สุดเจ๋ง ทีมนักวิจัย มช. คิดเทคนิคเพิ่มสารพฤกษเคมี และต้านอนุมูลอิสระ ในรำข้าวด้วยไมโครเวฟ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการเผยแพร่ผลงานความสำเร็จของทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยเคมีของรำข้าวและธัญพืช ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย นางสาวภิรมณ ปอกกันทา (นักศึกษาระดับปริญญาเอก) นางสาวจิตรกัญญา ยืนยง (นักศึกษาระดับปริญญาเอก) รศ.ดร.สุกัญญา มหาธีรานนท์ และ ผศ.ดร.ภูมน สุขวงศ์ ร่วมกับ รศ.ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในหัวข้อ การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Microwave Treatment of Rice Bran and Its Effect on Phytochemical Content and Antioxidant Activity) สามารถสร้างประโยชน์ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ทั้งครัวเรือนและหลายอุตสาหกรรมที่ใช้รำข้าวได้ในอนาคต

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การสนับสนุนการวิจัยนั้น ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทุ่มเทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้าง ซึ่งผลงานการวิจัยชิ้นนี้เช่นกัน ถือว่า ก่อประโยชน์ให้กับคนไทย ที่ผลิตและมีการบริโภคข้าวเป็นหลัก ทำให้รำข้าว ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการสีข้าว สามารถนำไปต่อยอดเป็นการผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มได้

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัย ได้ให้ข้อมูลถึงจุดเริ่มต้นของการวิจัยกับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากเห็นว่า รำข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสารนั้น ถือว่าแหล่งของสารอาหารที่มีคุณค่าอีกนานับประการ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลกาหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งความนิยมจะมีการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบอาหารที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นทั่วไป มีราคาถูก

Advertisement

สำหรับกระบวนการวิจัย การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทางทีมนักวิจัยได้อาศัยการวิเคราะห์หลักโดยใช้เทคนิคยูวี-วิส สเปกโตรสโคปี (Uv-vis spectroscopy) อาศัยหลักการการดูดกลืนแสงที่อยู่ในช่วงอัลตราไวโอเลตและวิสิเบิล สำหรับการวิเคราะห์การออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การวิเคราะห์ปริมาณฟลาโวนอยด์ และการวิเคราะห์ปริมาณฟีนอลิกรวม และยังใช้การวิเคราะห์สารโดยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography (HPLC)) อาศัยความแตกต่างของอัตราการเคลื่อนที่ของสารประกอบที่ผ่านไปในคอลัมน์ โดยการพาของเฟสเคลื่อนที่ภายใต้ความดันสูง สำหรับการวิเคราะห์ปริมาณโทคอล แกมมา-ออไรซานอล สควอลีน ไฟโตสเตอรอล และกรดฟีนอลิก

ส่วนเตาอบไมโคเวฟที่ทางทีมนักวิจัยได้ใช้ทำการวิจัยนั้น เป็นเตาอบไมโครเวฟสำหรับครัวเรือนที่ใช้กันทั่วไป ดังนั้น ผลของการทำวิจัยครั้งนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกแก่การวงการการศึกษา เนื่องด้วยกรรมวิธีทางไมโครเวฟ เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานน้อย ประหยัดเวลา และสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งผลจากการวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญของรำข้าวที่มาจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารพฤกษเคมีและการประยุกต์ใช้เชิงสุขภาพของรำข้าวชนิดนี้ได้

จากการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อรำข้าวผ่านกระบวนการทำเสถียรเพื่อลดการเหม็นหืนโดยกรรมวิธีนี้ ทำให้ปริมาณของสารพฤกษเคมีที่ศึกษา และการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของรำข้าวสูงขึ้น โดยสภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการใช้เตาไมโครเวฟในการเตรียมรำข้าวที่ได้จากการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ทั้งครัวเรือนและหลายอุตสาหกรรมที่ใช้รำข้าวเป็นองค์ประกอบ เช่น การผลิตน้ำมันรำข้าวเพื่อใช้สำหรับการปรุงอาหาร การผลิตอาหารเสริม ยา และเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวได้รายงานอีกว่า แต่ที่น่าสนใจอีกประการ คือ การศึกษานี้ได้รายงานผลของกรรมวิธีทางไมโครเวฟโดยใช้เตาอบไมโครเวฟสำหรับครัวเรือนต่อฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณสารพฤกษเคมีที่สำคัญในรำข้าวที่มาจากข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 โดยมีจำนวนสารสำคัญที่วิเคราะห์หลากหลายที่สุด มากถึง 30 ชนิด

ด้วยเป็นงานวิจัยที่สร้างประโยชน์ จึงได้ ถูกเผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports จากสำนักพิมพ์ Nature Portfolio ปีที่พิมพ์ 2022 เล่มที่ 12 วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาอีกด้วย นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับวงการวิจัยของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

การใช้กรรมวิธีไมโครเวฟกับรำข้าวและผลที่มีต่อปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่ช่วยทำให้ผู้บริโภคได้คุณค่าทางสารอาหาร และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอย่างสูงสุด ปลอดภัย สร้างผลดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image