หลายคนคงเคยเผชิญกับปัญหาผิวที่สิวได้ทิ้งรอยดำไว้ กว่าจะจางหายก็ใช้ระยะเวลานาน จนทำให้หมดความมั่นใจที่จะเผยผิวหน้า ซ้ำยังต้องใช้เครื่องสำอางปกปิดบริเวณนั้นอยู่ตลอด
เบื่อแล้วหรือยังกับการปกปิดผิวหน้าสวยๆ? เพราะปัจจุบันได้มีนวัตกรรมที่ทำให้รอยสิว รอยดำแลดูจางลงได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างการทำ “เลเซอร์รอยดำ” ที่เป็นการใช้เลเซอร์ในการรักษารอยดำโดยเฉพาะ
แล้วแบบนี้เครื่องเลเซอร์รอยดำสิวมีอะไรบ้าง? ข้อดี-ข้อจำกัดของเลเซอร์ลดรอยสิว ราคาทั่วไปอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ รวมไปจนถึงคำถามที่พบบ่อย อย่างเลเซอร์รอยดำที่ไหนดี เลเซอร์รอยดำกี่วันหาย ฯลฯ ใครที่กำลังสนใจอยากรักษารอยดำจากสิว บทความนี้รวบรวมคำตอบมาให้คุณแล้ว

ทำความรู้จัก “รอยดำ” คืออะไร
ก่อนที่จะเข้ารับการทำเลเซอร์ลดรอยดำ เรามารู้จักกันก่อนดีกว่าว่า แท้ที่จริงแล้ว รอยดำคืออะไรกันแน่
“รอยดำ” หรือ Postinflamatory Hyperpigmentation : PIH คือ รอยสีน้ำตาลหรือสีดำที่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิวสิ้นสุดลง โดยรอยดำจากสิว ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบีบ แกะ แคะสิวในระหว่างที่สิวอักเสบรุนแรง หรือการที่ไม่ยอมรักษารอยแดงจากสิวตั้งแต่เนิ่นๆ จนรอยแดงเปลี่ยนแปลงกลายเป็นรอยดำ
คำถามก็คือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า รอยสิวที่เราเป็นอยู่ คือ รอยแดงหรือรอยดำกันแน่? วิธีเช็ครอยสิวนั้นไม่ยาก เพียงแค่ใช้นิ้วกดลงไปบริเวณรอยสิวนั้น หากรอยสิวสีจางลงสักครู่หนึ่งแล้วกลับคืนสู่รอยสิวปกติ จะเรียกว่า “รอยแดง” แต่ถ้าหากรอยสิวสีไม่จางลงเลย จะเรียกว่า “รอยดำ”
วิธีการรักษารอยดำ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ การใช้ยาทาภายนอก ทาครีมกันแดด ผลัดเซลล์ผิว กรอผิวด้วยผลึกเพชร ใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี สารสกัดรากชะเอม อาร์บูติน การใช้เครื่อง IPL ที่เป็นพลังงานแสงความเข้มข้นสูง การใช้เลเซอร์รอยดำจากสิว
เลเซอร์รอยดำ

การทำเลเซอร์รอยดำ เป็นการใช้เครื่องมือเลเซอร์ปล่อยพลังงานเข้าไปเฉพาะจุดที่ต้องการ เพื่อให้บริเวณนั้นได้รับการกระตุ้นและเข้าสู่กระบวนการปรับสภาพผิว ทำให้รอยดำแลดูจางลง จนกระทั่งจางหายไปในที่สุด ซึ่งเลเซอร์สามารถทำให้รอยดำจากสิวจางหายได้เร็วกว่าการปล่อยไว้ตามธรรมชาติ จึงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน
โดยทั่วไป เลเซอร์รอยดำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1.เลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผล (Ablative Laser)
เลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผล เป็นการใช้เลเซอร์ปล่อยพลังงานความเข้มข้นสูง ลงสู่บริเวณรอยดำจากสิว เพื่อทำลายเนื้อเยื่อ ผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกให้หลุดออกไป ส่งผลให้รอยดำบริเวณนั้นดูจางลง ซึ่งเครื่องเลเซอร์ที่อยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ Q switched Nd:YAG laser, picosecond laser เป็นต้น
2.เลเซอร์ที่ไม่ทำให้เกิดแผล (Non-Ablative Laser)
เลเซอร์ที่ไม่ทำให้เกิดแผล จะเป็นการปล่อยพลังงานลงไปยังบริเวณผิวหนัง ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสภาพผิว ทำให้ผิวเกิดการสร้างชั้นผิวใหม่ ขับเม็ดสีเก่าๆ หรือเม็ดสีเมลานินบางส่วนออกไป ซึ่งเครื่องเลเซอร์ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทนี้ เช่น Fraxel dual laser, LaseMD เป็นต้น
เครื่องเลเซอร์รอยดำมีอะไรบ้าง
เครื่องเลเซอร์รอยดำที่ได้รับความนิยมใช้ตามคลินิกหรือสถานพยาบาลทั่วไป มีดังนี้
Dual Yellow Laser
เลเซอร์รอยดำ Dual Yellow Laser เป็นเลเซอร์ที่สามารถปรับความยาวคลื่นแสงได้ 2 รูปแบบ ได้แก่…
- ความยาวคลื่นแสง 511 นาโนเมตร(แสงสีเขียว) ใช้รักษารอยดำจากสิว ความผิดปกติของเม็ดสี
- ความยาวคลื่นแสง 578 นาโนเมตร (แสงสีเหลือง) ใช้รักษารอยแดง เส้นเลือด
อย่างไรก็ตาม เลเซอร์รอยดำชนิดนี้ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้ง เนื่องจากพลังงานเลเซอร์ไม่สูงมากนัก แต่ยังคงปลอดภัย ไม่ค่อยพบผลข้างเคียงหลังการรักษา
QuadrostarPro Yellow
เลเซอร์ QuadrostarPro Yellow เป็นเลเซอร์แสงสีเหลืองที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก FDA ทั่วโลก มีความยาวคลื่นอยู่ที่ประมาณ 577 นาโนเมตร สามารถเข้าไปสลายเส้นเลือดส่วนเกิน รักษารอยแดง รอยดำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ และยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย
Q Switched Nd:YAG Laser
Q Switched Nd:YAG Laser เป็นเลเซอร์ใช้แก้ปัญหาเรื่องของเม็ดสีเมลานิน ฝ้า กระ รอยดำ มาอย่างยาวนาน และยังเป็นเครื่องมือที่มีค่าบริการส่วนใหญ่ไม่แพง โดยหลักการทำงานของเลเซอร์ชนิดนี้ คือ การปล่อยพลังงานแสงเข้าสู่บริเวณที่มีปัญหา เพื่อทำให้เซลล์เม็ดสีแตกตัว เม็ดเลือดขาวภายในร่างกายจะย่อยสลายเม็ดสีที่ผิดปกติ และขจัดออกไปในที่สุด
Fraxel dual laser
เลเซอร์ Fraxel dual เป็นเลเซอร์ 2 หัว ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพปัญหาผิว โดยสามารถยิงแสงเลเซอร์เข้าสู่ผิวชั้นลึกและยังปรับแต่งผิวชั้นตื้นได้ ทำให้เลเซอร์ชนิดนี้ เหมาะสำหรับู้ที่มีปัญหาผิวเกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดสี รอยดำ ฝ้า กระ ต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม เลเซอร์ชนิดนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูงในการเข้าใช้บริการ
LaseMD
LaseMD เป็นเลเซอร์ที่สามารถปล่อยคลื่นพลังงานในช่วง 1927 นาโนเมตร เข้าไปยังบริเวณรอยต่อระหว่างชั้นหนังกำพร้ากับชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดริ้วรอย ฝ้า กระ รอยดำ กำจัดเม็ดสีที่ทำงานผิดปกติได้
เลเซอร์รอยดำมีข้อดี – ข้อจำกัดอย่างไร
ข้อดีของการเลเซอร์รอยดำ
- มีความปลอดภัยสูง
- ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
- เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
- สภาพผิวแบบไหนก็สามารถทำได้
- รอยดำจางลงได้เร็วกว่าปกติ
ข้อจำกัดของการเลเซอร์รอยดำ
- อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้ง
- ต้องใช้ยาทาภายนอกหรือการทานยาควบคู่ไปกับการทำเลเซอร์รอยดำ
- มีโอกาสพบผลข้างเคียงหลังการทำเลเซอร์รอยดำ เช่น อาการคัน ผิวหนังบวมแดง แสบผิว เลือดออก เป็นต้น
- เครื่องมือเลเซอร์บางชนิดมีราคาการใช้บริการที่ค่อนข้างแพง
เตรียมตัวอย่างไรก่อนเลเซอร์รอยดำ
ก่อนเข้ารับการทำเลเซอร์รอยดำ ควรเตรียมตัวให้พร้อม ดังต่อไปนี้
- หากมีการใช้ยารักษาโรค ยาประจำตัว หรือรับประทานวิตามินใดๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- ดูแลสภาพผิวไม่ให้เกิดการแห้งกร้านมากจนเกินไป หรือมีอาการผื่นขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA
- งดการผลัดเซลล์ผิวด้วยตนเอง
- หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง 1-2 สัปดาห์
- หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดได้ ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นเริม ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำเลเซอร์รอยดำ เนื่องจากแพทย์อาจพิจารณาให้ยาป้องกันอาการเริมกลับมากำเริบ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเลเซอร์ 2 สัปดาห์
ขั้นตอนการเลเซอร์รอยดำ

การเลเซอร์รอยดำจากสิว ขั้นตอนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ที่ใช้และปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของผู้รับบริการ ซึ่งตามทั่วไปแล้ว ขั้นตอนในการทำเลเซอร์รอยดำ มีดังนี้
- ก่อนใช้เลเซอร์ ผู้รับบริการจะต้องทำความสะอาดล้างคราบเครื่องสำอางให้ผิวหน้าสะอาดหมดจด
- บางแห่งอาจใช้เจลประคบเย็น หรือยาชาทาบริเวณที่มีรอยดำจากสิว
- รอให้ยาชาออกฤทธิ์ เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำเลเซอร์
- แพทย์จะใช้เลเซอร์ส่งพลังงานเข้าไปยังบริเวณที่มีรอยดำ
- เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น แพทย์จะให้คำแนะนำและเน้นย้ำวิธีการดูแลตนเองที่เหมาะสม
วิธีดูแลตัวเองหลังเลเซอร์รอยดำ
ถึงแม้ว่าเลเซอร์ลดรอยดำจะสามารถทำให้รอยดำจากสิวจางหายไปได้จริง แต่ไม่สามารถป้องกันรอยดำจากสิวใหม่ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำใหม่ๆ ขึ้น โดยวิธีการดูแลตนเองหลังทำเลเซอร์รอยดำ มีดังนี้
- หลังทำเลเซอร์ ใช้ยาที่แพทย์ได้จัดเตรียมไว้ให้อย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิวหรือการสครับใบหน้า 1 สัปดาห์
- ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ไม่บีบ แกะ แคะสิว
- ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบเครื่องสำอางบนใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
- ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
- ลดความเครียดด้วยการหากิจกรรมผ่อนคลาย เนื่องจากความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้
- ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปทำกิจกรรมข้างนอก
- หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงยูวี เช่น ร่ม เสื้อกันยูวี ฯลฯ
- ไม่ควรสูบบุหรี่มากจนเกินไป เนื่องจากสารภายในบุหรี่ทำลายคอลลาเจนในผิว และยังทำให้ผิวไม่แข็งแรง ความยืดหยุ่นลดลง
เลเซอร์รอยดำที่ไหนดี
มาถึงประโยคยอดฮิตอย่าง “เลเซอร์รอยดำที่ไหนดี?” การจะเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษารอยสิว รอยดำ รอยแดง หรือปัญหาผิวต่างๆ ควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้
- คลินิกหรือสถานพยาบาลจะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
- ผู้ทำการรักษา จะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีใบประกอบวิชาชีพชัดเจน และมีประสบการณ์การดูแลรักษาปัญหาผิวต่างๆ หรือได้รับการอบรมจากหน่วยงานที่มีมาตรฐาน
- มีรีวิวจากผู้รับบริการจริงหลายช่องทาง ไม่ใช่มีเพียงรีวิวที่ได้มาจากทางคลินิกเท่านั้น
- สถานที่มีความสะอาด ปลอดภัยตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้
- ซ่อมแซมดูแลรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และอัพเดทเครื่องมือให้ทันสมัยอยู่ตลอด
- มีการบริการดูแลทั้งระหว่างรักษาและหลังการรักษามีการติดตามผลลัพธ์
- ค่าบริการจะต้องแจ้งไว้อย่างชัดเจน มีการแจกแจงรายละเอียดอย่างเหมาะสม
- ทำเลสถานที่จะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่เป็นเส้นทางเปลี่ยวมืด ปลอดภัย เดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟฟ้าต่างๆ
- เวลาทำการของทางสถานพยาบาลหรือคลินิกจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับเวลาที่ผู้ต้องการเข้าใช้บริการสะดวก เนื่องจากเลเซอร์รอยดำอาจไม่จบภายในครั้งเดียว ควรเลือกสถานที่ที่สะดวกด้วย
เลเซอร์รอยดำ ราคาเท่าไหร่
เลเซอร์รอยดำ ราคาการให้บริการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ ลักษณะการคิดค่าบริการต่อคอร์ส หรือต่อครั้งที่ทำ และสถานที่ที่ให้บริการ แต่โดยทั่วไป แต่ละประเภทจะมีช่วงราคาดังต่อไปนี้
- Dual Yellow Laser ราคาประมาณ 1,500 – 5,000 บาท
- QuadrostarPro Yellow ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000 – 8,000 บาท
- Q Switched ND : YAG Laser ราคา 2,000 – 5,000 บาท
- Fraxel dual laser ประมาณ 7,000 – 9,000 บาท
- LaseMD ประมาณ 7,000 – 10,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย
เลเซอร์รอยดำกี่วันหาย
“เลเซอร์รอยดำกี่วันหาย?” การที่รอยดำจะหายเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของเลเซอร์ เทคนิคของผู้เชี่ยวชาญ ระดับความรุนแรงของรอยสิว การดูแลตนเองของผู้รับบริการ โดยส่วนใหญ่รอยดำจากสิวจะเห็นได้ชัดเจนว่าจางลงตั้งแต่ครั้งแรกๆ ของการเลเซอร์ ส่วนระยะเวลาหลังจากนั้นไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เลเซอร์รอยดำ ปลอดภัยไหม
“เลเซอร์รอยดำ ปลอดภัยไหม?” ในด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่แทบไม่ต้องกังวลเลย เนื่องจากเลเซอร์เหล่านี้ มักได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลโลก และหากมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาคอยควบคุมดูแล ก็จะทำให้เครื่องเลเซอร์สามารถใช้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ภายใต้ความปลอดภัย
ข้อสรุป
การเข้ารับการรักษาด้วยการทำเลเซอร์รอยดำ จะช่วยให้รอยดำที่เป็นอยู่จางลงและหายไปได้เร็วกว่าปกติ ให้คุณสามารถกลับมามั่นใจ เผยผิวหน้าสวยๆ ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องคอยปกปิด กังวลเกี่ยวกับเรื่องรอยสิวเจ้าปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเข้ารักษารอยดำด้วยเลเซอร์แล้ว ก็ต้องคอยดูแลผิว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำใหม่ๆ ขึ้นอีกด้วย

