กรมชลฯ เดินหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัย เมืองชัยภูมิ-ดูเกษตรยั่งยืน
กรมชลประทาน เดินหน้า “โครงการบรรเทาอุทกภัย เมืองชัยภูมิ (ระยะที่ 1)” เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง จ.ชัยภูมิ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตกรลุ่มน้ำลำปะทาวด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 มีรายงานว่า นายพงศ์กรณ์ กำแหง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลาง ที่ 6 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ ไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในตัวเมือง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอเมืองชัยภูมิเท่านั้น ยังช่วยสร้างประโยชน์ให้พื้นที่เกษตรกรรม ที่เป็นอาชีพของคนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ทำให้การออกแบบทั้งระบบคลอง และประตูระบายน้ำ เพื่อควบคุมน้ำในลำปะทาว และลำห้วยสาขาต่างๆ ต้องคำนึงประโยชน์ของทุกฝ่าย เนื่องจากอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มักเป็นพื้นที่น้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากน้ำหลากจากลำน้ำที่อยู่นตามเทือกเขาโดยรอบ และเกิดจากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ที่มีลักษณะเป็นแอ่งรับน้ำ จึงมักถูกน้ำท่วมขังในพื้นที่ประมาณ 30,000 ไร่ หรือร้อยละ 90 ของพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ เช่นปี พ.ศ. 2553 น้ำจากลุ่มน้ำลำปะทาวและห้วยยางบ่า ล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ระดับน้ำสูงสุดประมาณ 1.20 เมตร ส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างประเมินไม่ได้

กรมชลประทาน จึงได้ศึกษาหาแนวทางบริหารจัดการ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนบริเวณน้ำลำปะทาวและห้วยยางบ่า แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1. ก่อสร้างระบบผันน้ำลำปะทาวฝั่งตะวันออก เพื่อตัดมวลน้ำหลากเลี่ยงเมืองด้านฝั่งตะวันออก ให้ได้ 200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เหลือปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมือง จำนวน 125 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
ระยะที่ 2.พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ เพื่อชะลอน้ำหลาก ให้อยู่ในปริมาณที่บริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น
ระยะที่ 3. ก่อสร้างระบบผันน้ำห้วยยางบ่า – ลำชีลอง เพื่อตัดมวลน้ำหลากเลี่ยงเมืองด้านฝั่งตะวันตก
ระยะที่ 4. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหลาก ให้ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ “โครงการบรรเทาอุทกภัย เมืองชัยภูมิ ระยะที่ 1 เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2562 ถึง พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย การขุดขยายคลองผันน้ำลำปะทาว ถึงแก้มลิงสระเทวดา ยาว 8.45 กิโลเมตร สามารถระบายน้ำได้ 150 ลบ.ม./วินาที พร้อมด้วยประตูระบายน้ำ 3 แห่ง การขุดขยายคลองเชื่อมลำปะทาว –ห้วยดินแดง ยาว 1.33 กิโลเมตร และปรับปรุงคลองเดิมให้ระบายน้ำได้ 50 ลบ.ม./วินาที พร้อมประตูระบายน้ำ 1 แห่ง และสร้างประตูระบายน้ำและอาคารประกอบ ในลำน้ำเดิมอีก 6 แห่ง และหากโครงการระยะที่ 1 แล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้มาก ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ของอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ คือ ตำบลบ้านเล่า ตำบลโพนทอง ตำบลกุดตุ้ม ตำบลบุ่งคล้า และตำบลหนองไผ่ รวมทั้งยังช่วยบรรเทาน้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิแล้ว ยังจะส่งน้ำช่วยพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝนได้อีก 18,610 ไร่ ในฤดูแล้งอีก 1,850 ไร่ และลดพื้นที่ทางทิศใต้ของตัวเมืองชัยภูมิ ที่จะเสียหายได้จากน้ำท่วมได้อีกปีละกว่า 2 หมื่นไร่

ด้านนายลือชา ดาศรี เกษตรกรบ้านโพธิ์ใหญ่ หมู่ 6 ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ที่ตำบลบ้านเล่า เป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่ในลุ่มน้ำลำปะทาว ได้ใช้ประโยชน์จากลำปะทาวเพื่อทำนาปีละครั้ง และทำสวนผสมผสาน ปลูกกล้วยน้ำว้า ทุเรียน ลำไย เงาะ อโวคาโด้ และที่สำคัญคือ ฝรั่ง ซึ่งทดลองปลูกปีแรก ได้ผลดีเกินคาด จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ตนเริ่มหันมาทำการเกษตรเแบบผสมผสานนี้ในช่วงที่กรมชลประทานเริ่มสร้างประตูระบายน้ำ ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ่น และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
“โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ ช่วยให้ชีวิตครอบครัวผมเปลี่ยนไปมาก เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำประตูระบายน้ำในลำปะทาวเพื่อหนุนให้น้ำสูงขึ้น จากนั้นก็จะไหลออกไปที่คลองขุดใหม่ ที่เชื่อมลำปะทาว กับห้วยดินแดง คลองนี้ช่วยแบ่งน้ำออกจากลำปะทาว ให้ออกไปห้วยดินแดง โดยไม่ผ่านตัวเมืองชัยภูมิ ทำให้น้ำท่วมลดลง ส่วนเกษตรกรสองฝั่งลำห้วยที่ขุดใหม่ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำตลอดปี ส่วนตัวผมปกติทำนาอย่างเดียว และทำปีละครั้ง แต่หลังจากเจ้าหน้าที่มาขุดคลอง และทำประตูระบายน้ำด้วย ผมก็คุยกับครอบครัวเลยว่า เราจะทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เพราะเราจะมีน้ำใช้ได้ตลอดปีแล้ว เพราะประตูระบายน้ำจะกักน้ำไว้ให้เราใช้ประโยชน์ได้ด้วย” นายลือชา กล่าว
นายสุรัตน์ วรรณพงษ์ เกษตรกรหมู่ 5 ต.บ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เล่าวว่า ปกติแล้วชาวนาที่นี่ทำนาปีละครั้งตามฤดูฝน เพราะได้น้ำจากลำปะทาว ที่ไหลผ่านเข้าเมือง แต่หลังจากมีคลองขุดใหม่เป็นคลองเชื่อมลำปะทาว ไปห้วยดินแดง ทำให้จากนี้ชาวนาจะทำนาปรังได้ด้วย เพราะมีน้ำตลอดปี และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกพืชสวนครัว และผลไม้ในสวน วางขายให้ผู้สัญจรผ่านไปมา อาทิ หน่อไม้สดไผ่กิมซุง กล้วยน้ำว้า ส้มโอ มะละกอ หรือพืชสวนครัว พริก ข่า ตะไคร้ ที่ปลูกเสริมในสวนครัว
“ยอมรับว่าช่วงแรก หลายคนกังวลใจเรื่องเงินชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน แต่ตอนนี้ได้รับเงินชดเชยและได้เห็นแล้วว่า เจ้าหน้าที่ทำเรื่องชดเชยเวนคืนให้ชาวนาอย่างเหมาะสม แล้วยังได้คลองน้ำไหลผ่านพื้นที่นา ส่วนคันคลองสองฝั่ง ก็เป็นถนนที่ตัดใหม่ ทำให้สัญจรได้สะดวกกว่าเดิมอีก ต่อไปนี้ จะสัญจรเข้าออก ก็คงไม่ต้องลัดเลาะไปไกล เพราะมีคลองตัดใหม่ ได้ถนนมาสัญจรด้วย” นายสุรัตน์ กล่าว

