ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อน ‘ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน’ ครบทุกครัวเรือน 100% ตั้งเป้าลดขยะที่ต้นทาง-ลดภาระงบประมาณของท้องถิ่นในการจัดการขยะ-สร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต
แผนปฏิบัติการจังหวัดสะอาด
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะของประเทศซึ่งสะสมมาอย่างยาวนาน ระยะแรก กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ริเริ่มแก้ไขปัญหาผ่านการขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” มุ่งเน้นการจัดการขยะที่ต้นทาง คือ การลดและคัดแยกขยะ โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สร้างขยะให้ร่วมรับผิดชอบในการจัดการขยะ ตามหลัก 3Rs หรือ 3ช ประกอบด้วย Reduce (ใช้น้อย) Reuse (ใช้ซ้ำ) Recycle (นำกลับใช้ใหม่)
แผนปฏิบัติการจังหวัดสะอาด นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เช่น ในด้านการบริหารจัดการ มีการออกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติการจัดการขยะมูลฝอย การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยระดับจังหวัดและอำเภอ การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในด้านการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ 3Rs แบบปูพรมในทุกพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม เช่น ธนาคารคัดแยกขยะรีไซเคิล ผ้าป่าขยะรีไซเคิล และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) กิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดขยะที่ต้นทาง เพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมและขนส่งขยะมูลฝอย เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ไปจนถึงการรวมกลุ่มพื้นที่เพื่อกำจัดขยะมูลฝอย (Cluster) และสนับสนุนการกำจัดขยะมูลฝอยด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม
จุดเริ่มต้น “ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน”
จุดเปลี่ยนของการบริหารจัดการขยะเริ่มต้นอีกครั้งในปี 2562 เมื่อนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในเวลานั้น และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พัฒนาและขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนสามารถขึ้นทะเบียนโครงการภายใต้มาตรการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction) ได้สำเร็จ
ในปี 2562 การจัดทำถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ได้รับการรณรงค์ผ่านแนวคิด “ผู้นำต้องทำก่อน” โดยเริ่มจากจวนของผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และขยายผลไปยังส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด อปท. ครัวเรือนของผู้นำท้องถิ่น สำคัญที่สุดคือ ครัวเรือนของพี่น้องประชาชน ทำให้สามารถติดตั้งถังขยะเปียกได้ถึง 10.5 ล้านครัวเรือนในช่วงเวลาดังกล่าวทุกจังหวัด ทุกท้องถิ่น ได้รวมพลังขับเคลื่อนจนทำให้การจัดทำถังขยะเปียกเป็นที่แพร่หลาย ประเมินกันว่า หากโครงการดำเนินการได้ 100% ถังขยะเปียกจะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการเกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า 5 แสนตัน/ต่อปี ซึ่งเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ได้ 1,000 ล้านต้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การขับเคลื่อนโครงการประสบความสำเร็จ คือ “การใช้พลังสตรีหรือพลังแม่บ้านสร้างการเปลี่ยนแปลงในครัวเรือน” ซึ่งเป็นแนวคิดของ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซึ่งเห็นว่าแม่บ้านเป็นผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดกับการจัดการขยะในครัวเรือน จึงมีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในครัวเรือน โดยลงมือคัดแยกขยะเศษอาหารหรือขยะเปียกออกจากขยะทั่วไป และจัดทำถังขยะเปียกไว้ใช้ในครัวเรือน
คู่ขนานกับการจัดทำถังขยะเปียกคือการดำเนิน โครงการวิจัยการประเมินอัตราการเกิดขยะเศษอาหารและการขึ้นทะเบียนรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจจากการจัดการขยะเศษอาหารโดยใช้ถังขยะเปียกครัวเรือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่นำโดย ศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การริเริ่มโครงการในปี 2562 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายให้ประเทศไทยสามารถจัดการปัญหาขยะต้นทางได้สำเร็จ และบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ในอนาคต
ศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้วิจัย เล่าถึงประโยชน์ของถังขยะเปียก ลดโลกร้อนไว้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่(1)การจัดการขยะเศษอาหารลดปริมาณขยะต้นทางและทำให้เกิดสุขอนามัยที่ดี (2)ลดการปนเปื้อนของขยะเปียกกับเศษวัสดุและของเหลือใช้อื่นๆ ทำให้สะอาดและสะดวกต่อการคัดแยก ไปจนถึงลดปริมาณขยะในชุมชน (3)เพิ่มรายได้จากการแยกขยะที่ไม่ปนเปื้อนออกไปขายที่ธนาคารขยะ (4)ลดภาระทางงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเก็บขนและบริหารจัดการขยะ ทำให้สามารถนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในด้านอื่นๆ ที่มีความจำเป็นมากกว่า (5) ได้สารบำรุงดินหรือปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือน ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้มีพืชผักที่ปลอดภัยไว้รับประทานในครัวเรือน ลดรายจ่ายหรือสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง (6) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) สู่ชั้นบรรยากาศจากการจัดการขยะต้นทางจนลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกในการจัดการปลายทางที่หลุมฝังกลบและ (7)มีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจกลับคืนสู่ท้องถิ่น

จากถังขยะเปียก ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เปิดเผยอีกว่า ในปี 2565 ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า กระทรวงมหาดไทย นำโดยนายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมมือกับทุกจังหวัด ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในทุกพื้นที่ ตั้งเป้าหมายจัดทำถังขยะเปียก ลดโลกร้อนให้ครบทุกครัวเรือนภายในเดือนธันวาคม 2565 และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการรับรองก๊าซเรือนกระจก โดยมีกระบวนการดำเนินงานให้มีการทวนสอบจากคณะผู้ประเมินภายนอก (Validation and Verification Body : VVB) ใน 4 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเลย จังหวัดลำพูน และจังหวัดอำนาจเจริญ
“จากผลการทวนสอบ พี่น้องประชาชนมีการดำเนินการติดตั้งและใช้ถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ ในชีวิตประจำวันครบทุกครัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีการปลูกผัก รักษ์โลก โดยใช้สารบำรุงดินจากการทำถังขยะเปียก ซึ่งพี่น้องประชาชนเล่าว่า สารบำรุงดินจากถังขยะเปียกช่วยเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับพืชผักสวนครัว โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชผักสวนครัว และไม้ยืนต้น และผู้นำท้องถิ่น ยังสะท้อนว่า ถังขยะเปียก ได้ช่วยลดขยะที่เข้าสู่กระบวนการกลางทาง และปลายทาง ทำให้ในอนาคต ท้องถิ่นจะสามารถวางแผนเพื่อลดภาระทางงบประมาณในการจัดการขยะได้ต่อไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวย้ำ
ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน คือภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ตามประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดของประเทศไทยร่วมกับสหประชาชาติประจำประเทศไทย “77 จังหวัด 17 เป้าหมายการพัฒนา เพื่อประเทศที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความอยู่ดีกินดี สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้คนไทย

