กยท.ฟันธงแนวโน้มยางยังสดใส เร่งขับเคลื่อนประกันรายได้เฟส4

กยท.เผยสถานการณ์ราคายางมีแนวโน้มที่ดี ปัจจัยพื้นฐานยังเกื้อหนุน  พร้อมเร่งขับเคลื่อน  โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 หลัง ครม.เปิดไฟเขียว ย้ำภายในเดือนมีนาคมเงินถึงมือเกษตรกรแน่นอน   มั่นใจช่วยสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้ชาวสวนยาง

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ยางพารา  ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ว่า  ราคายางทุกชนิดค่อนข้างผันผวน  แต่ไม่มากนัก โดยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ราคายางแผ่นรมควันชั้น3 ราคาเฉลี่ยประมาณ 50 บาทต่อกิโลกรัม  ราคายางแผ่นดิบราคาเฉลี่ยประมาณ 47 บาทต่อกิโลกรัม  อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานแล้ว ราคายางน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น  เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูหนาวและกำลังเข้าสู่ฤดูร้อนยางจะผลัดใบและแตกใบอ่อน เกษตรกรจะงดการกรีดยาง   เพื่อเป็นการพักต้นยางพารา สร้างความเจริญเติบโตให้กับยางพารา  จึงทำให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดน้อยลง

นอกจากนี้สถานการณ์การระบาดของโรคใบร่วงในประเทศผู้ปลูกยางรายใหญ่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย มีสวนยางได้รับผลกระทบมากกว่า 3 ล้านไร่ เช่นเดียวกับประเทศไทยมีสวนยางทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออกได้รับผลกระทบรวมกันอีกประมาณ 1 ล้านไร่   ซึ่งจะทำให้ปริมาณยางในตลาดหายไปส่วนหนึ่ง ในขณะที่ความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยาง จึงเป็นปัจจัยหนุนที่จะทำให้ราคายางมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ

Advertisement

อย่างไรก็ตามเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนย าง ในช่วงที่ราคายางผันผวน   ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4  โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับ กยท. ประมาณ 1.6 ล้านราย  คิดเป็นพื้นที่ปลูกยาง รวมกว่า 18.18 ล้านไร่ ซึ่งเป็นสวนยางที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปและเปิดกรีดแล้ว  รายละไม่เกิน 25 ไร่  โดยกำหนดราคาประกันผลผลิตยางแต่ละชนิด ดังนี้ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม แบ่งสัดส่วนให้เจ้าของสวน ร้อยละ 60 และคนกรีด ร้อยละ 40 ของรายได้ทั้งหมด  ใช้งบประมาณดำเนินโครงการประ มาณ 7,643.86 ล้านบาท

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 ระยะเวลาโครงการ 2 ปี   โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท จากวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาท   ให้แก่กิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ภายใต้เงื่อนไขรับซื้อไม้ยางราคาไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท/ตัน ทั้งนี้กำหนดระยะเวลาในการชดเชยดอกเบี้ยตามโครงการ 1 ปีอีกด้วย

“การดำเนินโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์   ในช่วงที่ราคายางมีราคาผันผวน  ซึ่ง กยท. ได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง มาแล้ว 3 ระยะ ตั้งแต่ตุลาคม 2562 วงเงินรวมทั้งสิ้น 46,682.88 ล้านบาท  ถือเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ลดความเสี่ยงเรื่องรายได้  สร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง  สำหรับโครงการประกันรายได้ เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 จะเริ่มจ่ายเงินถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางได้ภายในมีนาคม2566นี้” ผู้ว่าการ กยท.กล่าวย้ำในตอนท้าย

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image