“ รวดเร็ว ลดต้นทุน ลดเวลาทำงาน ” Digital Tranformation ภาครัฐเริ่มแล้วที่ GPO

13.09.22 | 16:28 น.

เมื่อคิดถึงหน่วยงานภาครัฐ คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการทำงานด้วย ‘กระดาษ’ หรือการทำงานที่จะต้องใช้เอกสารจำนวนมาก แต่ในบางหน่วยงานเช่น ‘องค์การเภสัชกรรม’ หรือ GPO รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำหน้าที่ผลิตยาและเวชภัณฑ์ภายในประเทศ ได้เริ่มต้นเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ให้รวดเร็ว ลดเวลาดำเนินงานและลดทุน ด้วยการทำ Digital Transformation เปลี่ยนงานกระดาษสู่งานดิจิทัล  โดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่สำคัญยิ่งอย่าง ‘งานเบิกจ่าย’ ภายในองค์กร

เพราะ GPO เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรมากกว่า 3,000 คน ระบบงานเบิกจ่ายที่เป็นระบบพื้นฐานขององค์กรจึงต้องรองรับการใช้งานจากคนจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคลอย่างเจ้าหน้าที่บัญชี รวมถึงทรัพยากรสำคัญที่สุดอย่าง ‘เวลา’ ลงไปในกระบวนการเบิกจ่ายที่เป็นแบบกระดาษ

จึงนำมาสู่จุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของ ‘ฝ่ายบัญชีและการเงิน’ ขององค์การเภสัชกรรม จากระบบงานแบบกระดาษเข้าสู่ระบบงานดิจิทัล อย่างไรก็ตามด้วยรูปแบบองค์กรที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีระเบียนปฏิบัติและขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้การเปลี่ยนผ่านมาใช้ระบบดิจิทัลเป็นเรื่องท้าทาย ร่วมพูดคุยกับ ‘คุณนันทนา กล่ำสมบัติ’ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน องค์การเภสัชกรรม ถึงก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

คุณนันทนา กล่ำสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินองค์การเภสัชกรรม

Advertisement

[ เริ่มต้นจากปัญหาจริง เริ่มต้นจากคนในองค์กร ]

“เบิกจ่ายช้า ถูกท้วงติงอยู่เสมอ พนักงานไม่รู้ว่าสถานะการเบิกจ่ายถึงไหนแล้ว” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ของฝ่ายบัญชีและการเงิน ขององค์การเภสัชกรรม เนื่องจากระบบการเบิกจ่ายแบบเดิมเป็นการเบิกจ่ายด้วยเอกสารกระดาษเป็นหลัก จึงใช้เวลาค่อนข้างมากในการดำเนินงาน โดยระยะเวลาเบิกจ่ายเริ่มต้นที่ 3 วันและสูงสุดถึง 30 วัน ซึ่งระหว่างนั้นพนักงานที่ทำเรื่องเบิกจ่ายจะไม่สามารถตรวจสอบสถานะของการเบิกจ่ายด้วยตัวเองได้เลย จะต้องติดต่อสอบถามเข้ามาทางฝ่ายบัญชีเท่านั้น

ระบบเบิกจ่ายแบบเดิมยังใช้เอกสารเป็นหลักเมื่อพบกับปัญหาเดิมอยู่เสมอ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ‘คุณเรณุกา เชียรวิชัย’ หัวหน้าแผนกตรวจจ่าย ฝ่ายบัญชีและการเงิน ขององค์การเภสัชกรรม เห็นถึง Pain Point ที่กระทบต่อทั้งพนักงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินเอง โดยได้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับผู้อำนวยการฝ่ายอย่าง ‘คุณนันทนา กล่ำสมบัติ’ จึงเป็นที่มาของการมองหาระบบเบิกจ่ายที่ตอบโจทย์ความต้องการ และการดำเนินงานของคนในองค์กร  ก้าวแรกของ Digital Transformation ของฝ่ายบัญชีและการเงินของ GPO จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มต้นจากปัญหาจริงของคนในองค์กร คิดแก้ปัญหาโดยคนในองค์กร และเพื่อประโยชน์ต่อคนในองค์กรอย่างแท้จริง

คุณนันทนา กล่ำสมบัติ และทีมบัญชีและการเงิน และทีมเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การเภสัชกรรมผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันการทำ Digital Transformation ในกระบวนการเบิกจ่าย

[ ความเปลี่ยนแปลงไม่ง่าย แต่ไม่ยากเกินความพยายาม ]

จากก้าวแรกวันนั้น ในที่สุด ‘D XCARE’ หรือ ระบบเบิกค่าใช้จ่ายของพนักงาน ก็ได้รับการพัฒนาจนสำเร็จและนำมาใช้จริงใน GPO

D XCARE’ เป็นระบบเบิกจ่ายที่มีทั้ง Mobile Application และ Web Application ให้พนักงานของ GPO สามารถเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามนโยบายขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง เงินยืมล่วงหน้าก่อนการเดินทาง ฯลฯ ที่ทั้งผู้เบิกและผู้อนุมัติสามารถทำได้ผ่าน Smart Device ได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ระยะเวลาเบิกจ่ายลดลงอย่างรวดเร็ว จากเร็วที่สุด 3 วัน เหลือเพียงหลักชั่วโมง จากนานที่สุด 30 วัน เหลือเพียง 3 วันเท่านั้น

สามารถดำเนินธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่แม้ว่าจะดีแค่ไหน ‘คุณนันทนา’ อธิบายว่า ก่อนจะสามารถเริ่มใช้งานระบบ D XCARE สิ่งที่ยากที่สุดในกระบวนการคือการทำความเข้าใจกับ ‘คน’ เพราะความเคยชินทำให้คนยากที่จะตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ตั้งแต่คนทำงานในฝ่ายบัญชีเอง คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบ รวมไปถึงผู้ใช้งานที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่และปรับตัวด้วย

ในช่วงแรกๆ ก่อนการเปิดใช้งานระบบ D XCARE ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินได้ศึกษาและพูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐนอกองค์กร เพื่อให้แน่ใจว่า การนำระบบ D XCARE มาแทนการทำงานแบบเดิมสามารถเกิดขึ้นได้จริงและไม่กระทบกับระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ เช่นเดียวกัน ในช่วงเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการแบบเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัล ทีมฝ่ายบัญชีและการเงินก็ได้ดำเนินงานร่วมกับ PTT Digital ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาและพัฒนาติดตั้งระบบ D XCARE รวมถึงให้การสนับสนุนแนะนำและทำความเข้าใจให้ผู้ใช้งานกลุ่มแรกที่ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ระบบงานดิจิทัลมาก่อนสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย  จนในที่สุดเพียงระยะเวลา 2 เดือน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็สามารถปรับตัวได้และคุ้นชินกับระบบเบิกจ่ายดิจิทัลนี้ในที่สุด

คุณนันทนา กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดที่ทำให้ D XCARE ประสบความสำเร็จ สามารถใช้งานได้จริง คือ ‘ทีม’ ที่มีเป้าหมายและความตั้งใจเดียวกันที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรจากจากระบบงานแบบเดิมสู่ระบบงานแบบดิจิทัลให้ได้ ประกอบกับการสนับสนุนของผู้บริหารและการเปิดใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน  เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา และสะดวกสบายมากขึ้น

[ Digital Transformation จะเดินต่อ เริ่มต้นที่ D XCARE เปลี่ยนมุมมองคน GPO ]

“ปัจจุบัน เราเริ่มต้นใช้งาน D XCARE ด้วยจำนวนผู้ใช้เพียง 100 Users เท่านั้น แต่มีพนักงานจำนวนมากเห็นว่าระบบนี้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเบิกจ่าย จึงเกิดความสนใจ แจ้งความประสงค์อยากจะเข้ามาใช้ระบบด้วย” คุณนันทนา เล่าถึงกระแสตอบรับที่คนใน GPO มีต่อระบบ D XCARE

พร้อมเล่าเสริมว่า ทีมฝ่ายบัญชีและการเงินเองได้เรียนรู้หลายอย่างระหว่างทางในการนำระบบ D XCARE มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อบังคับการเบิกจ่าย การปรับปรุงระบบการทำงานให้สอดรับกับระบบเบิกจ่ายใหม่ รวมถึงวิธีคิด วิธีการทำงานให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล โดย PTT Digital ได้เข้ามาช่วยตลอดกระบวนการทำงาน ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ออกแบบการทำงาน ไปจนถึงกระบวนการสนับสนุนการปรับตัวของพนักงาน GPO เองให้คุ้นชินกับระบบงานดิจิทัล ทำให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นและรวดเร็ว

คุณนันทนา เชื่อว่าในอนาคต GPO จะสามารถเดินหน้าทำ Digital Transformation ต่อไปได้ โดยจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงระบบงานต่างๆ สู่ระบบดิจิทัล อย่างระบบงานของฝ่ายบัญชีและการเงินเองก็ยังมีอีกหลายส่วนที่รอการเปลี่ยนผ่าน เช่น การพัฒนาระบบการเบิกจ่ายให้รองรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล

“รวดเร็ว ลดต้นทุน ลดเวลาทำงาน” คือ ประโยคที่ ‘คุณนันทนา’ ตอบทันที หลังจากเราถามว่า Digital Transformation ในองค์กรภาครัฐจะส่งผลดีต่อประเทศไทยยังไงบ้าง พร้อมกับทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนๆ ก็สามารถเริ่มต้น Digital Transformation ได้ง่ายๆ ขอเพียงแค่เริ่มเปิดใจ ศึกษา และมองหาโอกาส หยุดกลัวและก้าวออกจากกรอบอย่างแท้จริง