การฟันเทียมคือการทดแทนฟันที่สูญเสียไป ด้วยอุปกรณ์ทันตกรรมที่มีทั้งส่วนของรากฟัน และครอบฟัน ทำหน้าที่เสมือนเป็นฟันธรรมชาติของคุณ ปัจจุบันการทำรากฟันเทียมได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการทดแทนฟันที่มีประสิทธิภาพที่สุด การทำรากฟันเทียมมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเทคนิค ยี่ห้อของรากฟันเทียมที่ใช้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก อยู่ที่ว่าผู้ต้องการที่จะทำต้องการรากฟันเทียมแบบไหนนั้นเอง
รากฟันเทียม คืออะไร

รากฟันเทียม คืออะไร รากฟันเทียมคือการทดแทนฟันด้วยวัสดุที่ทำจากไททาเนียมซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง และเข้ากับร่างกายของมนุษย์ได้ดี และยังส่งผลกระทบในภายหลังน้อยที่สุด การฝังรากฟันเทียมมักแบ่งเป็นสองขั้นตอนคือขั้นตอนการฝังส่วนของรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกร หลังจากนั้นจะมีการทิ้งระยะเวลาให้กระดูกเชื่อมติดกับขากรรไกรซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน และขั้นตอนการใส่ครอบฟันถาวร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความ รากฟันเทียมคืออะไร ควรทำหรือเปล่า ค่าใช้จ่ายแพงไหม เพิ่มเติมได้ที่นี่!
หลักการทำงานของรากฟันเทียม
รากฟันเทียมมีหลักการทำงานที่เลียนแบบฟันธรรมชาติ โดยมีส่วนของรากฟันที่ถูกฝังลงไปในกระดูก และเนื่องจากมีส่วนของรากฟันเทียมทำให้ฟันสามารถรับแรงบดเคี้ยวได้ดี สามารถเคี้ยวอาหารได้ละเอียดมากขึ้น รับประทานอาหารได้หลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้การมีมีแรงกระตุ้นส่งผ่านมายังกระดูกขากรรไกร ยังจะทำให้กระดูกมีการสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา และถือเป็นปัจจัยสำคัญของปริมาณ และคุณภาพของกระดูกขากรรไกรที่มีสุขภาพดี
การทำรากฟันเทียม เหมาะกับใคร
การทำรากฟันเทียมเหมาะสำหรับการทดแทนฟันในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม การทำรากฟันเทียมก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างดังนี้
- รากฟันเทียมไม่นิยมทำในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากฟันบางซี่ยังเป็นฟันน้ำนม และกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
- ผู้ที่จะฝังรากฟันเทียมต้องมีมวลกระดูกที่เพียงพอต่อการรับรากฟันเทียม หากมีความหนาแน่นของกระดูกน้อย อาจต้องปลูกกระดูกก่อน
- ผู้ป่วยที่รับประทานยาซึ่งส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจต้องปรึกษาคุณหมอประจำตัว และอาจต้องหยุดยาก่อนจึงจะสามารถฝังรากฟันเทียมได้
- หากคุณมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน จะต้องควบคุมอาการ รวมถึงระดับน้ำตาลในอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ก่อนจะสามารถฝังรากฟันเทียมได้
ทำไมรากฟันเทียมได้รับความนิยม
เมื่อเทียบกับการทดแทนฟันแบบอื่น เช่นการทำสะพานฟัน หรือฟันปลอม รากฟันเทียมไม่ต้องดูแลอะไรพิเศษเพิ่มเติมเลย เพียงแต่รักษาสุขอนามัยช่องปากให้ดี ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น
นอกจากนี้การทำรากฟันเทียมยังช่วยให้เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วย ปัจจุบันเทคโนโลยีทางทันตกรรมก้าวหน้าไปไกลมาก และสามารถผลิตรากฟันเทียมที่มีคุณภาพดีในราคาที่ต่ำลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการทดแทนฟันด้วยรากฟันเทียม แทบจะไม่แตกต่างจากการทำสะพานฟัน หรือฟันปลอม จึงเป็นสาเหตุที่รากฟันเทียมได้รับความนิยมมากขึ้น
1. เพิ่มความมั่นใจ
การทำรากฟันเทียมเป็นการช่วยเสริมความมั่นใจ ที่จะให้คุณยิ้มได้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นฟันของคุณก็ดูสวยอย่างธรรมชาติอีกด้วย
2. เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น
เมื่อคุณได้ทำการ ทำรากฟันเทียมแล้วนั้น จะช่วยให้ฟันของคุณหรือกระดูกขากรรไกรของคุณแข็งแรงมากขึ้น และยังช่วยให้คุณสามารถเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะเคี้ยวไม่สะดวกหรือการเคี้ยวของคุณจะลำบากด้วยความที่ ตัวรากฟันเทียมมีการยึดที่แน่นทำให้ตัวฟันหลุดออกได้ยาก
3. พูดชัดขึ้น
การเปล่งเสียงบางพยัญชนะ เช่น ส. ซ. S Z จำเป็นต้องใช้ฟันเป็นตัวช่วยให้ออกเสียงได้ถูกต้องชัด การสูญเสียฟันจึงสามารถสร้างความลำบากในการพูดได้ เมื่อทดแทนช่องว่างด้วยรากฟันเทียมก็ ทำให้การพูดแต่ละคำชัดเจนมากขึ้นนั้นเอง
4. สะดวกต่อการใช้งาน
รากฟันเทียมนั้นถูกยึดติดแน่นเข้ากับขากรรไกรเสมือนเป็นฟันที่แท้จริง คุณจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการถอดออกมาทำความสะอาด นอกจากนั้นยังลดโอกาสที่จะทำหาย หรือชำรุดจากอุบัติเหตุได้อีกด้วย
ทันตกรรมประดิษฐ์ของรากฟันเทียมมีกี่แบบ
การทำรากฟันเทียมมีหลากหลายแบบมากมายอยู่ที่ว่าคุณมีจำนวนฟันที่ต้องการทดแทนเท่าไหร่ และช่องว่างของฟันที่หายเหล่านั้นอยู่ติดกันหรือไม่ เรามีทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของช่องปากคุณดังนี้

- ทดแทนฟันที่หายไปซี่เดียว หรือหายหลายซี่แต่ตำแหน่งไม่ติดกันด้วยรากฟันเทียมกับครอบฟันแบบ 1:1 หรือเรียกว่า Single Tooth Dental Implant
- เมื่อสูญเสียฟันตำแหน่งติดกันมากกว่า 2 ซี่ขึ้นไป ก็สามารถฝังรากฟันเทียม 2 ตัวเพื่อเป็นที่ยึดสะพานได้ หรือเรียกว่า Implant support dental bridge
- หากสูญเสียฟันไปทั้งหมด หรือเกือบหมดขากรรไกรการทำรากฟันเทียมทั้งปากก็ดูเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่คุณหมอจะให้ทำฟันปลอมร่วมกับการฝังรากฟันเทียม โดยฝังรากเทียม 4 ตำแหน่ง วิธีนี้จึงมักถูกเรียกว่า All on 4 หรือ Implant supported denture
การฝังรากฟันเทียมมีกี่วิธี
ในการทำรากฟันเทียมนั้นมีด้วยกันหลักอยู่ 3 แบบก็จะได้แก่ Conventional Implant , Immediate implant placement , Immediate loaded implant แล้วการใส่รากฟันเทียมทั้ง3แบบนี้มีความแตกต่างอย่างไรละ ทั้ง3แบบก็จะมีความแตกต่างกันอยู่ที่

1. Conventional Implant
เป็นเทคนิคมาตรฐานในการรักษาด้วยรากฟันเทียม โดยหลังฝังส่วนของรากฟันเทียมเสร็จแล้ว ต้องมีรอ 3-6 เดือน เพื่อให้กระดูกขากรรไกรเชื่อมติดกับส่วนรากฟันเทียมจนแน่นดีแล้ว จึงจะสามารถใส่ส่วนของทันตกรรมประดิษฐ์เช่น ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมได้
2. Immediate implant placement
การทำรากฟันเทียมแบบ Immediate implant placement นั้นจะเป็นการใส่รากฟันเทียมแบบการใส่ทันทีหลังจากที่ได้ทำการถอนฟันแท้ออกไปแล้วนั้นเอง คนไข้ต้องมีปริมาณ และความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกรที่เพียงพอ และบริเวณที่ฝังรากฟันเทียมต้องปราศจากการอักเสบ หรือติดเชื้อ
3. Immediate loaded implant
การทำฟันแบบ Immediate loaded implant คือการใส่รากฟันเทียมแล้วได้ทำการครอบฟันตรงฟันที่ได้ทำรากฟันเทียมแบบถาวรหรือการครอบฟันแบบชั่วคราว มีข้อจำกัดเหมือนกับประเภทที่ 2 คือต้องไม่มีการติดเชื้อ และกระดูกต้องหนาแน่นเพียงพอ
ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม
ในการทำรากฟันเทียมในแต่ละอันนั้นจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากทำการใส่รากฟันเทียมโดยที่ไม่ได้รับการแนะนำจากแพทย์อาจทำให้โครงหน้าของคุณผิดรูปหรือบางครั้งอาจจะเกิดปัญหาอื่นๆภายหลังตามมาได้ ในการเข้ารับทำรากฟันเทียมนั้นจะมีวิธีการดังนี้

1. พบคุณหมอ และเอกซเรย์
เมื่อคุณต้องการที่จะทำรากฟันเทียมนั้น อันดับแรกคุณจะต้องทำการพบแพทย์ก่อนเพื่อที่จะได้ทำการแนะนำในการทำและดูว่า จะต้องทำรากฟันเทียมแบบไหนบ้าง โดยการที่คุณจะต้องทำการเอกซเรย์รากฟันของคุณเพื่อให้ทางแพทย์พิจารณาก่อน
2. เก็บข้อมูลในช่องปาก
เมื่อคุณได้ทำการเอ็กซเรย์ และได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้วสิ่งที่คุณจะต้องทำต่อมาคือการเก็บข้อมูลของช่องปากของคุณโดยการที่แพทย์จะทำการพิมพ์ฟันของคุณ และตรวจสอบดูช่องปากของคุณว่ามีปัญหาอะไรเพิ่มเติมหรือไหม
3. วางแผน ผลิต Surgical guide ในคอมพิวเตอร์
ในบางกรณีคุณหมอจะผลิต Surgical guide ขึ้นมาใช้ร่วมกับการฝังรากฟันเทียม โดยจะใช้ข้อมูลจาก CT Scan และข้อมูลโมเดลฟัน หรือการสแกนช่องปาก 3 มิติ มาวางแผนว่าจะฝังรากฟันเทียมในตำแหน่งใด องศาเท่าไหร่ ลึกกี่มิลลิเมตร และสร้าง Surgical guide ซึ่งมีลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง มีรูสำหรับกำหนดตำแหน่งการฝังรากฟันเทียม
4. ศัลยกรรมเพื่อใส่รากฟันเทียม
เป็นขั้นตอนการฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ในขั้นตอนนี้หากมี Surgical Guide ก็จะช่วยให้ทันตแพทย์ทำงานได้ง่ายขึ้น และเนื่องจากทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดีแล้ว คุณหมอไม่จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่ ทำให้ลดความเจ็บปวด รวมถึงลดโอกาสการติดเชื้อ เสียเลือด และอาจไม่ต้องเย็บแผลด้วย
5. ทำครอบฟัน หรือฟันปลอม
เมื่อใส่รากฟันเทียมเสร็จ ก็มาถึงขั้นตอนการใส่ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ ซึ่งจะเป็นครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมก็ขึ้นอยู่กับจำนวน และตำแหน่งของฟันที่หายไป โดยปกติคุณต้องรอ 3-6 เดือนก่อนจึงจะสามารถใส่ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ได้ อย่างไรก็ตามคุณอาจสามารถใส่ได้ในทันที หากคุณหมอวางแผนที่จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Immediate loaded implant
ข้อดี ข้อจำกัด ของการทำรากฟันเทียม
ในการทำรากฟันเทียมนั้นจะเป็นการทดแทน แทนรากฟันเก่าโดยตัวรากฟันเทียมนั้นจะต้องมีความแข็งแรง ทำให้การทำรากฟันเทียมมีได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้
ข้อดี ของการทำรากฟันเทียม
อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการทำรากฟันเทียม ถือเป็นวิธีการทดแทนฟันที่ดีที่สุด รากฟันเทียมมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนใหญ่สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตของคนไข้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รากฟันเทียมยังสามารถทำให้คุณเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น สร้างเสริมสุขภาพของกระดูกขากรรไกร ออกเสียงพูดได้ชัดเจน และแน่นอนว่าสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มของคุณได้ การทำรากฟันเทียมจึงเป็นการลงทุนทางสุขภาพที่สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณได้
ข้อจำกัด ของการทำรากฟันเทียม
การทำรากฟันเทียมมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยคุณหมอจะไม่เลือกทดแทนฟันน้ำนมด้วยรากฟันเทียม ส่วนใหญ่จะทำเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งกระดูกขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ปริมาณและคุณภาพของกระดูกขากรรไกรจะต้องดี บริเวณที่ทำการฝังรากเทียมต้องไม่มีการอักเสบติดเชื้อ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรต้องควบคุมความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในอยู่ในเกณฑ์ปกติ และอาจต้องหยุดยาซึ่งส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดบางชนิด
รากฟันเทียมราคาเท่าไหร่
รากฟันเทียมมีราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อของรากเทียมที่คุณเลือกใช้ จำนวนตำแหน่งที่ต้องการใส่รากฟันเทียม และชนิดรวมถึงวัสดุของทันตกรรมประดิษฐ์ที่เลือกใช้ ปัจจุบันการทำรากฟันเทียมมีราคาถูกลงกว่าเดิมและมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 29,000 – 35,000 บ. ต่อหนึ่งซี่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรากฟันเทียม
ในหัวข้อนี้เราจะขอทำการตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียมให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเข้ารับการรักษา
รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานกี่ปี
รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบเหนือการทดแทนฟันประเภทอื่นๆ รากฟันเทียมสามารถอยู่ได้ถึง 20 ปีหรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขอนามัยช่องปากของคนไข้ โดยส่วนใหญ่คนไข้สามารถใช้รากฟันเทียมไปได้ตลอดชีวิต
ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม
การทำรากฟันเทียมเจ็บน้อยกว่าที่คุณคิด ก่อนจะถึงขั้นตอนการใส่รากฟันเทียม คุณหมอจะฉีดยาชาให้ในขั้นตอนนี้คุณอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็จะสบายขึ้น หลังใส่รากฟันเทียมคุณสามารถรับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการได้ อาการปวดจะค่อยๆ หายไปภายใน 2-3 วัน
ข้อสรุป
การทำรากฟันเทียมถือเป็นการทดแทนฟันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด รากฟันเทียมนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้คุณสามารถเคี้ยวอาหารได้ดี และเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มของคุณได้ คุณสามารถทำรากฟันเทียมร่วมกับ ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ จำนวน และตำแหน่งของฟันที่หายไป ปัจจุบันรากฟันเทียมคุณภาพดี มีราคาถูกลง ทำให้คนไข้สามารถเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น
หากคุณมีข้อสงสัย หรือกำลังสนใจอยากทำรากฟันเทียม คุณสามารถติดต่อเราเพื่อทำนัดเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงโทร. 02-114-3274 หรือ LINE @smileseasons.dc

