น.ส.ชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือไอแทป (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยว่า สวทช. โปรแกรม ITAP และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับสมาคมธุรกิจไม้ จัดสัมมนาหัวข้อ “ตอบโจทย์ความคิด : ทำธุรกิจเชิงรุกยุคดิจิทัล” ภายใต้โครงการ “การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของ SMEs อุตสาหกรรมผลิตไม้” โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไม้และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 50 ราย เพื่อยกระดับการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตไม้ให้ได้รับการพัฒนาขีดความสามารถทันต่อสถานการณ์การทำธุรกิจยุคดิจิทัล
น.ส.ชนากานต์กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอุตสาหกรรมไม้ของไทยมีปัญหาหลายอย่างตั้งแต้ต้นถึงปลายน้ำ เพราะจากแต่ก่อนไทยส่งออกงานไม้ไปยังญี่ปุ่นและอเมริกา แต่ปัจจุบันไม่สามารถแข่งขันในเรื่องราคาได้เพราะมีคู่แข่งจากเวียดนามและจีน สวทช.จึงได้ทำโครงการนี้ขึ้น ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2561 โดยใช้งบประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ของไทยให้แข่งขันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ คุณภาพ การทำวิจัยและพัฒนาร่วมกัน รวมถึงเรื่องการค้าขายผ่านออนไลน์ด้วย โดยใช้แนวคิดจาก Pizza Model ซึ่งจะรับสมัครบริษัทที่ทำธุรกิจเรื่องไม้เข้าร่วม 10 แห่ง พร้อมทั้งจะมีการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศด้วย
ด้านนายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ นายกสมาคมธุรกิจไม้ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เน้นให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไม้ได้เรียนรู้ต่างๆ 6 ด้าน อาทิ 1.การศึกษาโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมไม้ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ 2.การสร้างความยั่งยืนเชิงพาณิชย์ 3.การสร้างจิตสำนึกบนพื้นฐานของความถูกต้องทางกฎหมาย 4.สร้างความร่วมมือทางการผลิตและแลกเปลี่ยนสินค้าในระดับภูมิภาคและสากล 5.เตรียมความพร้อมด้านการเงินของแต่ละองค์กร และ 6.มุ่งพัฒนาองค์กรให้พร้อมที่จะเกิดธุรกิจใหม่อยู่เสมอ
นายจิรวัฒน์กล่าวอีกว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ไทยส่งออกอุตสาหกรรมไม้มากถึง 5 หมื่นล้านบาท ตอนนี้เหลือแค่ 3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่เวียดนามส่งออกมูลค่า 180,000 ล้านบาทอินโดนีเซีย 120,000 ล้านบาท และมาเลเซีย 80,000 ล้านบาท จะเห็นว่าไทยส่งออกมูลค่าน้อยลง เนื่องจากเจอปัญหาหลายด้าน อย่างเช่นปัญหากฎหมายเรื่องป่าไม้ ปัญหาการเมืองภายใน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัวด้วยการผลิตขายเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ การผลิต หรือการตลาด รวมทั้งจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นคลัสเตอร์เพื่อรวมกลุ่มกันและมีอำนาจต่อรอง

