ไก่ดำนครไทย สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตา

15.09.22 | 10:47 น.

ไก่ดำนครไทย เป็นไก่พื้นเมืองที่ผ่านการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ไก่ดำพันธุ์แท้ มีการเจริญเติบโตดี เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงในพื้นที่ ให้ไข่เร็วและไข่ดก ซึ่งไก่ดำนครไทย จะมีลักษณะคล้ายไก่พื้นเมืองทั่วไป เพียงแต่มีเนื้อ หนัง กระดูก และอวัยวะภายในเป็นสีดำเท่านั้น

โดยกรมปศุสัตว์ได้ให้การรับรองขึ้นทะเบียนพันธุ์ไก่ดำนครไทย เลขทะเบียนที่ DLD CH 01/2021 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564

เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ คือฟาร์มเลี้ยง และจำหน่ายพันธุ์ไก่ดำนครไทย จากเกษตรกรสู่มือผู้บริโภคโดยตรง

โดยสมาชิกเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ จะประสานความร่วมมือกับศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พิษณุโลก ในการนำพันธุ์ไก่ดำ ที่ผ่านการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ มาเลี้ยงเพื่อจำหน่าย

ซึ่งที่ฟาร์มนางสุดใจ พรมฟัก เกษตรกรฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ ประเภทใช้ประโยชน์พันุกรรมและเทคโนโลยี ชนิดไก่พื้นเมือง ได้ซื้อลูกไก่ดำ จากศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พิษณุโลกไปทดลองเลี้ยงพบว่าเลี้ยงง่าย การเจริญเติบโตดี จำหน่ายได้ราคาดี โดยทางฟาร์มมีการเลี้ยงและขยายพันธุ์ไก่โดยใช้ตู้ฟักไข่ไก่ ขนาด 300 ฟอง ผลิตลูกไก่แรกเกิดจำหน่ายตัวละ 20 บาท เดือนละ 300 – 500 ตัว ส่วนหนึ่งเลี้ยงขุนจำหน่ายเป็นไก่รุ่นราคากิโลกรัมละ 120 – 130 บาทสร้างรายได้ปีละ 50,000 – 70,000 บาท

Advertisement

จากฟาร์มเกษตรกรเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่ดำนครไทย เราย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นกันค่ะ ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พิษณุโลก มีการดำเนินการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ไก่ดำขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการของตลาดท้องถิ่นเป็นหลัก ซึ่งจากการคัดเลือกมาอย่างต่อเนื่อง จนได้ไก่ดำที่มีลักษณะตามที่ต้องการและใช้ชื่อว่า “ไก่ดำนครไทย” โดยได้กำหนดลักษณะภายนอกของไก่เป็นมาตรฐาน คือ แม่ไก่มีขนสีเหลืองปนดำ และพ่อไก่ขนสีเหลืองแดง และจะมีลักษณะสีดำทั้ง 8 ประการ คือ ผิวหนังดำ ปากดำ ลิ้นดำ หงอนดำ เนื้อดำ กระดูกดำ แข้งขาดำ และเครื่องในดำ

โดยทางศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พิษณุโลก ได้ดำเนินการปรับปรุงสายพันธุ์ และจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจนำไก่ดำไปเลี้ยง สร้างรายได้ให้กับชุมชน

ปัจจุบันไก่ดำนครไทย กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะมีลักษณะโตเร็ว เลี้ยงง่าย เนื้อมีคุณภาพ จำหน่ายได้ราคาดี สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชนได้สูงถึง 5 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว