หอการค้าไทย จับมือ โคโลญเมสเซ่ เดินหน้าหนุนสินค้าแม่และเด็กจัดงาน Kind +Jugend ASEAN 2023 ครั้งแรกในภูมิภาค

28.02.23 | 14:34 น.

หอการค้าไทย เดินหน้าหนุนกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ช่วยกระตุ้นจีดีพีไทย ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ขึ้นไป ชูจุดแข็งประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาสินค้าและบริการที่โดดเด่นและมีคุณภาพระดับโลก จับมือ โคโลญเมสเซ่จัดงาน Kind +Jugend ASEAN 2023 หรือคิน-อัน-ยู-เก้น-อา-เซียน วันที่ 5-8 เม.ย. 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนาครั้งแรกในภูมิภาคและในประเทศไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2566 ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทย เริ่มมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางเข้ามาภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น หอการค้าไทยมีการประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ว่าจะมีโอกาสมากถึง 30 ล้านคน ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในปีนี้ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีการคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีนี้ว่าจะเติบโตระหว่าง 2.7-3.7% เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ซึ่งอยู่ในระดับ 2.6%

นอกจากธุรกิจการท่องเที่ยว จะเป็นหนึ่งธุรกิจที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมแล้ว ยังมีภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญในภูมิภาค นอกเหนือจากสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ที่ประเทศไทยสามารถผลิตและส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก จนได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นในคุณภาพ รวมถึงมีมาตรฐานในระดับสากล

นายสนั่น กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากกลุ่มสินค้าดังกล่าว ปัจจุบันยังพบว่ามีกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ที่เป็นสินค้ามีศักยภาพและน่าจะตามอง เพราะมีทิศทางและแนวโนวโน้มการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับอัตราการเกิดของประชากรเด็กที่ลดลง เพราะปัจจุบันพ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับลูก ที่มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพมากกว่าราคา และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมทักษะและการพัฒนาในแต่ละช่วงวัยของลูก

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2569 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ในอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) กว่าร้อยละ 7.69 อย่างต่อเนื่อง และมีขนาดตลาดกว่า 47.71 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.68 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา

Advertisement

ดังนั้น หอกการค้าไทยจึงมีแนวนโยบาย ในการส่งเสริมและผลักดันให้กลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ให้มีโอกาสสร้างการเติบโตสำหรับการส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศ การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น อาทิ การจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงการสร้างแบรนด์และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทย ให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้นไปด้วย โดยหอการค้าไทยจึงได้ร่วมมือโคโลญเมสเซ่จัดงาน Kind +Jugend ASEAN 2023 ในระหว่างวันที่  5-8 เม.ย. 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้และเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทยด้วย

“ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารระดับแนวหน้าของโลก มีภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลกเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเป็นศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร จึงควรใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของไทย สร้างโอกาสจากผู้บริโภคต่างชาติ ในการพัฒนาสินค้าและบริการที่โดดเด่นและมีคุณภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเด็ก บริการและผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผลิตภัณฑ์บำรุงและอาหารเสริมสำหรับคุณแม่หลังคลอดบุตร” นายสนั่น กล่าว

การจัดงานในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น และมีส่วนช่วยให้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้นำเข้า, ตัวแทนจำหน่าย, ผู้ค้าส่ง, ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า, โมเดิร์นเทรด, โรงเรียนนานาชาติ, โรงเรียนเอกชน, โรงพยาบาล และศูนย์เด็กเล็ก ได้อัพเดท   เทรนด์และนวัตกรรมของอุตสาหกรรม นอกเหนือจากการได้พบเจอผู้ผลิตชั้นนำและสินค้าที่หลากหลายและครบครันเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแม่และเด็ก ซึ่งสามารถต่อยอดและสร้างเครือข่ายด้วยการเจรจาธุรกิจจับคู่ทางธุรกิจ

นายสนั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า หอการค้าไทย คาดการณ์ว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีนักธุรกิจและคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการจัดงานขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และอยู่ในช่วงจังหวะที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการกำลังฟื้นตัว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติที่มีศักยภาพได้มีการเจรจาทางธุรกิจในอุตสาหกรรมดังกล่าวซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในภาพรวม โดยภายในงานนอกจากมีหลากหลายบริษัทที่นำสินค้าเข้ามาร่วมออกบูธแล้ว ภายในงานยังมี การมอบรางวัล “Kind + Jugend ASEAN Innovation Award” และงานสัมมนา เวิร์คช็อประดับคุณภาพ การประชุมวิชาการที่น่าสนใจอีกมากมายด้วย

“ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก คือหนึ่งในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากพฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย จึงเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กในประเทศไทย”
นายสนั่น กล่าวในตอนท้าย

สำหรับการจัดงาน Kind +Jugend ASEAN 2023 ในระหว่างวันที่  5-8 เม.ย. 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  ช่วง 3 วันแรก คือ ระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย. 2566 กำหนดให้เป็นวันเจรจาธุรกิจ
ส่วนวันที่ 8 เม.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานจะเป็นวัน Publics ที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมและสามารถจับจ่ายใช้สอยภายในงานได้