กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการส่งเสริม และขับเคลื่อนการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ปุ๋ยชีวภาพ และน้ำหมักชีวภาพ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เป็นการช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างความเข้มแข็งและให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรหมอดินอาสาใช้สารอินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรตั้งแต่ ปี 2550 จนถึงปัจจุบันจำนวน 73,699 กลุ่ม ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และมีกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน ที่มีภารกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งรับผิดชอบในการผลิตผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ พด. ชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ 3 กลุ่ม รวม 10 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ ธาตุอาหารและฮอร์โมนพืช
- ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านควบคุมศัตรูพืช
- ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ด้านรักษาสิ่งแวดล้อม
อีกทั้งจัดตั้งโครงการพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและลดต้นทุนการผลิต การขับเคลื่อนการจัดการปุ๋ยอินทรีย์เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีของกรมพัฒนาที่ดิน เป็นการพัฒนาคุณภาพดินตามคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินรายแปลง เพื่อจัดการอินทรียวัตถุ และธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับระบบการปลูกพืช รวมทั้งได้ให้คำแนะนำเกษตรกรในการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยมีการเก็บตัวอย่างดินมาตรวจวิเคราะห์สมบัติทางเคมีดินในห้องปฏิบัติการ หรือใช้ชุดทดสอบ คุณภาพดินแบบง่าย LDD test kit เพื่อให้มีการใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้องในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร พัฒนาและส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และปุ๋ยพืชสด ส่งเสริมการไถกลบตอซังพืช ใช้น้ำหมักชีวภาพการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรตอซังพืช ผลักดันการตั้งธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง หมุนเวียนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่ม
ตลอดระยะเวลาในการส่งเสริมการผลิตและการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และลดการใช้ปุ๋ยเคมี สร้างความรู้ความเข้าใจการปรับปรุงบำรุงดิน เป็นภารกิจสำคัญ ที่ทางกรมพัฒนาที่ดิน ได้สร้างการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันขึ้น พร้อมมอบปัจจัยการผลิต ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตปุ๋ย และวิธีการนำใช้ให้กับเกษตรกร ต่อยอดนำไปผลิตใช้ในพื้นที่ของตนเอง และมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร สร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
