StashAway เปิดตัว Flexible Portfolio ครั้งแรก! ที่นักลงทุนสามารถ Customise และสร้างสรรค์พอร์ตตามสไตล์ ด้วยทางเลือกลงทุนต่างประเทศจาก 35+ สินทรัพย์ทั่วโลก

19.09.22 | 15:31 น.

กรุงเทพฯ – StashAway (สแทชอเวย์) แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนด้วยเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าเปิดตัว ‘Flexible Portfolio’ ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้นักลงทุน Customise พอร์ตได้ตามความต้องการจากพอร์ตต้นแบบ หรือ สร้างสรรค์พอร์ตใหม่ได้ในแบบของตัวเองจากกว่า 35 สินทรัพย์ทั่วโลกผ่าน ETF ที่คัดสรรอย่างดี อาทิ หุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่, หุ้นญี่ปุ่น, ทองคำ, REITs, พันธบัตรรัฐบาลต่าง ๆ ไปจนถึงหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด, หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และอื่น ๆ ชูจุดเด่นแพลตฟอร์มใช้ง่าย ปรับเพิ่ม-ลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่ต้องการได้ตลอดเวลา พร้อมคำนวณความเสี่ยงให้ทันที โดย StashAway จะทำการ Rebalancing พอร์ตให้อัตโนมัติเพื่อรักษา Asset Allocation ตามที่กำหนดไว้ ตอบโจทย์นักลงทุนที่ชอบออกแบบพอร์ตด้วยตัวเอง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ StashAway ในการสร้างนวัตกรรมการลงทุนทั่วโลกรูปแบบใหม่ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนในประเทศไทย

นายยศกร นิรันดร์วิชย กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ StashAway ประเทศไทย กล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของ
นักลงทุนของเราเสมอ หลายคนอยากเพิ่ม-ลด หรือปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตที่มีอยู่ตามมุมมองของตนเอง เราจึงตั้งใจพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์นี้ออกมาเป็น Flexible Portfolio ซึ่งนักลงทุนแต่ละคนสามารถ Customise พอร์ตได้ตามความต้องการจากพอร์ตต้นแบบ หรือ จัด Asset Allocation ใหม่ในแบบของตัวเอง จากกว่า 35 สินทรัพย์ทั่วโลก โดยที่เราได้คัดสรร ETF คุณภาพดีในแต่ละประเภทสินทรัพย์มาไว้ให้แล้ว ที่สำคัญ นักลงทุนจะได้เห็นระดับความเสี่ยงของพอร์ตที่ออกแบบได้ทันที จากนั้นระบบจะรักษา Asset Allocation ตามที่กำหนดไว้ให้อัตโนมัติ

“StashAway อยากเป็นกำลังขับเคลื่อนให้คนไทยสามารถลงทุนในต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ลดการลงทุนแบบกระจุกตัวในประเทศ ซึ่ง Flexible Portfolio จะมาตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการออกแบบพอร์ตลงทุนทั่วโลกในสไตล์ของตัวเองได้ง่าย ๆ  ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำและคุ้มค่า ที่สำคัญเรานำเทคโนโลยี Fractional Share มาใช้ จึงไม่มีกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ

Advertisement

สำหรับ ‘Flexible Portfolio’ ที่พัฒนาขึ้นโดย StashAway มาพร้อม 3 ฟีเจอร์หลักที่แตกต่างจากการลงทุนแบบดั้งเดิมและตอบโจทย์การลงทุนรูปแบบใหม่ ดังนี้

  • การออกแบบพอร์ต ETF ได้ตามสไตล์ตัวเอง นักลงทุนสามารถเลือก Customise หรือ Create พอร์ตจากสินทรัพย์ทั่วโลกกว่า 35 สินทรัพย์ อาทิ หุ้นญี่ปุ่น, หุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets), ทองคำ, REITs, พันธบัตรรัฐบาลภูมิภาคต่าง ๆ ไปจนถึงหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด, หุ้นกลุ่มบล็อกเชน, หุ้นกลุ่ม AI และ โรโบติกส์ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยเราได้คัดสรร ETF คุณภาพดีจากบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกอย่าง iShares by BlackRock, Vanguard, SPDR, VanEck, ARK, และ GlobalX เพื่อให้นักลงทุนไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์หากองทุน ETF ที่ดีที่สุดด้วยตัวเอง
  • ระบบคำนวณระดับความเสี่ยงของพอร์ตเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ที่ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนรับรู้และเข้าใจระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของทุกพอร์ตที่มีกับเรา ซึ่งนักลงทุนจะสามารถเห็นได้ทันทีเมื่อสร้างหรือออกแบบพอร์ต เพราะที่ StashAway เราเชื่อว่านักลงทุนควรลงทุนในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเองอย่างแท้จริงเพื่อสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
  • ระบบ Rebalancing พอร์ตให้อัตโนมัติ เพื่อรักษา Asset Allocation ตามที่นักลงทุนกำหนดไว้ โดยระบบจะตรวจสอบในทุกๆ วัน หากสัดส่วนของสินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงเกินเกณฑ์ ระบบจะทำการซื้อ-ขายสินทรัพย์เพื่อคงสัดส่วนสินทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายเพิ่มเติม

การเปิดตัว Flexible Portfolio ในครั้งนี้ StashAway ยังได้มอบสิทธิพิเศษให้กับนักลงทุนที่สนใจ Flexible Portfolio โดยจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดการถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566 สำหรับทุกการฝากเงินลงทุนใน Flexible Portfolio

StashAway ตั้งใจทำให้การลงทุนทั่วโลกเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพสูงสุด และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะช่วยบริหารจัดการพอร์ตและจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบทุกโจทย์การลงทุนและสร้างการลงทุนในแบบที่ควรจะเป็น นายยศกร กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ StashAway

StashAway (สแทชอเวย์) คือ แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนด้วยเทคโนโลยี ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนรายใหญ่ โดยได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนจากหน่วยงานกำกับดูแลใน 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์, มาเลเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฮ่องกง และไทย โดยในประเทศไทย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท ค (ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0136-01) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. และมีธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน

ในปี 2020 StashAway ได้รับการยกย่องในฐานะ Technology Pioneer จาก the World Economic Forum และติดอันดับ Top 10 LinkedIn Startup ในปี 2020 และ 2021 นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลในฐานะสถาบันการเงินอันดับ 1 จาก SFF Global FinTech Awards 2021 ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และ สมาคม FinTech ของสิงคโปร์ (SFA)

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม 2564 StashAway มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์* หรือราว 36,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาน้อยกว่า 4 ปี

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.stashaway.co.th/th-TH/flexible-portfolios และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน StashAway ได้ทาง App Store และ Play Store