องคมนตรี เป็นประธานน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งฝนหลวง ที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน

17.11.22 | 12:51 น.

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี รองประธานฯ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2565 พร้อมด้วยนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร คณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และส่วนราชการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมพิธี โดยในปีนี้ครบรอบปีที่ 67 แห่งการก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง

นอกจากนี้ ประธานในพิธีได้กล่าวคำน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบเกียรติบัตรพร้อมโล่รางวัลให้แก่อาสาสมัครฝนหลวงดีเด่น ประจำปี 2565 และมอบโอวาทให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร อนึ่ง วันพระบิดาแห่งฝนหลวง มีจุดเริ่มต้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยีอนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ทรงพบว่าราษฎรเดือดร้อน พืชผลเสียหายจากทั้งฝนแล้งและน้ำท่วม จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้เมฆที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้านั้นกลายเป็นเม็ดฝนตกลงมาในพื้นที่ได้ ถือเป็นต้นกำเนิดของแนวพระราชดำริ “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” และได้พัฒนาด้านการปฏิบัติการให้มีความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิบัติการฝนหลวง ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็น พระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อจารึกไว้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย จะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบิดาแห่งฝนหลวง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ดำเนินงานโครงการพระราชดำริฝนหลวง จึงได้จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบิดาแห่งฝนหลวงมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการดำเนินงานในส่วนภูมิภาค ได้มีการจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี

จากนั้น พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี รองประธานฯ เป็นประธานการประชุมวิสามัญคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เพื่อติดตามความก้าวหน้าเร่งด่วน เรื่องการจัดตั้งมูลนิธิฝนหลวง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสงเคราะห์ ช่วยเหลือ แก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ รวมถึงครอบครัวของผู้ปฏิบัติงานในภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงให้มีสวัสดิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้บุคลากรให้มีความรู้ ประสบการณ์ในการดัดแปรสภาพอากาศอีกด้วย

Advertisement

ส่วนทางด้านการปฏิบัติการฝนหลวงในปี พ.ศ. 2566 นั้น นายสุพิศ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 2 หน่วยปฏิบัติการ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงปิดหน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ หากมีการขอรับบริการฝนหลวง แต่การปฏิบัติการในช่วงนี้ต้องตรวจสอบสภาพอากาศว่ามีความเหมาะสมในการปฏิบัติงานมากน้อยเพียงใด มิฉะนั้นจะเป็นการเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์หากปฏิบัติงานแล้วไม่ได้ผลสำเร็จ นอกจากนี้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะถึงนี้กรมฝนหลวงฯ จะทำการเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสลายลูกเห็บ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ และพิษณุโลก เพื่อลดความเสียหายแก่บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชนบริเวณภาคเหนือ และในวันที่ 1 มีนาคม 2566 จะทำการเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2566 โดยจะมีการเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติการฝนหลวงว่าจะเป็นส่วนเติมเต็ม ช่วยให้ผลผลิตของท่านได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อการเติบโต และสร้างรายได้ต่อเกษตรกรโดยตรง ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้น้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานยึดเป็นหลักในการปฏิบัติงาน อันเป็นการดำเนินงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้