจชุมชน โดยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ธุรกิจเกิดความผิดพลาด ล้มเหลว และเรายังไม่เห็นการแก้ปัญหาที่มุ่งเน้นเรื่อง “การบริหารการเงินธุรกิจแบบครบวงจร” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการระดับชุมชนที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

วิธีการทำงานของโครงการที่เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนและเจ้าของธุรกิจ กระบวนการเรียนรู้เริ่มจากการเรียนรู้กระบวนการปรับวิธีคิดของผู้ประกอบการชุมชน (LE) ที่มีต่อการดำเนินธุรกิจจาก Ego System สู่ Eco System เปลี่ยนจากธุรกิจเพื่อตัวเอง สู่การแบ่งปัน สร้างประโยชน์ และผลลัพธ์ สร้างกำไรเชิงธุรกิจควบคู่กับสร้างสรรค์สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ผ่านเครื่องมือของหลักสูตร “ธุรกิจปันกัน” แอปพลิเคชัน “ประตูเศรษฐี” จะช่วยประเมินภาพรวมธุรกิจ ผ่านการจัดการสภาพคล่องทางการเงิน วินิจฉัย 4 ด้าน คือ รายได้ กำไร สภาพคล่อง และหนี้สิน โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 ขั้นตอนคือ “ประตูเศรษฐีบานที่ 1” และ “ประตูเศรษฐีบานที่ 2” โดยโครงการ ‘ประตูเศรษฐีบานที่ 1’ มีผู้เข้าร่วม 500 คน และ ‘ประตูเศรษฐีบานที่ 2’ มีผู้เข้าร่วม 350 คน เมื่อผ่านประตูเศรษฐีแล้วจึงเข้าสู่หลักสูตร “เศรษฐีเรือนใน” ที่จะช่วยวางแผนการเงินภายในครัวเรือน และทำให้เห็นสถานะการเงินในธุรกิจได้ชัดเจนมากขึ้น ผ่านเครื่องมือต่างๆ ภายในแอปฯ ก่อนจะไปจบที่หลักสูตร “เศรษฐีเรือนนอก” เป็นการเรียนรู้บริหารจัดการการเงินภาคธุรกิจ เพื่อนำไปวางแผนต่อยอดในการเพิ่มมูลค่าธุรกิจของตนเองและชุมชน

“สุทธิรัตน์ ปาลาส” บริษัทบุญดำรงค์กรีนฟาร์ม จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตรจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการ LE และได้รับรางวัลเศรษฐีช่างช่วยในงาน Local Enterprises Social Expo แบ่งปันประสบการณ์หลังจากเข้าร่วมโครงการว่าความคิด มุมมอง ของตนเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะต้องการเป็นหนี้เพื่อทำให้ธุรกิจใหญ่โตแข่งกับคนอื่น แต่เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ทำให้เห็นภาพของธุรกิจชัดเจนว่าที่ผ่านมามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง นำมาสู่การวิเคราะห์ตนเอง การวางแผนการขาย เจรจาต่อรองราคา เหมือนมีวัคซีนการเงินที่ช่วยเปิดโลกกว้างทางการเงินให้ได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน

“ผมเคยประสบปัญหาการขายผลผลิตที่ต้องพึ่งพาล้งหรือพ่อค้าคนกลาง ไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ และไม้ผลแต่ละชนิดก็เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เคยมีความคิดที่จะกู้เงินมาขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ แต่พอเข้าร่วมโครงการ ความคิดผมเปลี่ยนไป ผมใช้สิ่งที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์ เช่น ผลสละก็หันมาแกะเปลือกแกะเมล็ด ขายเป็นเนื้อสละให้ผู้ประกอบการที่เขาจำเป็นต้องใช้ ทำให้ขายได้ในราคาที่สูงขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนจนเกินตัว ผลไม้บางอย่างผมก็แกะเนื้อมาแช่แข็ง แปรรูปเป็นแบบพร้อมใช้เพื่อให้มีขายได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่ในฤดูกาลเท่านั้น นี่คือโอกาสที่ผมมองเห็นครับ” คุณสุทธิรัตน์ ทิ้งท้าย

Advertisement