อยากจัดฟันใช่ไหม ? รวมข้อมูลการจัดฟันที่ควรรู้ก่อนไปพบทันตแพทย์

8.12.22 | 16:09 น.

ยิ้มทีไรก็ไม่มั่นใจ ฟันเก ฟันซ้อน เรียงตัวไม่สวย ถ่ายรูปกี่ครั้งก็ดูไม่ดี ทำความสะอาดยาก ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำไมการจัดฟันจึงเป็นทางเลือกที่หลายๆ คนตัดสินใจทำ หากคุณกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดฟัน เราได้รวบรวมสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ และเตรียมตัวก่อนจัดฟันมาอธิบายไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

การจัดฟัน (Orthodontics) คืออะไร

การจัดฟัน (Orthodontics) หรือดัดฟัน คือ การแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ เช่น ฟันซ้อน ฟันห่าง ช่องว่างระหว่างฟัน ฟันที่มีการสบฟันผิดปกติ เป็นต้น เพื่อให้ฟันที่มีปัญหาเหล่านั้นสามารถเรียงตัวในตำแหน่งที่ดีขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายยิ่งขึ้น  โดยการจัดฟันจะใช้วิธีการติดเครื่องมือจัดฟัน หรืออุปกรณ์ทางทันตกรรมอื่นๆ เพื่อปรับการจัดเรียงตัวของฟันให้สวยงาม มีการสบฟันที่ดี และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย การจัดฟันมีหลายชนิด ซึ่งการจัดฟันแต่ละแบบมีราคาที่แตกต่างกันออกไป


ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจากรายละเอียดการจัดฟัน ของ Smile Seasons สนใจศึกษาเพิ่มเติมต่อคลิก จัดฟัน เลย!

การจัดฟันมีที่มาอย่างไร

แล้วการจัดฟันมีที่มาอย่างไร? การจัดฟันเริ่มมีขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลาง ค.ศ. 1800 ทีได้มีการวางรากฐานเกี่ยวกับจัดฟัน และใน ค.ศ. 1970 ได้มีการพัฒนาไปสู่การทำเหล็กจัดฟันเพื่อสำหรับฟันแต่ละซี่ขึ้น ซึ่งมีกาวที่ช่วยให้โครงโลหะยึดติดติดกับด้านหน้าของฟันได้โดยไม่หลุดออก จนในปัจจุบันเรียกได้ว่าการจัดฟันได้มีการพัฒนาขึ้นมากมาย มีรูปแบบในการจัดฟันที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้มีปัญหาฟันต่างๆ แล้วการจัดฟันมีกี่แบบ มาดูในหัวข้อต่อไปกัน

การจัดฟันมีกี่แบบ อะไรบ้าง

อย่างที่ได้บอกไปว่าการจัดฟันมีหลายรูปแบบให้คนไข้เลือกตามความเหมาะสม ซึ่งมีข้อดีข้อเสีย และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยการจัดฟันมีด้วยกันทั้งหมด 5 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

Advertisement

1.จัดฟันแบบโลหะ

การจัดฟันแบบโลหะเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยม หากพูดว่าอยากดัดฟัน หลายๆ คนมักจะนึกถึงการจัดฟันแบบโลหะขึ้นมาอันดับแรก โดยจะติดเครื่องมือดัดฟันไว้ที่ส่วนหน้าของฟัน ใช้ลวดและยางในการทำให้ฟันเรียงตัวเข้าที่

2.จัดฟันแบบเซรามิก

การจัดฟันแบบเซรามิกเป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันแบบใสที่ทำจากเซรามิก ที่ทำให้ดูแล้วสีเหมือนกับฟันธรรมชาติ ติดกับผิวฟันด้านหน้า แล้วใช้ลวด และยางโอริงในการทำให้ฟันเรียงตัวเข้าที่ การจัดฟันแบบเซรามิกเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากให้คนอื่นสังเกตเห็นว่าจัดฟันอยู่

3.จัดฟันแบบดามอน

การจัดฟันแบบดามอน เป็นการจัดฟันที่ไม่ต้องใช้ยางรัดลวดกับ Bracket หมดปัญหาเรื่องยางขาดหรือเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังช่วยทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาจัดฟัน และคนไข้เจ็บน้อยลง

4.จัดฟันแบบใส (Invisalign)

การจัดฟันแบบใส Invisalign เป็นการจัดฟันโดยไม่ต้องติดเครื่องมือถาวรไว้ในปาก เครื่องมือสามารถถอดได้ ช่วยให้คนไข้เจ็บน้อยลง พูดได้ชัดเจนขึ้น และทานอาหารได้สะดวก มีลักษณะโปร่งใส ทำให้คนอื่นไม่สังเกตเห็นว่าจัดฟันอยู่

5.จัดฟันแบบใส ดี-aligner

การจัดฟันแบบใส ดี-aligner เป็นการจัดฟันโดยไม่ต้องติดเครื่องมือถาวรไว้ในปาก สามารถถอดเครื่องมือขณะรับประทานอาหาร หรือนำมาทำความสะอาดได้ มีทันตแพทย์คอยติดตามผลการรักษาอยู่ตลอด มีราคาไม่แพง ใกล้เคียงกับการจัดฟันแบบทั่วไป แต่ได้ความสะดวก รวดเร็วกว่า

ปัญหาส่วนใหญ่ของคนอยากจัดฟัน

ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้คนอยากจะฟันคงหนีไม่พ้นในเรื่องของลักษณะการเรียงตัวของฟันที่ไม่ปกติ โดยมักจะได้แก่

  • ฟันยื่น : ฟันบนยื่น ฟันล่างยื่น ทำให้ไม่มั่นใจในบุคลิกภาพ แถมยังอาจทำให้มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหาร หรือกัดเหงือกเป็นแผลได้
  • ฟันซ้อน : ทำให้มีปัญหาเรื่องการทำความสะอาดฟัน  ทำให้เกิดปัญหาทันตกรรมอื่นๆ ตามมาได้
  • ฟันห่าง : การมีช่องว่างระหว่างฟันที่อาจเกิดจากไม่มีฟันบางซี่มาตั้งแต่เกิด หรือแม้กระทั่งการถอนฟันแล้วฟันล้ม จึงทำให้ต้องจัดการช่องว่างเหล่านั้นให้หายไป
  • การสบฟันที่ผิดปกติ : การสบฟันที่ผิดปกติทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ฟันสึกกร่อนผิดปกติ ปวดกราม ข้อต่อขากรรไกรเสื่อม กัดกระแทกเพดานปาก นอนกัดฟัน บุคลิกภาพดูไม่ดีเวลายิ้ม เป็นต้น
  • ฟันกัดเบี้ยว : จุดกึ่งกลางของฟันบนที่ไม่พอดีกับฟันล่าง ดูเบี้ยว ไม่มั่นใจเวลายิ้ม
  • ฟันกัดคร่อม : ลักษณะที่ฟันบนไม่สามารถขบกับฟันล่างได้พอดี ทำให้มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียด ส่งผลต่อระบบขับถ่าย

จัดฟันช่วยอะไรบ้าง

หลายคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดฟันอยู่คงสงสัยว่าการจัดฟันช่วยอะไรบ้าง เพราะนอกจากการเรียงตัวของฟันที่ดีขึ้น ด้วยสวยขึ้นแล้วยังมีข้อดีอื่นๆ ของการจัดฟันที่ยังไม่ทราบอีกมั้ย ซึ่งการจัดฟันยังช่วยในเรื่องอื่นๆ อีก ซึ่งได้แก่

  • คนไข้หลังได้รับการจัดฟันที่เข้ารูปทำให้คนไข้มีการเคี้ยว การรับประทานอาหารที่ดีขึ้นกว่าเดิม
  • เมื่อฟันเรียงตัวเข้ารูปสามารถทำให้สามารถดูแลรักษา ทำความสะอาดฟันตามซอกซอนได้ง่ายขึ้น ทำให้ช่วยลดอาการฟันผุ เหงือกอักเสบได้
  • มีบุคลิกภาพที่ดี มั่นใจเมื่อเผยรอยยิ้ม
  • ช่วยเรื่องการออกเสียงพูดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในคนไข้ที่มีปัญหา
  • ลดการอูมของปาก โดยเฉพาะในเคสที่มีการถอนฟัน

การจัดฟันช่วยให้หน้าเรียว ดั้งโด่งขึ้นจริงไหม

การจัดฟันนอกจากจะช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย เข้ารูป ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย ยังมีคำถามที่หลายๆ คนตั้งข้อสงสัยว่าแล้วการจัดฟันสามารถช่วยให้หน้าเรียวขึ้น ดั้งโด่งขึ้นได้จริงไหม?

การจัดฟันสามารถทำให้รูปโครงหน้าดูเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะในคนไข้บางคนที่ปากอูมออกมา เมื่อจัดฟันเสร็จ ฟันเรียงเข้าไปด้านในมากขึ้น จะทำให้คางดูชัดกว่าเดิม จมูกดูโด่งเป็นสันมากขึ้นเมื่อมองจากทางด้านข้าง ทั้งที่จริงๆ แล้วตำแหน่งรวมถึงรูปทรงของคาง และจมูกเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามการจัดฟันเป็นการรักษาที่เน้นแก้ไขการเรียงตัวของฟัน และรูปหน้าที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นเพียงผลพลอยได้ ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับคนไข้ทุกคน ขึ้นอยู่กับโครงหน้าตอนก่อนเริ่มการรักษา รวมทั้งแผนการรักษาด้วย ฉะนั้นอย่าตัดสินใจจัดฟันเพียงเพราะต้องการจะเปลี่ยนแปลงรูปหน้าเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้มีข้อยกเว้นในกรณีคนไข้มีการสบฟันคร่อมที่ผิดปกติมากๆ จนต้องจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้สามารถทำให้โครงหน้าสมส่วน และสวยงามขึ้นได้แน่นอน

อยากจัดฟัน เริ่มต้นอย่างไรดี

การเริ่มต้นในการจัดฟันเมื่อตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าจะจัดฟัน คนไข้ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย มีมาตรฐาน รวมถึงประสบการณ์ ของทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดฟันโดยเฉพาะ สามารถค้นหา พร้อมตรวจสอบได้จากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เมื่อเลือกคลินิก และรูปแบบการจัดฟันที่ต้องการได้แล้วควรเข้ารับคำปรึกษา การประเมินสภาพฟัน เพื่อวางแผนการรักษารายบุคคล ซึ่งแต่ละคนมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปัญหาของการเรียงตัวของฟัน นอกจากนั้นควรพิจารณาถึงค่าใช้จ่าย ความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าการจัดฟันแบบโลหะ เราต้องไปพบคุณหมอทุกเดือน

ขั้นตอนในการจัดฟัน

ในการจัดฟันมีขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ มากมาย ซึ่งการจัดฟันมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ขั้นตอน 1: ปรึกษาทันตแพทย์ และวางแผนการจัดฟัน

ก่อนทีจะเริ่มจัดฟัน ควรที่จะนัดหมายเข้ามาปรึกษากับทันตแพทย์ เพื่อที่จะประเมินการเรียงตัวของฟัน ตรวจสุขอนามัยช่องปาก และปัญหาทันตกรรมอื่นๆ อย่างมีฟันผุ หินปูน ฟันคุดที่ต้องจัดการหรือไม่ รวมทั้งวิเคราะห์สัดส่วนของใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคน นอกจากนี้คนไข้ยังสามารถพูดคุยกับทันตแพทย์ เพื่อเลือกรูปแบบหรือชนิดของการจัดฟันที่มีรายละเอียด และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป

ขั้นตอน 2: X-Ray และพิมพ์แบบจำลองฟัน

หลังจากที่ทันตแพทย์ประเมินช่องปากคนไข้ และเลือกวิธีการจัดฟันแล้ว ทันตแพทย์จะ X-Ray และพิมพ์แบบจำลองฟันของคนไข้เพื่อนำมาศึกษา ประเมินฟัน พร้อมวางแผนการรักษาต่อไป นอกจากนี้การ X-Ray จะทำให้เห็นว่าคนไข้มีฟันผุ หรือฟันคุดแอบอยู่หรือไม่ ถ้าหากมีฟันผุก็ต้องอุดให้เรียบร้อย ส่วนฟันคุดก็อาจจะต้องถอนออกก่อนเริ่มติดเครื่องมือจัดฟัน

ขั้นตอน 3: เคลียร์ช่องปาก

การเคลียร์ช่องปาก คือการทำให้สุขภาพปากและฟันของคนไข้พร้อมต่อการจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็น ถอนฟัน ผ่าฟันคุด อุดฟัน ขูดหินปูน ก่อนที่จะทำการติดเครื่องมือจัดฟัน

ขั้นตอน 4: ติดเครื่องมือจัดฟัน

การติดเครื่องมือจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นแบบติดเครื่องมือ หรือจัดฟันแบบใส จะต้องทำการติดเครื่องมือจัดฟันกับทันตแพทย์เท่านั้น เมื่อติดเครื่องมือจัดฟันเรียบร้อยแล้ว คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ตามที่นัดหมายไว้ เพื่อปรับเปลี่ยนชุดเครื่องมือตามแผนจัดฟันที่วางไว้ พร้อมกับต้องดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก และเครื่องมือจัดฟันให้ถูกวิธี

ขั้นตอน 5: ถอดเครื่องมือจัดฟัน

เมื่อจัดฟันเสร็จเรียบร้อยตามที่วางแผนไว้ ทันตแพทย์จะนัดคนไข้มาถอดเครื่องมือจัดฟัน และให้คนไข้ใส่รีเทนเนอร์ โดยคนไข้จะต้องใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฟันไม่ล้ม และคงความสวยงามเอาไว้

การเตรียมพร้อมก่อนการจัดฟัน

การตัดสินใจที่จะจัดฟันนั้นไม่สามารถทำได้ทันที เพราะการจัดฟันจำเป็นจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนเสมอ หรือที่รู้จักกันดีคือการเคลียร์ช่องปาก และยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมอีกมากมาย แล้วจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง มาดูกัน

  • เคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน อุดฟัน ผ่าฟันคุด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนใส่เครื่องมือจัดฟัน
  • เตรียมของกินโดยเฉพาะอาหารเคี้ยวง่ายอย่างข้าวต้ม โจ๊ก ซุป โยเกิร์ต สมูตตี้ผลไม้ ไว้
  • เตรียมยาแก้ปวดอย่าง Paracetamol หรือ Ibuprofen และขี้ผึ้งสำหรับจัดฟันไว้ แต่ไม่ต้องกังวลหากจัดฟันกับ smileseasons เรามีทุกอย่างให้คุณพร้อม
  • มีคนมาคอยรับส่ง หรือมาให้กำลังใจคุณหลังจัดฟันเสร็จก็ช่วยให้อุ่นใจได้ยิ่งขึ้น
  • งดออกกำลังกายหนัก เพราะการออกกำลังกายหนักจำเป็นต้องใช้แรงเยอะ หากคุณเหนื่อยอยากทานอะไรอร่อยๆ ก็อาจเคี้ยวไม่สะดวกแน่ๆ จึงขอแนะนำให้พักก่อนดีกว่า
  • ตรวจแพลนต่างๆ ในอนาคต หากคุณต้องขยับเขยื้อนปากในการพูดหลังจากจัดฟันช่วงแรกคงจะไม่ดีแน่ๆ เพราะด้วยอาการปวดหลังจากใส่เครื่องมือ หากแพลนไหนไม่จำเป็นเลื่อนไปก่อนจะดีที่สุด

ระยะเวลาในการจัดฟัน นานเท่าไหร่

โดยส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาในการจัดฟันประมาณ 1-2 ปี หรือในบางเคสที่มีปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ซ้อน ฟันเก ฟันสบ และอื่นๆ มากกว่าปกติทำให้ต้องใช้เวลากว่าฟันจะเข้าที่ ซึ่งอาจจะมากกว่า 2 ปี ขึ้นอยู่กับการความซับซ้อนของฟัน และความสม่ำเสมอในการพบทันตแพทย์

การดูแลตัวเองในช่วงจัดฟัน

สำหรับการดูแลตัวเองในช่วงจัดฟันนั้น ในช่วงแรกที่เริ่มจัดฟัน จะมีเครื่องมือจัดฟันติดอยู่บนตัวฟันทำให้ต้องมีการปรับตัวเรื่องอาหารการกิน จำเป็นต้องกินอาหารอ่อน ที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยว และเมื่อระยะเวลาผ่านไปสามารถรับประทานอาหารต่างๆ ปกติได้ แต่อาจจะต้องหลีกเลี่ยงของแข็งๆ เพราะอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุด หรือชำรุดเสียหายได้

และในเรื่องทำความสะอาด คนไข้ที่จัดฟันจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญในการทำความสะอาดมากๆ หมั่นแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟัน หรืออาจใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมด้วยในการทำความสะอาดช่วงจัดฟัน คอยไปพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

การดูแลตัวเองหลังการจัดฟัน

เมื่อจัดฟันเสร็จเรียบร้อย ฟันเรียงตัวสวยเข้าที่แล้ว คนไข้ก็ยังจำเป็นต้องใส่ใจดูแลฟันอย่างดีเหมือนเดิม เพื่อคงสภาพฟันที่จัดมาให้เรียงตัวเช่นเดิมตลอด ไม่ให้ฟันล้ม โดยหลังจัดฟันจะมีการใส่รีเทนเนอร์ หรือเครื่องมือเพื่อคงสภาพฟัน หลังจากจัดฟันเสร็จไว้ และมาพบทันตแพทย์ตามนัดทุกๆ 6 เดือน

จัดฟันที่ไหนดี

การเลือกสถานที่จัดฟันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะหากเลือกไม่ดีอาจทำให้การจัดฟันยืดเยื้อใช้เวลานาน หรือหากไม่เชี่ยวชาญมากพออาจทำให้ฟันของเราเรียงตัวไม่สวยได้

ทำไมถึงต้องจัดฟันที่ Smile Seasons

เพราะ Smile Seasons เรามีทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์พร้อมจะให้คำปรึกษาอย่างละเอียดทั้งค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการรักษา และเรายังได้รับความไว้วางใจ และการบอกต่อจากคนไข้มากมาย คุณสามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุดตลอดการจัดฟัน และ Smile Seasons ยังมีสาขาที่เดินทางง่ายใกล้รถไฟฟ้าในกทม. ทั้ง 5 สาขา ไม่ว่าจะเป็น สนามเป้า/อนุสาวรีย์ชัย BTSอ่อนนุช อโศกทาวเวอร์ เมเจอร์รัชโยธิน และท่าพระ

Smile Seasons โปรโมชั่นจัดฟันราคาเท่าไหร่

สำหรับโปรโมชั่นจัดฟันของ Smile Seasons สำหรับผู้ที่ไม่เคยจัดฟัน เรามีโปรจัดฟันแบบโอนจอง 500 บาท คุณจะได้รับส่วนลดค่าติดเครื่องมือ 2 ครั้ง ครั้งละ 999 บาท จากราคาปกติ 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 บาท ส่วนลดค่าปรับเครื่องมือเดือนละ 1,500 บาท จากปกติเดือนละ 2,000 บาท

นอกจากนี้ยัง

  • ฟรี ค่าปรึกษาและพิมพ์ปาก จากราคาปกติ 1,000 บ.
  • ฟรี ค่าเอ็กซเรย์วางแผนจัดฟัน x2 ฟิล์ม จากราคาปกติ 1,600 บ.
  • ฟรี รีเทนเนอร์ใสเมื่อจัดฟันเสร็จ มูลค่า 5,000 บ.
  • ฟรี เคลือบฟลูออไรด์ มูลค่า 500 บ.
  • ฟรี คูปองส่วนลดค่าเคลียร์ช่องปาก 3,000 บ.

ส่วนผู้ที่เคยจัดฟันมาก่อนแล้วอยากแก้ไขเพิ่มเติม เรามีโปรโมชั่นผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท เป็นระยะเวลา 12-18 เดือน โดยคนไข้ต้องได้รับการประเมินจากทันตแพทย์ว่าสามารถจัดฟันเสร็จภายในเวลาดังกล่าว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดฟัน

ตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดฟันที่หลายๆ คนมักสงสัย

จัดฟันครั้งแรกต้องทำอย่างไร

สำหรับการจัดฟันครั้งแรกจำเป็นต้องเข้ามาพบหมอเพื่อประเมินสภาพช่องปาก พูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดฟันให้เข้าใจทั้งขั้นตอนการรักษาต่างๆรวมถึงค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นหากมีการพูดคุยตกลงที่จะจัดฟันจะมีการ X-ray ฟัน และพิมพ์ฟันของคนไข้สำหรับใช้ในการรักษา

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดฟันราคาเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เนื่องจากก่อนจะฟันจำเป็นต้องมีการเคลียร์ช่องปาก เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด เป็นต้น เมื่อรวมค่าเคลียร์ช่องปากกับค่าใช้จ่ายในการจัดฟันจึงทำให้แต่ละคนมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับอัตราค่ารักษาของคลินิกที่ใช้บริการ

จัดฟันใช้เวลากี่ปี

การจัดฟันใช้เวลากี่ปีขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละเคสในการเรียงตัวของฟัน การเข้าพบทันตแพทย์ และการดูแลรักษา โดยปกติจะอยู่ที่ 1-2 ปี หรืออาจมากกว่านั้นแล้วแต่กรณี

จัดฟันเจ็บไหม ปวดนานกี่วัน

การจัดฟันอาจจะทำให้เกิดการปวดฟันในช่วงแรกที่ติดเครื่องมือจัดฟันเพื่อช่วยในการเรียงตัวของฟัน ซึ่งอาจจะปวดฟันประมาณ 3-4 วัน และค่อยๆ บรรเทาลง หรืออาจปวดอีกตอนที่มีการปรับเครื่องมือแต่จะปวดไม่นาน

จัดฟันแล้วทานอาหารอะไรได้บ้าง

ควรรับประทานที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก ในช่วงใหม่ๆ ของหลังติดเครื่องมือจัดฟันเนื่องจากอาจมีอาการปวดได้ เลือกอาหารที่ค่อนข้างเป็นน้ำเนื้อเหลว เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป ไข่ตุ๋น หากหายปวดให้รับประทานอาหารได้ปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงของแข็งที่ต้องใช้แรงฟันมาก

ต้องถอนฟันก่อนการจัดฟันหรือไม่

กรณีจำเป็นจะต้องถอนฟันก่อนจัดฟันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์ที่รักษา ในบางเคสอาจไม่จำเป็นต้องถอนฟัน แต่บางเคสจำเป็นต้องถอนฟันก่อนเพราะจะทำให้มีพื้นที่สำหรับฟันสามารถเคลื่อนที่เรียงตัวใหม่ได้

จัดฟัน ต้องใช้ยางดึงฟันเสมอไปหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์ในการจัดฟัน เพราะเนื่องจากคนไข้มีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป

สรุปเกี่ยวกับการจัดฟัน

การจัดฟันคือทันตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาการจัดเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติให้มีการจัดเรียงที่เหมาะสม ดูแลทำความสะอาด เคี้ยวอาหารได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังเสริมความมั่นใจให้แก่คนไข้เมื่อได้รับการรักษาเสร็จ มีรอยยิ้มที่สวย ซึ่งการจัดฟันมีหลายรูปแบบ มีข้อดีข้อเสีย ราคาที่ต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามการจัดฟันควรเลือกจัดฟันกับทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ คลินิกมีความน่าเชื่อถือเพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นที่พึงพอใจ