คิงเพาเวอร์รุกเปิดเต็มรูปแบบ“ดิวตี้ฟรี-อะคาเดมี่ซีเกรฟเลสเตอร์” รุกตลาดไทย&ต่างชาติช้อปทุกช่องทาง-ปั้นฮับนักเตะเด็กระดับโลก

21.09.22 | 11:28 น.

คิง เพาเวอร์ ภายใต้การดูแลของ “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมแสดงพลังคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ เคลื่อนทัพธุรกิจเต็มที่ทั้งในประเทศและเมืองเลสเตอร์ อังกฤษ ต้อนรับสถานการณ์ท่องเที่ยวและการเดินทางเข้าออกประเทศและทั่วโลกเริ่มสดใส

“อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า ตั้งแต่กันยายน 2565 ได้เปิดบริการธุรกิจร้านค้าดิวตี้ฟรีในประเทศทุกช่องทางออนกราวนด์สนามบิน 4 แห่ง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และดิวตี้ฟรีในเมืองท่องเที่ยว กรุงเทพฯ ที่รางน้ำ ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต ส่วนออนไลน์ครบทาง www.kingpower.com กับ King Power Application โดยมีบริการ Click &Collect อำนวยความสะดวกให้นักเดินทางสั่งซื้อได้จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องซึ่งสามารถซื้อทางออนไลน์แล้วไปรับส่งสินค้าขาเข้าและขาออกประเทศตามสนามบินที่กำหนดได้

แนวโน้มสถานการณ์ตลาดหลังโควิด-19 คลี่คลายพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าจะหันมาให้ซื้อผ่าน “ออนกราวนด์” หรือเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ จากทางหน้าร้านตามสาขาเมืองท่องเที่ยวและสนามบินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาอัดอั้นซื้อได้เฉพาะทางออนไลน์กับแอพลิเคชั่นเท่านั้น จับตากลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมีตั๋วเครื่องบินเดินทางต่างประเทศ และชาวต่างชาติทั่วโลกเข้าเมืองไทยจะนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนกราวนด์มากขึ้นอย่างแน่นอน

Advertisement

ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้มี อินเดีย มาเลเซีย มาท่องเที่ยวเมืองไทยติดอันดับ 1 ใน 3 นิยมใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าดิวตี้ฟรีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ระหว่างนี้จะต้องจับตารอตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามนโยบายรัฐบาลมีโอกาสที่จะประกาศให้คนจีนเดินทางมาไทยได้ช่วงฤดูเดินทางปลายปี 2565 หรือช่วงต้นปี 2566 หากจีนเดินทางก็จะเป็นผลดีทั้งกับการท่องเที่ยวไทยและธุรกิจช้อปปิ้งด้วย

ปัจจุบันร้านค้าดิวตี้ฟรีคิง เพาเวอร์ ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ระดับแถวหน้าของโลกลงทุนตกแต่งบูติกช้อปอย่างสวยงามดึงดูดความสนใจของนักช้อปทั้งคนไทยและนานาชาติ เช่น หลุยส์วิตตอง : LOUIS VUITTON ชาแนล :CHANEL กุซซี่ :Gucci และแบรนด์ชั้นระดับโลกอีกหลากหลายแบรนด์ โดยร้านค้าดิวตี้ฟรีของคิง เพาเวอร์ ได้จัดระบบช้อปต่าง ๆ โดยกระจายแบรนด์สินค้าหมวดต่าง ๆ ในสุวรรณภูมิไปอยู่ในโซนเหมาะสมสอดคล้องกับความสนใจตลาดและเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติที่มีลูกค้าใช้บริการแตกต่างกัน เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำหอม เครื่องสำอางค์ กระเป๋า แฟชั่น นาฬิกา ผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ และอื่น ๆ

“อัยยวัฒน์” กล่าวว่า ได้เดินหน้าพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศด้วยเช่นกัน ด้วยการลงทุนสร้างอะคาเดมี
“ซีเกรฟ” ขึ้นในเลสเตอร์ แปลงโฉมสนามกอล์ฟพาร์ค ฮิลล์ ขนาด 18 หลุม  สร้างศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่แล้วเสร็จมาแล้วสองปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเลสเตอร์เชียร์ ในพื้นที่ขนาด 455 ไร่ นับเป็นโครงการใหญ่ที่สุดมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท (ประมาณ 103 ล้านปอนด์) มี สนามซ้อมกับ 1 อินดอร์สเตเดี้ยม ตอนนี้มีนักกีฬาเข้ามาอยู่ประมาณ 400 คน เกิดการจ้างงานเพิ่มเป็นกว่า 100  คน จากเดิม 60 คน รวมทั้งมีทำงานพาร์ทไทม์ ด้วย

ตั้งเป้าหมายพัฒนา “ซีเกรฟ เลสเตอร์” เป็นศูนย์ฝึกและสนามซ้อมดีสุดพร้อมที่สุดในยุโรป เมื่อเปิดบริการโครงการนี้สามารถสร้างประโยชน์กับเยาวชนในอังกฤษและทั่วยุโรปสนใจกีฬาฟุตบอลเข้ามาอยู่ในอะคาเดมีซีเกรฟทั้งหมด จึงมุ่งมั่นทำโครงการนี้ให้เป็นเรื่องระยะยาวในอนาคตจะได้ไม่ต้องไปซื้อตัวนักเตะมูลค่าหลักร้อยล้านบาทอีกต่อไป ทว่าจะใช้การปั้นเด็กใหม่เติบโตขึ้นมาตามขั้นตอนซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่า

ภายในศูนย์มีหัวใจหลักคือ “แคนทีนบริการอาหาร” ของนักเตะในพื้นที่ขนาดใหญ่มากขึ้น ทุกทีมและทุกคนมาพบกันที่ห้องอาหารแห่งนี้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กอยากพัฒนาทักษะของตนเองก้าวสู่นักเตะมืออาชีพเหมือนรุ่นพี่ในเฟิร์สโซน รวมถึงได้ดีไซน์โครงสร้างตึกมองจากมุมสูงเป็นรูปผู้ตัวจิ้งจอก รองรับเด็กตั้งแต่อายุ 9 -21 ขวบ นักกีฬาที่อยู่ในโซนอะคาเดมีจะเข้ามายัง เฟิร์สโซนของนักเตะไม่ได้ เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กได้เห็นพัฒนาของตัวเองหากต้องการทำ “ชีวิตประสบความสำเร็จ” จะต้องมีความพยายามฝึกเพื่อข้ามจากฝั่งอะคาเดมีมายังเฟิร์สโซนให้ได้ โดยทุกคนจะเห็นแต่ละต้องเป็นขั้นตอนตามลำดับ เด็กอายุ 12, 15, 18, 21 ปี จึงดีไซน์ห้องฝึกไม่เหมือนกัน การขยับจาก ยู 12 ห้องจะเปลี่ยนดีขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวอยู่ใกล้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทุก ๆ ปี

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้วางแผนทั้งปัจจุบันและอนาคตทุ่มเทพัฒนาอะคาเดมีซีเกรฟครั้งให้เป็นสโมสรของนักเตะทุกคนใน “สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้” ได้ใช้สนามสร้างประสิทธิภาพร่างกายเพื่อก้าวเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบ จึงได้เลือกใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ดีและทันสมัยที่สุด พร้อมจะยกระดับให้นักเตะกับทีมงานของสโมสรก้าวไปด้วยกัน เติบโตเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน

สำหรับ “ซีเกรฟ” ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นสนามเวิลด์คลาสมีทั้งศูนย์ฝึกซ้อม สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ศูนย์สปอร์ต อะคาเดมี ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ประกอบด้วย 8 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 อาคาร วิชัย ศรีวัฒนประภา อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์กลางหลักของศูนย์ฝึกซ้อม ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับอดีต ประธานสโมสร ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดของสโมสร ถือเป็นวิสัยทัศน์สำคัญของคุณวิชัยที่มีต่อสโมสรโดยอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา สานต่ออย่างเต็มที่ ภายในอาคารมีสิ่งอำนวยความสะดวกทีมฟุตบอลชาย สำนักงาน ที่พัก ห้องอาหาร และสันทนาการของทีมชุดใหญ่ มีระเบียงที่สามารถมองเห็นสนามฝึกซ้อมด้านนอกของทีมด้วย

ส่วนที่ 2 คิง เพาเวอร์ เซ็นเตอร์ ศูนย์สถาปัตยกรรมรูปโดมโดดเด่นที่สุดตัดกับภูมิทัศน์อันสวยงาม มีสนามหญ้าเทียม ในอาคารมีบริการครบวงจรทั้ง ศูนย์ฝึกซ้อมของเยาวชนตามระดับอายุ ศูนย์อำนวยการสื่อมวลชน ห้องแถลงข่าว ห้องถ่ายทอดสด และพื้นที่สันทนาการต่าง ๆ

ส่วนที่ 3 สนามแข่ง รวม 1 สนามแข่งขันย่อย จุคนดูได้ถึง 499 ที่นั่ง ใช้จัดการแข่งขัน เอฟเอ ยูธ คัพ, พรีเมียร์ลีก 2 และฟุตบอล หญิงเลสเตอร์ ซิตี้

ส่วนที่ 4 สนามฝึกซ้อม 21 สนาม แบ่งเป็นสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน 14 สนาม

ส่วนที่ 5 สนามกอล์ฟส่วนตัว แบบ 9 หลุม

ส่วนที่ 6 ระบบวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี

ส่วนที่ 7 ศูนย์ฟิตเนสและระบบวารีบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย (Hydrotherapy)

ส่วนที่ 8 สปอร์ต เทิร์ฟ อะคาเดมี่ Sports Turf Academy (STA) ศูนย์กลางวิจัยอะคาเดมี่แห่งแรก ที่ใช้ในการเรียนรู้และ ศึกษาพัฒนานวัตกรรม การจัดการสนามหญ้าเพื่อจัดการแข่งขันให้กับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่สนามกีฬามืออาชีพจากทั่วโลก

ปัจจุบัน “สนามฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ แห่งใหม่ ซีเกรฟ” ได้กลายเป็น “บ้านหลังใหม่” ของนักเตะทีมชายทั้งหมด รวมถึงอะคาเดมี่ ของเหล่านักเตะพร้อมจะสร้างชื่อเสียงความเป็นแบรนด์คนไทยในวงการฟุตบอลยุโรปและระดับโลก

ขณะเดียวกันตั้งแต่กันยายนนี้เพื่อการแข่งขันฤดูกาลใหม่ คิง เพาเวอร์ ได้เปิดตัวของที่ระลึกคอลเลคชั่นใหม่ THAI SONG DUM (ไทยทรงดำ)ในโครงการ LCFC x Community Power มีทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ 1.เสื้อยืดปักมือ 2.เสื้อยืดย้อมฮ่อม 3.รุ่น Limited Edition 3.แจ็กเก็ตสไตล์มินิมอล รุ่น Limited Edition มีเพียง 200 ตัวในโลก 4.กระเป๋าคาดเอว 5.หมวกแก๊ปผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม 6.พวงกุญแจนำโชค และ 7.ลูกบอลผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม วางขายเป็นทางที่ Foxes Fanstore เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ Shop.lcfc.com, ร้าน LCFC ชองคิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และออนไลน์ที่ www.kingpower.com และ Facebook : Leicestershop_th

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน :บล็อกเกอร์ –gurutourza