วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 จากนโยบายการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นความแม่นยำของข้อมูลข่าวสารในการบริหารจัดการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งของหน่วยงานภายใน และข้อมูลที่ใช้ร่วมกันกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งนำมาใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงนำมาสู่ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านน้ำ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก ถูกต้องและรวดเร็ว และสนับสนุนภารกิจด้านการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำของกรมทรัพยากรน้ำ

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำ มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ตลอดจนการจัดสรรน้ำ การใช้น้ำ การป้องกันและบรรเทาความเสียหาย อันเกิดจากทรัพยากรน้ำ ซึ่งการดำเนินงานด้านวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว โดยนอกจากจะใช้ข้อมูลที่ดำเนินการสำรวจและจัดเก็บโดยกรมทรัพยากรน้ำเองแล้ว จำเป็นจะต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน เพื่อให้ภาพรวมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นโครงการจัดทำแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านน้ำ จึงถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญ เพราะจะเป็นการพัฒนาให้ข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ ที่กรมทรัพยากรน้ำจัดเก็บและดูแลอยู่ในแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน สามารถนำไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายพงศ์พัฒน์ เสมอคำ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ เสริมว่า “ข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำของประเทศไทย มีการตรวจวัด จัดเก็บ และบริหารจัดการโดยหลากหลายหน่วยงาน ซึ่งในปัจจุบัน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ได้มีการพัฒนาคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศจากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 50 หน่วยงาน อย่างไรก็ตาม พบว่า ชุดข้อมูลที่จัดเก็บ มีความแตกต่างกัน ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ส่งผลให้ข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศมีความหลากหลาย ทำให้ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน มีความซับซ้อน เนื่องจากขาดแนวทางที่ชัดเจนในการจัดทำบัญชีข้อมูล การนิยาม การกำหนดรูปแบบ และการควบคุมคุณภาพของข้อมูล ดังนั้น ข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติจึงยังไม่สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ทันที โดยจะต้องใช้ทรัพยากรและระยะเวลาในการแปลงหรือปรับแต่งข้อมูล ซึ่งอาจทำให้ไม่ทันต่อการนำมาบริหารจัดการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ด้านภาวะน้ำท่วมและภาวะน้ำแล้ง ตลอดจนภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ดังนั้น เพื่อให้ข้อมูลด้านน้ำของประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนและใช้งานร่วมกันได้ระหว่างหน่วยงาน และมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบอัตโนมัติเข้าสู่ระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น กรมทรัพยากรน้ำจึงกำหนดให้มีการดำเนินงานโครงการจัดทำแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านน้ำ ขึ้น โดยในวันนี้เป็นการจัดประชุม Kick off Meeting ของโครงการ”

การจัดประชุม Kick off Meeting โครงการฯ ในครั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำ ได้เชิญผู้แทนจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานข้อมูลด้านน้ำผ่านการเสวนาร่วมกัน โดยผลจากการประชุมในวันนี้ ทางกรมทรัพยากรน้ำจะนำมาใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานโครงการเพื่อให้ข้อมูลด้านน้ำของกรมทรัพยากรน้ำ มีมาตรฐานที่ทุกหน่วยงานสามารถรับ-ส่งข้อมูล และนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

