สคช. ขับเคลื่อน ระบบคุณวุฒิสายไอที รับไทยแลนด์ 4.0

14.11.16 | 16:17 น.
วีระชัย ศรีขจร
นายวีระชัย ศรีขจร ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สคช. กล่าวว่า  ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการระบบฐานข้อมูลคุณวุฒิวิชาชีพ คสช.เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น หลังการพัฒนาระบบมาแล้วในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และได้ร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)   เพื่อเป็นมาตรฐานอาชีพ ให้กับทางกระทรวงไอซีที นำไปใช้พัฒนาคน ซึ่งในส่วนนั้นได้ทำสำเร็จแล้ว เป็นการทดสอบทั้งหมด  6 สายงาน ได้แก่ ซอฟแวร์ ฮาทแวร์ เน็ทเวิกร์ เทเลคอม และ เอนิเมชั่นมิเนจเม้น ทั้งหมดสอดคล้องกับแผน  ระยะ2 และ ระยะ3 ในปี 2010 -2020 ซึ่งจะไปให้ถึงในเรื่องของดิจิตอล อาโคเดมี่หรือในเรื่องของอีก็อปเวอร์เม็น  เพื่อพัฒนาคนในสายไอทีต่อไป
ผอ. สคช. กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนอีโคโดมี่ต้องอาศัยความชำนาญและความเป็นมืออาชีพ  โดยเริ่มจากข้าราชการ ครู และนักเรียนนักศึกษาทุกคน  ควรจะต้องมีการสอบ เพื่อที่จะให้ทุกคนมีความสามารถในการใช้ ระบบในระดับหนึ่ง ในส่วนของการถ่ายทอด อาจจะเป็นศูนย์ที่ทางสถาบันคุณวุฒิเข้าไปรับรอง เช่น ครูจากอาชีวะหรือเทคนิคเข้าไปสอนในหลักสูตร และการลงนามความร่วมมือกับมหาลั19 แห่ง ที่จะมีการทดสอบประเมินนักศึกษา โดยมหาวิทยาลัย 19 แห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นเรื่องของไอที ที่จะคอยปูทางให้กับนักศึกษา ในอนาคตปี พ.ศ. 2560    จะเป็นมหาวิทยาลัยนำร่องที่ปรับหลักสูตรให้สามารถเข้าสู่ในระบบมาตรฐานของสถาบันคุณวุฒิได้ และจะต้องมีความสามารถ 2 อย่างเพิ่มเข้ามาในสายอาชีพ คือเรื่อง ภาษาอังกฤษและดิจิตอลริสเทอเรนซี่ เพื่อในวันข้างหน้าก็จะเข้าสู่ระบบ ราชการ หรือ เอกชน ที่อยู่ในส่วนของความเป็นมืออาชีพไอที ต่อไป”
รศ.ดร.อัสนีย์ ก่อตระกูล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และที่ปรึกษาโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณวุฒิวิชาชีพสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ต้องพัฒนาให้คนที่เข้ามาใช้ไอที ซึ่งมีความรู้ด้านไอทีไม่เท่ากันเตรียมพร้อมรับการประกาศเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยสื่อดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและส่งคม และประกาศในราชกิจานุเบกษาแล้ว ดังนั้นคนต้องเรียนรู้ถึงเครื่องมือไอทีเพื่อให้ตนเองสามารถค้นหาเครื่องมือ ข่าวสารเพื่อพัฒนาตนเองได้ เป็นผู้มีทักษะสูงขึ้น และอาชีพที่มีทักษะสูงจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลที่ สคช. ทำไว้ชัดเจนมาก ขณะนี้เป็นเรื่องภารบริหารจัดการ ในอนาคตถ้าสามารถเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะทำมาตรฐานอาชีพอะไรให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม กรพทรวงแรงงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติเพื่อใช้งานข้อมูลร่วมกัน
รศ.ดร.อัสนีย์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่หลากหลายจะพรุ่งพรูเข้ามา โดยมีข้อมูลจากหลายพื้นที่ เพื่อให้หลายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันมาร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศได้ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนการเอาข้อมูลมาเชื่อมโยงจากผู้ประกอบการที่มีอยู่แล้ว เพื่อหาช่องว่างปรับเปลี่ยนให้ไปสู่ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันได้รัฐต่อรัฐ รัฐเพื่อประชาชน และรัฐเพื่อธุรกิจ ทำให้ขั้นตอนการบริหารจัดการลดลงและรวดเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เราต้องตามหามาเชื่อมโยงกันให้ได้ เพราะฉะนั้นต้องสื่อสารให้คนใช้เยอะๆ เพื่อให้เห็นช่องโหว่ ตรงไหนตกหล่น สามารถพัฒนาเพิ่มในด้านมาตรฐานอาชีพและการบริหารจัดคลังข้อสอบให้สอดคล้องกับผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมด้านบริการ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยหลังจากนี้