พูดถึงเรื่องการเดินทาง นอกจากจุดหมายปลายทางและแผนการเดินทางต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมแล้ว
เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึงเรื่องความปลอดภัยระหว่างการเดินทางไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นทางบก
ทางอากาศ หรือโดยเฉพาะทางทะเลที่กำลังได้รับความนิยมทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้ตระหนักถึงความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในกรณีเรือประสบภัย จึงได้ปักธงการฝึกซ้อมร่วมกับเรือโดยสาร กรณีเรือประสบภัย ประจำปี 2565 หรือ Passengers Ship Training 2022 ขึ้น ซึ่งวันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับ พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. เกี่ยวกับการจัดการฝึกซ้อมฯ ครั้งนี้
- ก่อนอื่นขอถามถึงความเป็นมาของการฝึกซ้อมฯ ในครั้งนี้?
การฝึก Passenger Ship Training 2022 ครั้งนี้เป็นการดำเนินการของประเทศไทยในฐานะภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (Solas Chapter V Regulation 7) ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกจะต้องมีการฝึกร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในระบบค้นหาและช่วยเหลือกับผู้ประกอบการเดินเรือเอกชน และเรือโดยสารเป็นประจำทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าทั้ง 3 ส่วนนี้ จะมีการเตรียมการเพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีเรือโดยสารประสบภัย ที่ประสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากลตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO)
- หน่วยงานที่ดูแลงานด้านการค้นหาและช่วยเหลือในกรณีเรือประสบภัยมีหน่วยงานอะไรบ้าง?
ศรชล. เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบในด้านนี้ โดยทำงานสอดประสานควบคู่ไปกับกระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่า และสำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือประสบภัย ซึ่งเป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย
จากข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศที่ให้ประเทศสมาชิกทำการฝึกซ้อม Passenger Ship Training เป็นประจำทุกปี ซึ่งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 ทาง IMO จะส่งผู้แทนเข้ามาตรวจความพร้อมของประเทศไทยเราด้วย ว่ามีกระบวนการในการช่วยเหลือเรือโดยสารที่ประสบภัย ตรงตามมาตรฐานหรือไม่ หลายหน่วยงานจึงได้มาประชุมร่วมกันและเห็นชอบให้ ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการฝึกซ้อมฯ เพื่อวางรากฐานครั้งแรกในปีนี้ โดยมี พลเรือตรี วิฉนุ ถูปาอ่าง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ศรชล. เป็นประธานคณะทำงานวางแผนและจัดการฝึกซ้อมฯ

- ช่วยขยายความของ ศรชล. ให้เข้าใจมากขึ้นหน่อยได้มั้ยครับ?
ต้องขอเล่าย้อนไปสักนิดนะครับ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเราก็ทราบกันดีว่าทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ เป็นแหล่งที่มาของรายได้จำนวนมหาศาลของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งคมนาคม การพลังงาน การประมง การท่องเที่ยว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมีความสลับซับซ้อนมากพอสมควร เพราะมีหลายหน่วยงานที่ทำหน้าดูแล และแต่ละหน่วยก็ทำงานตามระบบและแผนงานของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยขึ้น เกิดกำแพงที่สร้างความยากลำบากในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย ขีดความสามารถของหน่วย เรือ กำลังพล ความรู้ด้านการประสานงานปฏิบัติ และหน่วยต่าง ๆ ก็มีแผนการปฏิบัติงานเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานกลาง ที่จะมาจับมือ และเชื่อมต่อการทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น “ศรชล. (ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล) จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนและบูรณาการการติดต่อประสานงานการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานขึ้นตาม พรบ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 โดยมีนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศรชล. และผู้บัญชาการทหารเรือปฏิบัติหน้าที่เป็นรองผู้อำนวยการ ศรชล.”
นอกจากนี้ ศรชล. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงทางทะเลยังมีภารกิจตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ที่ให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณะภัยให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นการฝึกร่วม Passenger Ship Training 2022 ครั้งนี้ เรามุ่งหมายเป็นอย่างมากว่า จะช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการค้นหาและช่วยเหลือเรือที่ประสบภัย สร้างความมั่นใจให้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารทั้งภายในและภายนอกประเทศ
- พูดถึงการฝึก ประเด็นหลัก ๆ ที่เราฝึกมีอะไรบ้าง?
การฝึกจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยส่วนแรกจะเป็นการฝึกภาคทฤษฎี มุ่งเน้นในเรื่องการฝึกซ้อมติดต่อสื่อสาร การประสานงาน การทดสอบเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านระบบดาวเทียม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรือโดยสารประสบเหตุแล้วจะมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานของรัฐในพื้นที่เกิดเหตุ หรือใครก็ตามที่ได้รับแจ้งเหตุ ไม่ว่าจะผ่านทางระบบดาวเทียมหรือช่องทางการติดต่อสื่อสารใด ๆ เราได้ร่วมกันฝึกซ้อมถึงขั้นตอนในการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยต่าง ๆ ว่าเมื่อรับแจ้งเหตุแล้วต้องทำอย่างไร ต้องส่งข้อมูลอะไรบ้าง ส่งไปที่ใคร เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยค้นหาและช่วยเหลือโดยรวดเร็วที่สุด ส่วนภาคปฏิบัติจะเป็นการฝึกซ้อมอพยพผู้โดยสารในกรณีเรือประสบภัย เพื่อตรวจสอบความพร้อมและการปฏิบัติของเรือโดยสารว่ามีกระบวนการและขั้นตอนในการอพยพผู้โดยสารที่ครบถ้วนหรือไม่ เช่น ผู้โดยสารจะอพยพลงจากเรืออย่างไร ถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้โดยสารคนใดตกค้างอยู่บนเรือ และผู้โดยสารทุกคนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกต้องตรงตามมาตรฐานสากล

การฝึกครั้งนี้มีหน่วยงานต่าง ๆ ในระบบการค้นหาและช่วยเหลือของไทยเข้าร่วมการฝึกซ้อมฯ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ศรชล. กองทัพเรือ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย กรมเจ้าท่า กองบังคับการตำรวจน้ำ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ที่ทำการวิทยุเรือ (บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะ ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด และเรือโดยสาร The Blue Dolphin



“จะเห็นได้ว่ามีหลายหน่วยงานที่มาร่วมจับมือ ร่วมแรงร่วมใจในการฝึกซ้อมครั้งนี้ ซึ่งผมเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และยิ่งเราฝึกซ้อมร่วมกันมากขึ้นเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันย่อมเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น และสุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน”
- เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรก ดังนั้นการฝึกซ้อมก็จะยังมีอยู่ในปีถัดๆ ไปใช่มั้ยครับ?
ใช่ครับ ปีนี้เป็นปีที่เราวางรากฐานในการฝึกซ้อมให้กับปีต่อ ๆ ไป และจะมีการต่อยอดมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการโดยสารทางเรือในประเทศไทย ตรงตามปณิธานที่ว่า “เราฝึกเพื่อความพร้อม เราซ้อมเพื่อช่วยชีวิต”

