‘SET’ จับมือเครือข่ายการศึกษา ชูวิชาผู้ประกอบการทางสังคม หนุนสร้างธุรกิจสู่ความยั่งยืน

6.10.22 | 12:32 น.

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นการถึงของเทคโนโลยี นวัตกรรมการสร้างสรรค์ จนเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความท้าทายที่ ระบบการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ทัน

จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ เครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทย (Thai GE Network) และภาคส่วนสังคม เดินหน้าพัฒนารายวิชา ‘ผู้ประกอบการทางสังคม’ ภายใต้โครงการ SET Social Impact SE101 @University ให้เป็นหมวดวิชาศึกษาทั่วไปในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

พร้อมเปิดตัวหลักสูตร SE101 วิชาว่าด้วยการสร้างผู้ประกอบการทางสังคม ผ่านมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างทุนมนุษย์ของประเทศให้มีทักษะรอบด้าน ทั้งทักษะการเป็นผู้ประกอบการ การสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม และมีความพร้อมเข้าใจคุณค่าของความยั่งยืน และเป็นผู้นำในสังคมสร้างคุณค่าเพื่อการอยู่ร่วมกัน

ทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทย ภายใต้การเดินหน้าและออกแบบเพื่อสร้างการเรียนรู้ใหม่ของคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

Advertisement

SET SE101 หลักสูตรที่สร้างคนรุ่นใหม่สู่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญของการศึกษาภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน ว่า การศึกษาเป็นวิถีในช่วงชีวิตของทุกคน ด้วยปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ส่งผลต่อการเรียนรู้ของคนในทุกวัย การศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกกำหนดในการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันเป็นเป้าหมายต้นทางของความสำเร็จต่อการพัฒนาคน ที่จะช่วยลดความยากจน ความอดอยาก มีสุขภาวะที่ดี และความเท่าเทียมกันทางเพศ

แม้พันธกิจของ SET อยู่ในมิติด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การระดมทุน แต่เรื่อง ‘ทุนมนุษย์’ ถือเป็นอีกเรื่องที่ SET เน้นย้ำอยู่เสมอ ด้วยความเชื่อที่ว่า คนเป็นรากฐานของการพัฒนา จึงมีการดำเนินการพัฒนาตลาดทุนคู่ขนานกับการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี บนสมรรถนะของคนไทย อ่านออกเขียนได้ทางการเงิน ภายใต้วิสัยทัศน์ To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone

ดร.ศรพล บอกอีกว่า นอกจากนี้ SET ยังสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนทั่วไป, กลุ่มเฟิสต์ จ็อบเบอร์, กลุ่มนิว เจน, กลุ่มยัง เจน, กลุ่มนิว โอลด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้และศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี และผู้ประกอบการทางสังคม สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ SDG4 : Quality Education เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาที่มีคุณภาพ

“ความร่วมมือยกร่างวิชาผู้ประกอบการทางสังคม ภายใต้หลักสูตร SE101 บรรจุให้เป็นหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จึงเป็นความร่วมมือเพื่อขยายองค์ความรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม ให้คนรุ่นใหม่ในระบบการเรียนรู้ สร้างจุดตั้งต้นความคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปลูกฝังทัศนคติให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นรากฐานของการประกอบธุรกิจ สร้างศักยภาพการเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ น.ส.นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยว่า SET มุ่งมั่นและส่งเสริมเรื่องการพัฒนาภายใต้ความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดกรอบกลยุทธ์ 5 มิติ คือ การบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน, การสร้างคุณค่าตลาดทุน, การพัฒนาบุคลากรด้านตลาดทุน, การพัฒนาดูแลสังคม และ การจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมิติการพัฒนาดูแลสังคม ได้สร้างแหล่งความรู้ทางการเงินสำหรับคนไทยอย่างทั่วถึง รวมถึงการเป็นแหล่งพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งได้สร้างแพลตฟอร์มให้ทุกภาคส่วนเชื่อมโยงความร่วมมือพัฒนาสังคม สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยทุกคน

“ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินการส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงความรู้ทางการเงิน ล้วนได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร และเครือข่ายด้านการศึกษาอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด ทั้งผ่านช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ และออฟไลน์ สอดคล้องกับการเรียนรู้ของคนยุคใหม่ เช่น Happy Money App เป็นต้น”

ส่วนกลุ่มเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ และผู้ประกอบการทางสังคม SET พัฒนาทักษะผ่านหลักสูตรออนไลน์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมฐานราก (e-Learning) รวมถึงการพัฒนาทักษะเพื่อสังคม โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของสังคมและประเทศอย่างแข็งแกร่ง

ผู้ช่วยผู้จัดการ SET เผยอีกว่า ปี 2565 SET ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่เข้ามาส่งเสริมความรู้ทางการเงิน การลงทุน และส่งเสริมความยั่งยืนด้านสังคม สิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น โดยนำร่องดำเนินงานกับเครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม จัดทำรายวิชาผู้ประกอบการทางสังคม เป็นวิชาหมวดวิชาศึกษาทั่วไป เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน นำสู่การสร้างคนรุ่นใหม่เป็นผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

“หลักสูตร SE101 สอดคล้องกับหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป ที่ต้องมีความรู้ ทักษะ จริยธรรม และเจตคติ อีกทั้งวิชาดังกล่าวเป็นการวางแผนเส้นทางอาชีพที่สนใจอาชีพสายความยั่งยืน หรือเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมในอนาคต” 

สำหรับเนื้อหาของรายวิชาผู้ประกอบการทางสังคม ประกอบด้วย ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โมเดลธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคม การวัดผลลัพธ์ทางสังคม และการสร้างแผนธุรกิจในเบื้องต้น

โดยจะเริ่มถ่ายทอดให้นักศึกษาในภาคการศึกษาหน้า ในลักษณะการสอนแบบการมีส่วนร่วม ซึ่ง SET จะส่งเสริม Training-the-Trainer แก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สนใจ พร้อมจัดทำคู่มือการสอน และรูปแบบการสอนที่อาจารย์สามารถเข้าถึง และเลือกนำไปเป็นสื่อการสอนให้นักเรียนได้

SET ยังอยู่ในช่วงการหารือกับบริษัทผู้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดึงศักยภาพและความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในตลาดโดยตรง มาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นมิติสำคัญสำหรับมหาวิทยาลัย ที่จะนำหลักสูตรนี้ไปใช้ และต่อยอดหลักสูตรระดับท้องถิ่นและชุมชนต่อไปได้

“ด้วยความพยายามและมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โครงสร้างผู้ประกอบการทางสังคมในระดับอุดมศึกษา ถือเป็นก้าวสำคัญในการร่วมส่งเสริมภาคการศึกษาไทย และเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์กับยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลง ด้วยข้อโดดเด่นที่มีความทันสมัย มีเรื่องความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นหัวใจหลัก ทั้งยังมีทักษะ การสร้างความเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่อีกด้วย” น.ส.นพเก้า กล่าว

พื้นที่สำหรับคนทุกวัย เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือผลักดันสู่การสร้างวิชาผู้ประกอบการทางสังคม ว่า โลกยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โจทย์สำคัญของการพัฒนากำลังคนของประเทศ จึงไม่ใช่การพัฒนาบัณฑิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความเป็นเลิศและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้น มหาวิทยาลัยในอนาคต ไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนอายุ 18-22 ปี แต่ต้องเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและได้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้

สอดคล้องกับปรัชญาอุดมศึกษา คือ อุดมศึกษาไทยต้องมุ่งสร้างบัณฑิตและพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะที่จำเป็น และรองรับสังคม เทคโนโลยีที่ดิสรัปชัน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับสากล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งคานงัดที่สำคัญ คือ การสร้างบัณฑิตและพัฒนากำลังคนต้องทำร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนอย่างใกล้ชิด

สำหรับหลักสูตร SE101 ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง อว. และ SET จะเป็นวิชาที่ว่าด้วยการปูพื้นฐานการเรียนรู้ธุรกิจเพื่อสังคม และแนวทางการบริหารหลักสูตร Advisory Services คำปรึกษาในการออกแบบหลักสูตร กิจกรรม และการสอนในทุกระดับ Training-the-Trainer อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมแก่คณาจารย์ และ Learning with Expert สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ในความรู้ที่เกี่ยวข้อง การเรียนรู้ดูงาน และกิจกรรมพิเศษ เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาเป็นหลักสูตรแก่นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป

“หลักสูตร SE101 จะเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตของคน และการจะทำให้เกิด social enterprise ต้องเป็นการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่มหาวิทยาลัยคิดหลักสูตร SE101 เอง แต่เป็นการดำเนินการร่วมกันของหลายภาคส่วน ที่ต้องมาขบคิดกันว่า ท่ามกลางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะทำอย่างไรให้หลักสูตรในมหาวิทยาลัยเป็นหลักสูตรที่สามารถใช้พัฒนาบัณฑิตได้”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 อว. ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ เพื่อให้สอดรับกับปรัชญาอุดมศึกษาและรูปแบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลักสูตรที่เกิดขึ้นเป็นหลักสูตรที่สร้างร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ชุมชน เพื่อพัฒนาคน ตอบโจทย์กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี สังคม เศรษฐกิจ รวมถึงการศึกษา

เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ 2565 นี้ รองปลัด อว. อธิบายว่า เป็นการใช้อำนาจสภามหาวิทยาลัยกำหนดองค์กรร่วมผลิตกับมหาวิทยาลัย เช่น หลักสูตร SE101 ให้ SET เป็นองค์กรร่วมผลิตกับมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยจะสามารถใช้บุคลากรของ SET เป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยได้ ทำให้การพัฒนาคนตอบโจทย์กับภาคผู้ใช้บัณฑิตได้มากขึ้น รวมถึงยังเปิดโอกาสให้คนในภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม สามารถเข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น เป็นต้น

“บนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ เราอยากให้เกิด corporate college ในมหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยมีโครงสร้างพื้นฐาน และทำอะไรได้มาก และโครงสร้างพื้นฐานไม่ควรจำกัดเฉพาะการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยในรูปแบบเดิม ถ้าเราสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ เราจะเปลี่ยนมิติการพัฒนากำลังคน”

วันเดียวกันนั้น อว. ยังประกาศจัดตั้ง คลังหน่วยกิตแห่งชาติ (credit bank) เป็นความพยายามทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้กลาง ซึ่งทุกวิชาสามารถเป็น credit bank ได้ ใครมาเรียนตอนไหนก็ได้ รองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน

“โลกอนาคตปริญญาอาจจะไม่ใช่คำตอบ สิ่งที่เป็นคำตอบ คือ ทักษะของผู้เรียน ซึ่งหน่วยกิตไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยอย่างเดียว แต่จะมาจากเทรนนิ่ง เช่น หลักสูตรของ SE101 ของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และมาจากประสบการณ์การทำงาน  การบริหารจัดการหลักสูตรขึ้นอยู่กับการออกแบบของสภามหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่าจะเปลี่ยนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร หรือมีคลังหน่วยกิตที่ดีก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้ามี อว.เป็นเพียงผู้ออกหลักเกณฑ์อย่างเดียว แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย และผู้ใช้บัณฑิตมาทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน ในการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ภายในงานปาฐกถาพิเศษปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง ยังจัดเวทีเสวนา ‘สร้างผู้ประกอบการทางสังคมในระดับอุดมศึกษา Social Enterprise (SE) @General Education (GE)’ ดึงนักวิชาการและภาคธุรกิจร่วมวงเสวนา เพื่อเสนอทิศทางและแนวโน้มการเป็นผู้ประกอบการทางสังคมสู่แนวทางความยั่งยืน

ผศ.พิสุทธิ์ พวงนาค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการบริหารเครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โลกทุกวันนี้ การเป็นผู้ประกอบการสังคมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะธุรกิจได้เข้ามาพัวพันกับแทบทุกช่วงชีวิตของเราทุกคน ไม่ว่าจะแง่ของผู้ขาย หรือผู้ซื้อ ทุกคนจึงต้องมีความรู้ ดังนั้น รายวิชาผู้ประกอบการทางสังคม จึงเหมาะที่จะถูกวางไว้ในรายวิชาทั่วไปของแต่ละมหาวิทยาลัย

ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสริมถึงความสำคัญและทิศทางของรายวิชาผู้ประกอบการทางสังคมว่า อนาคตรายวิชานี้อาจเป็นแนวทางที่ทุกภาคส่วนธุรกิจยึดเป็นแนวทางควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ

ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม นายปริชญ์ รังสิมานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและพาร์ตเนอร์ บริษัท แคร์เนชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ คือ คนต้องเข้าใจและแยกความแตกต่างระหว่างซีเอสอาร์ มูลนิธิ และผู้ประกอบการทางสังคมว่าความยั่งยืนของการให้อยู่ตรงไหน ดังนั้น ช่วงของการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคม ระดับอุดมศึกษาจึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุด และความท้าทายมากที่สุด คือ การหาปัญหาหรือจุดอ่อนของสังคมที่สามารถต่อยอดเป็นโมเดลทางธุรกิจให้เจอ

วิชา ‘ผู้ประกอบการทางสังคม’ ภายใต้โครงการ SET Social Impact SE101 @University ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เครือข่ายการศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทย (Thai GE Network) และภาคส่วนสังคม จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของการเรียนรู้ ที่เปิดให้ทุกคนได้พัฒนาตนเอง นำสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาสังคมและประเทศให้เติบโตเข้มแข็งต่อไป

มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่สนใจวิชา ‘ผู้ประกอบการทางสังคม’ สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่ http://www.setsocialimpact.com/impact-program/se-ge/