samutprakanvaccines แนะ กลุ่มเสี่ยง 608 ยังจำเป็นต้องรับวัคซีนครบ 4 เข็ม เพื่อลดความรุนแรงของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์

27.12.22 | 17:27 น.

แม้ปัจจุบันเชื้อไวรัสโควิด-19 จะถูกจัดว่าเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งทำให้หลายคนวางใจและคลายความหวาดกลัวต่อเชื้อไวรัสนี้เบาลง แต่ก็ใช่ว่าจะมีความปลอดภัยและอาการของการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะเหมือนกับการเป็นหวัดธรรมดาทั่วไป

หากจะให้เช็คสถิติสำหรับประชากรคนไทยที่ได้รับการฉีดวัคซีน samutprakanvaccines และการฉีดวัคซีนตามต่างจังหวัดทั่วไปแล้วในประเทศไทย ยังมีอีกหลายล้านคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 4 เข็ม ซึ่งปัจจุบันมีหลายท่านที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 5 กันไปบ้างแล้วหลายคน ส่วนสาเหตุนั้นถ้าจะให้ประเมินกันจริง ๆ แล้ว จะมีกลุ่มคนอยู่ 2-3 ประเภท คือ กลุ่มที่คิดว่าตนนั้นสุขภาพดีและมองว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมต่อร่างกาย กับกลุ่มคนที่ไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างทั่วถึง เช่น คนบนพื้นที่ห่างไกล, คนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ในการจ่ายค่าฉีดวัคซีน และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มเด็กทารกหรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ทั้งที่มีโรคประจำตัวและเด็กที่มีสุขภาพปกติดี แข็งแรง

สถานการณ์ติดเชื้อยังรุนแรงเพิ่มขึ้นตามสายพันธุ์ที่พัฒนาตัวเอง

นับตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดแพร่หลายขึ้นในประเทศไทย กินเวลามาเป็น 3 ปีแล้ว แต่ยังคงมีแนวโน้มว่าจะยังมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมานี้ ยังมีคนไทยอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นอย่างต่อเนื่องถึง 4 เข็ม บางรายหยุดการกระตุ้มเพียงเข็มที่ 2 เท่านั้น ซึ่งตัวเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่า เป็นเชื้อไวรัสที่มีกระบวนการคล้ายสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง สามารถที่จะปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่น และมีการพัฒนาสายพันธุ์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตามสภาวะอากาศ ถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตทั่วไปที่ต้องมีการปรับตัวเองให้อยู่รอด

ฉะนั้นการที่หลายคนและกลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ) วางใจว่าได้รับการฉีดวัคซีน samutprakanvaccines จากสถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและหยุดการฉีดเพียงแค่ 2-3 เข็ม แล้วไม่มีการกระตุ้นต่อนั้น เกิดความเชื่อที่ผิดว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นแล้ว การที่ฉีดเข็มที่ 4-5 นั้น ไม่จำเป็นอีกต่อไป ร่างกายอาจจะเกิดการต่อต้านหรือมีการลดภูมิคุ้มกันลงไปนั้นเป็นความเชื่อที่ผิดมาก ไปเทียบกับสถิติการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 4 เข็ม ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ
โควิด-19 ได้

Advertisement

4 เข็ม 4 เดือน ฉีดครบยังไงก็เสี่ยงตายน้อยกว่า

สำหรับเรื่องของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องของการสมัครใจของประชาชนทั่วไป แม้จะมีการประชาสัมพันธ์ให้รับการกระตุ้นการฉีดวัคซีน samutprakanvaccines ในเข็มที่ 4 และ 5 แล้วก็ตาม ส่วนกลุ่ม 608 นั้น หากท่านใดที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ 4 เข็ม หรือยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนนั้น ควรจะได้รับวัคซีนมากกว่าการดูแลรักษาตัวเอง เพราะเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ มีการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วกว่าช่วงแรกมาก

ซึ่งควรจะได้รับการกระตุ้นทุก 4 เดือนจึงจะลดความเสี่ยงการติดเชื้อที่รุนแรง แต่ในอนาคตเมื่อมีการได้รับวัคซีนกระตุ้นต่อเนื่องแล้ว อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้ได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ คือ การฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง ร่วมกับการดูแลรักษาตัวเอง และการไม่ไปอยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง เพราะอย่างน้อยการได้รับวัคซีนกระตุ้นนี้ หากเกิดการติดโควิดขึ้นมา จะทำให้อาการป่วยไม่มีความรุนแรง หรือแทบไม่มีอาการอะไรเลย และสามารถฟื้นตัวเองให้หายเป็นปกติได้เร็วขึ้น

กลุ่ม 608 กับโรคประจำตัวไหนบ้างที่เสี่ยงมากที่สุด

อาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มมีอาการเจ็บคอเหมือนเป็นหวัด ร่วมกับการมีไข้อ่อน ๆ มีอาการอ่อนเพลีย มีเสลด บางรายอาจจะเป็นหวัดระดับเริ่มต้นรวมอยู่ด้วย ฉะนั้นแล้วเราจึงสรุปได้ว่าการติดเชื้อโควิดจึงเหมือนกับการเป็นไข้หวัดชนิดหนึ่ง แต่จะมีอันตรายแฝงเข้ามาแทรกซ้อนได้รุนแรงกว่าสำหรับกลุ่ม 608 ซึ่งแม้จะได้รับการฉีดวัคซีน Samutprakanvaccines  มาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงอยู่ดี

ซึ่งกลุ่ม 608 ที่จำกัดว่าคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้น มีความเสี่ยงมากกว่าช่วงวัย 20-50 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนกลุ่มเสี่ยง 608 ที่มีโรคประจำตัว  7 โรค ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือกลุ่มคนที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ, โรคไตวาย, โรคหลอดเลือดในสมอง, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ที่มีไขมันในเส้นเลือดสูง ทำให้มีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิดได้ง่ายและอันตรายแก่ชีวิตที่สุด

จะเห็นได้ว่ากลุ่ม 608 นี้ เป็นผู้ที่เข้าข่ายน่าเป็นห่วงที่สุดหากติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นมา แม้จะได้รับการกระตุ้นวัคซีน Samutprakanvaccines มาแล้วถึง 3 -4 เข็ม แต่หากไม่มีการกระตุ้นต่อเนื่อง หรือมีการทิ้งช่วงระยะห่างเป็นเวลานาน และร่างกายไม่ตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว ก็อาจเกิดอันตรายและเสียชีวิตลงได้ ปัจจุบันนี้ทางสาธารณสุขจึงได้จัดหาภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากประเทศญี่ปุ่นว่ามีความปลอดภัยสูงสุดรองรับให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่ ซึ่งหากใครสนใจและอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทางโรงพยาบาลใกล้บ้านท่านได้