การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายที่จะช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขข้อขัดข้องในการดำเนินชีวิตของประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สำนักงานฯ ได้ตระหนักและเร่งรัดให้มีการดำเนินการเพื่อตอบสนองในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั้งในด้านการรับบริการจากภาครัฐและช่วยแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ ได้ ตามวิสัยทัศน์ที่ยึดมั่น คือ “Better Regulation for Better Life” หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมุ่งพัฒนากฎหมายให้มีคุณภาพ มีเป้าหมาย คือ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนนั่นเอง
ในส่วนงานร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการประชาชนเพื่อให้ก้าวทันต่อความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบงานราชการในส่วนของการบริการประชาชนผ่านอิเล็กทรอนิกส์ คือ พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 ซึ่งได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 โดยกฎหมายดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำขอ การแสดงเอกสาร ฐานข้อมูลใบอนุญาต การรับเงินจ่ายเงินพร้อมใบเสร็จ ฯลฯ ซึ่งจะมีผลตามกฎหมายโดยสมบูรณ์เช่นเดียวกับการยื่นเป็นเอกสาร

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำ “หลักเกณฑ์ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการ” เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการกำหนดค่าธรรมเนียมในกฎหมายไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการไปเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ในส่วนของผลงานร่างกฎหมายที่สำคัญอีกฉบับคือการจัดทำพระราชบัญญัติว่าด้วยโทษปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ซึ่งมีหลักการและสาระสำคัญในการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณากรณีที่ถือเป็นความผิดทางพินัย โดยพิจารณาลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอันไม่ใช่กรณีร้ายแรง ซึ่งไม่สมควรกำหนดให้มีโทษทางอาญา และให้นำวิธีการปรับเป็นพินัยมาใช้บังคับแทน นอกจากนั้นยังได้จัดทำพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง อันจะเป็นการสร้างความปลอดภัยแก่สังคมและประชาชนมากขึ้น ซึ่งกฎหมายทั้งสองฉบับได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565
ร่างกฎหมายดังที่กล่าวมานั้นเป็นผลการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานฯ ได้รับเรื่องจากคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่างๆ มาดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 1,708 เรื่อง แบ่งเป็น 1) ร่างกฎหมาย จำนวน 398 เรื่อง 2) ให้ความเห็นทางกฎหมาย จำนวน 1,260 เรื่อง (ความเห็นทั่วไป 416 เรื่อง และความเห็นต่อ ครม. 844 เรื่อง) 3) คำแปลกฎหมาย จำนวน 50 ฉบับ (ตรวจสอบรับรองคำแปล 3 ฉบับ ดำเนินการแปลเอง 47 ฉบับ)

การพัฒนาศักภาพของนักกฎหมายในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างนักกฎหมายที่มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรม ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนากฎหมายไปสู่การมีกฎหมายที่ดีด้วยเช่นกัน โดยสำนักงานฯ ได้จัดฝึกอบรมนักกฎหมายในหน่วยงานภาครัฐ และนักกฎหมายกฤษฎีกา ทั้งแบบ on site และ on line รวม 4 หลักสูตร ดังนี้ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพนักกฎหมายภาครัฐ จำนวน 1 หลักสูตร/1 ครั้ง 2) การฝึกอบรมนักกฎหมายภาครัฐ จำนวน 2 หลักสูตร/4 ครั้ง และ 3) การฝึกอบรมนักกฎหมายกฤษฎีกา จำนวน 1 หลักสูตร/4 ครั้ง
ในส่วนของการจัดทำระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) เป็นช่องทางสำหรับรับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการจัดทำกฎหมายหรือร่างกฎหมายรวมถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมความโปร่งใสในการใช้บังคับกฎหมาย โดยสำนักงานฯ ได้จัดทำระบบกลางทางกฎหมายร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีที่ผ่านมาการจัดทำ “ระบบกลางทางกฎหมาย” ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน (Open Governance) “ระดับดี” ในชื่อผลงาน “ระบบกลางทางกฎหมาย” อีกด้วย
การเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม 15th APEC Conference on Good Regulatory Practice (GRP15) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ร่วมกันจัดขึ้น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 3 หรือ SOM3 ที่ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค มีหัวข้อหลักของการประชุม เรื่อง “การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการกฎหมายในช่วงวิกฤติและเตรียมความพร้อมสังคมและเศรษฐกิจในโลกยุคหลังวิกฤติโควิด 19” ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญในการพัฒนากฎหมายและกฎเกณฑ์ของสมาชิกให้รองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเครื่องมือด้านกฎหมายที่ดีหรือ Good Regulatory Practices หรือ GRP ทบทวนกฎหมายและกฎเกณฑ์เพื่อลดกำแพงทางการค้าเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า ซึ่งหลายเขตเศรษฐกิจได้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการมีกฎหมายกฎระเบียบที่เป็นสากลมากขึ้น
ผลงานดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่ได้หยิบยก เพื่อนำมาบอกเล่าถึงเรื่องราวการทำงานในช่วงปีที่ผ่านมา ให้เห็นถึงการพัฒนางานด้านกฎหมายที่สามารถตอบสนองชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารและการปฏิบัติราชการของสำนักงานฯ ในแง่มุมต่างๆ จากสื่อประชาสัมพันธ์ อาทิ อินโฟกราฟิกและวีดิทัศน์ความรู้ด้านกฎหมาย วารสารและบทความทางกฎหมายที่น่าสนใจ งานวิจัยและงานค้นคว้า งานประชุม สัมมนา การรับฟังความคิดเห็นของร่างกฎหมายต่างๆ ให้ทุกท่านได้ติดตามผ่านเพจ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


