โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ สาเหตุและแนวทางการรักษามีอะไรบ้าง

20.09.22 | 14:52 น.

โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยจะมีอาการปวดเข่า ปวดขา บวมแดง ข้อผิดรูป เข่าบวมโต ข้อเข่าฝืดยึด มีเสียงดังในเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันเหมือนปกติได้

ลักษณะอาการของโรคจะแบ่งเป็นระยะโดยมีอาการและความรุนแรงที่ต่างกัน ควรสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวที่เรารักให้ดี ว่าอาการแบบนี้อยู่ในระยะไหน เมื่อไหร่ควรเริ่มพบแพทย์ เพื่อเร่งหาแนวทางการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่เหมาะสม


โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ หรือคนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยเกิดจากความเสื่อมสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งกระดูกอ่อนนี้มีหน้าที่สำคัญในการช่วยกระจายแรงและลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อเข่า ทำให้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสะดวก แต่เมื่อไม่มีผิวกระดูกอ่อนมาห่อหุ้ม กระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อนในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบ

อาการเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ อาทิเช่น ปวดเข่า ปวดขา บวมแดง ข้อผิดรูป เข่าบวมโต ข้อเข่าฝืดยึด มีเสียงดังในเข่า หรือบางรายอาจมีเข่าผิดรูปโก่งงอ ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันเหมือนปกติได้ เช่น ลุก-นั่งแล้วรู้สึกเจ็บปวด เดินไปไหนไกลๆ ลำบาก ขึ้น-ลงบันไดยากขึ้น โดยในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความรุนแรงของโรคมากน้อยต่างกันไป

Advertisement

โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เกิดจากสาเหตุใด

โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ สาเหตุมีได้หลายประการ เช่น

  • การใช้ข้อเข่าหักโหมซ้ำๆ บ่อยครั้งหรือเป็นเวลานานๆ
  • กรรมพันธุ์ มีประวัติคนภายในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • การสะสมของการใช้ข้อเข่าที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่วัยหนุ่มสาว
  • การมีน้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน
  • มีประวัติการติดเชื้อในข้อเข่า หรือโรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ เป็นต้น

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

  • อายุที่มากขึ้น
  • ปัจจัยเรื่องเพศ โดยเพศหญิงมักพบปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย
  • กรรมพันธุ์
  • มีน้ำหนักตัวมาก
  • พฤติกรรมที่มีการใช้งานข้อเข่าที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งแบบผิดสุขลักษณะ (นั่งยอง นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ)
  • ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือยืนและเดินมากเกินไป

ลักษณะอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

อาการเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่ส่งสัญญาณบอกถึงโรค แบ่งเป็นระยะโดยมีอาการและความรุนแรงต่างกัน ลองสังเกตอาการของตนเองหรือผู้สูงอายุใกล้ตัวที่เราห่วงใยดูว่ามีอาการแบบนี้หรือไม่

1.ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุระยะแรก

อาจมีอาการขัดฝืดในข้อเป็นบางครั้งในขณะที่มีการอยู่นิ่งเป็นเวลานาน เช่น ข้อติดขัดขยับเข่าได้ลำบากหรืองอเข่าได้ไม่สุดในช่วงหลังตื่นนอน อาจมีอาการเจ็บปวดคือปวดเข่า เจ็บข้อเข่าร่วมด้วย ตอนทำท่าทางที่มีแรงกดต่อผิวข้อเข่าเยอะ เช่น ตอนนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ ขึ้นลงบันได หรือเดินเป็นระยะเวลานาน

2.ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุระยะปานกลาง

ในระยะแรก อาการปวดตึงจะอยู่ไม่นานและหายได้เอง แต่ถ้าหากอาการเริ่มเรื้อรังเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน อาจหมายถึงอาการข้อเข่าเสื่อมระยะปานกลาง คือนอกจากจะรู้สึกปวดตึงเจ็บแปลบบริเวณข้อเข่าแล้ว ความรู้สึกปวดนั้นอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นหนักขึ้นตามการทำลายผิวกระดูกอ่อนที่มากขึ้น

เมื่อมันลุกลาม ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดและขยับข้อได้เพียงเล็กน้อย เริ่มลุกจากเก้าอี้ลำบากหรืองอเข่าแทบไม่ได้ มีเสียงดังกรอบแกรบขณะขยับข้อเข่า บริเวณข้อเข่าบวม มีอาการอักเสบ

3.ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุระยะรุนแรง

ในระยะรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น คือรู้สึกปวดตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้อยู่ในท่าที่มีแรงกดผิวต่อข้อเข่า เมื่อสัมผัสบริเวณข้อแล้วจะรู้สึกบวมร้อน หรือมีส่วนกระดูกงอ การโก่งผิดรูปของข้อเข่า

เมื่อขาของผู้ป่วยเริ่มมีการผิดรูป จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมีอาการขัดในข้อ ข้อยึด ขยับลำบาก หรือเดินไม่ได้ อีกทั้งอาการอาจไม่ได้เป็นอยู่แค่บริเวณเข่า แต่ความรู้สึกปวดอาจลามไปถึงกระดูกสะบ้าขณะเกร็งช่วงต้นขาด้วย

ทั้งนี้ควรลองสังเกตดูว่า หากมีอาการปวดเข่าปวดข้อเป็นๆ หายๆ ดังเช่นอาการของข้อเข่าเสื่อมระยะแรก รับประทานยาแก้ปวดไปแล้วแต่อาการเหล่านั้นก็ยังไม่ดีขึ้นเป็นเวลาหลายเดือน ก็ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ ถ้าเป็นควรรีบเข้ารับการรักษาให้เร็ว และหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุไม่ให้ลุกลาม

การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

การตรวจวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ แพทย์จะทำการประเมินโดยการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น ตรวจดูองศาการขยับของข้อเข่า ภาวะข้อหลวม เอ็นหุ้มข้อหลวม ลูกสะบ้าอักเสบ โดยการประเมินระดับความรุนแรงของโรคนั้น แพทย์จะใช้ระบบให้คะแนนอย่างเหมาะสมเป็นการประเมิน

แพทย์อาจส่งผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมไปตรวจเอกซเรย์ เพื่อดูช่องว่างระหว่างกระดูกบริเวณข้อเข่า ดูแนวกระดูกทรุดตัว ภาวะข้อกระดูกลูกสะบ้ากางออก รวมถึงพื้นผิวกระดูก นอกจากนี้ในกรณีที่พบข้อเข่าหลวม แพทย์อาจสั่งให้ทำ MRI เพื่อตรวจหมอนรองกระดูกและเอ็นเข่า ให้ได้ภาพของกระดูก เนื้อเยื่อ และกระดูกอ่อนรอบข้อเข่าแบบชัดเจนขึ้น

แนวทางการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

1.ใช้ยารักษาข้อเข่าเสื่อม

รักษาโดยการใช้ยา เป็นการใช้ยาเพื่อลดอาการปวดข้อในกรณีที่ปวดไม่มาก เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

2.ฉีดยาแก้ข้อเข่าเสื่อม

  • ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า (Hyaluronic Acid) เป็นการรักษาทางชีวภาพ (Biological Therapy) เพื่อรักษาอาการผิดปกติของกระดูกอ่อนและน้ำเลี้ยงข้อเข่า บรรเทาอาการปวด ลดอาการฝืดตึงของข้อเข่า
  • ฉีดสเตียรอยด์ ยาฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อสามารถลดอาการปวดในช่วงสั้นๆ 2-3 สัปดาห์ แต่ควรใช้ในกรณีที่ปวดเฉียบพลันเท่านั้น ไม่ควรฉีดประจำ เนื่องจากผลข้างเคียงจะทำลายกระดูกอ่อนข้อต่อ ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น

3.การทำกายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัด จะเป็นการให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว ซึ่งหากได้รับคำแนะนำให้ใช้ข้ออย่างถูกวิธีแล้ว จะช่วยทำให้อาการปวดทุเลาลง สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ดีขึ้น หรืออาจรวมไปถึงช่วยบรรเทาอาการปวดบริเวณข้อด้วยการทำอัลตราซาวน์ การใช้เลเซอร์รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายผู้ป่วย

4.การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

  • ผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดรูปแบบใหม่ โดยการเจาะรูขนาดเล็กบริเวณด้านหน้าข้อเข่า สอดกล้องวิดีโอขนาดเล็กและเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กเข้าไปเพื่อผ่าตัด มักใช้รักษาในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาหมอนรองข้อเข่าขาด กระดูกอ่อนแตก เอ็นข้อเข่าขาด ข้อเข่าล็อก โดยจะดูอาการประกอบการพิจารณาของแพทย์
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมที่ช่วยลดอาการปวดเข่า และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวให้ข้อเข่า เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทำได้ 2 วิธี คือ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบบางส่วน และ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบทั้งหมด โดยทั้ง 2 วิธีจะมีข้อจำกัดแตกต่างกัน แพทย์จะพิจารณาตามกรณีของผู้ป่วย

โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ ไม่ผ่าตัดได้ไหม

หากผู้ป่วยอาการยังไม่รุนแรง แพทย์จะให้คำปรึกษาและแนะนำการปฏิบัติตัวให้ใช้งานข้อเข่าอย่างถูกต้อง แนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเพื่อบริหารข้อเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง แต่ถ้าผู้ป่วยออกกำลังกายตามคำแนะนำแล้วยังไม่ได้ผล หรือมีอาการเจ็บปวดรุนแรง แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยาบรรเทาอาการปวด หรือรักษาโดยการฉีดยาเข้าบริเวณข้อเข่า

แต่ในกรณีที่มีอาการเสื่อมของข้อรุนแรง อาจรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ถ้าหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา อาจส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น รวมถึงอาจทำให้การรักษาข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นด้วย

การดูแลผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

การบริหารกล้ามเนื้อเข่า บรรเทาอาการปวด

การบริหารข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุเพื่อบรรเทาอาการปวดแต่ละท่า ให้เริ่มทำจากน้อยไปมาก โดยทำประมาณ 10-20 ครั้ง / ชุด วันละ 2-3 ชุดเป็นอย่างน้อย แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนตามความสามารถของกล้ามเนื้อรอบเข่า เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ

  1. นั่งชิดเก้าอี้ เหยียดเข่าตรง เกร็งค้างไว้นับ 1-10 (หรือเท่าที่ทำได้) เมื่อเอาลงนับเป็น 1 ครั้ง แล้วทำสลับข้าง
  2. ถ้าทำท่าแรกได้คล่องแล้ว ให้ลองท่านั่งไขว้ขา นำขาที่ไขว้ด้านบนกดลง และขาล่างเหยียดขึ้น เกร็งค้างนับ 1-10 แล้วทำสลับข้าง โดยท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าขาและท้องขาแข็งแรงขึ้น
  3. นอนหงาย นำหมอนเล็กๆ มาวางไว้ใต้เข่า เกร็งสะบ้าและเหยียดเข่าให้ตึง นับ 1-10

แนะนำการใช้งานข้อเข่าอย่างถูกวิธี

พฤติกรรมและท่าทางบางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคข้อเข่า ควรมีการปรับให้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น

  • การซักผ้าแบบนั่งซักบนเก้าอี้เตี้ยๆ ถ้าสามารถใช้เครื่องซักผ้าแทนได้ก็จะดี
  • เลี่ยงการก้มถูพื้นหรือการทำความสะอาดห้องน้ำ ให้ใช้ไม้ถูพื้นแทน
  • เลี่ยงการนั่งพื้นทำกิจกรรมต่างๆ เช่น นั่งพับเพียบหรือนั่งขัดสมาธิ เนื่องจากต้องงอเข่ามาก โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นลง อาจปรับมานั่งบนเก้าอี้แทน
  • ตอนขึ้น-ลงบันได มือจับราวบันไดเอาไว้ เวลาก้าวขึ้นให้ใช้ขาข้างดีก้าวขึ้นก่อน เวลาลงให้ก้าวข้างที่ปวดลงก่อน

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม

การออกกําลังกาย ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ การออกกำลังกายในน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากแรงลอยตัวของน้ำจะพยุงน้ำหนักร่างกาย ช่วยลดแรงกดของข้อต่อ และแรงต้านน้ำจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่หากใครที่ไม่สะดวก ก็สามารถออกกำลังด้วยการเดินได้เช่นกัน

การป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

การใช้ข้อเข่าอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าได้ เช่น

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ป่วยโรคข้อเข่า
  • ลดน้ำหนัก เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินจะทำให้เข่าทำงานหนักต้องแบกรับน้ำหนักตัว
  • หลีกเลี่ยงการหมุนเข่าและการยกของหนัก
  • หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได (หากเลี่ยงไม่ได้ ควรมีราวจับบริเวณทั้ง 2 ด้านของบันได)
  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ นั่งยองๆ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น

ข้อสรุป

ควรสังเกตลักษณะอาการหรือสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ หากอาการยังอยู่ในระยะแรกจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ใช้ข้อเข่าอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่า

แต่ถ้าหากอาการมีความรุนแรงขึ้นหรือปวดเรื้อรัง ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ป้องกันไม่ให้โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุรุนแรงลุกลามกว่าเดิม