สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เร่งดำเนินแนวทางออกสู่สากล ขยายความสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พศ. 2566 ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้หารือกับ Mr. Ram Madahv สมาชิกคณะกรรมการบริหารมูลนิธิอินเดีย เพื่อขยายความร่วมมือการใช้แนวทางพุทธปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และการใช้พุทธวิธีการฝึกฝนสมาธิจิตวิปัสสนากรรมฐานในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจพุทธบริษัท อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมาย และปรัชญาสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และเป็นยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน” ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยโครงการธรรมยาตราฯ สามารถสร้างเครือข่ายชาวพุทธในอนุภูมิภาคCLMV ได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสร้างเครือข่ายระหว่างผู้นำประเทศให้ตระหนักถึงหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการบริหารประเทศที่ดี
นอกจากนี้ ดร. สุภชัยฯ และ Mr. Madhav ยังหารือเรื่อง การวางยุทธศาสตร์ให้สถาบันโพธิคยาฯ เป็นศูนย์กลางความรู้และความร่วมมือทางพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมูลนิธิอินเดียเป็นศูนย์กลางภูมิภาคเอเชียใต้ ต่อจากนั้นได้หารือเรื่อง การวางขั้นตอนในการเตรียมงานเพื่อให้มูลนิธิอินเดียเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินโครงการ “ธรรมยาตรา ครั้งที่ 3” ซึ่งจะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2566 และ ดร. สุภชัยฯ ยังเสนอให้ Mr. Madhav พิจารณาจัดการประชุม International Dharma Dhamma Conference ครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทย หรือประเทศในอนุภูมิภาค CLMV เพื่อขยายบทบาทความร่วมมือระหว่างสถาบันโพธิคยาฯ กับมูลนิธิอินเดีย มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในโอกาสนี้ ดร. สุภชัยฯ กล่าวยืนยันความพร้อมที่สถาบันโพธิคยาฯ จะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมดี (Narendra Modi) เรื่อง Century of Asia ในศตวรรษที่ 21 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งในทัศนะนายกรัฐมนตรีโมดี ศตวรรษที่ 21 จะเป็น Century of Asia ไม่ได้ถ้าไม่มีพุทธศาสนาเป็นกลไกเชื่อมโยงประเทศในทวีปเอเชียเข้าด้วยกัน Mr. Madhav ได้รับฟังวิสัยทัศน์ และปรัชญาการดำเนินกิจกรรมของสถาบันโพธิคยาฯ และมองเห็นว่าการร่วมมือกับสถาบันฯ ในการนำหลักพุทธธรรมในพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดสันติสุขอย่างเป็นรูปธรรมได้
วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2566 ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ได้พบกับ Hon. Vidura Wickramanayaka รัฐมนตรีกิจการศาสนาและวัฒนธรรม ประเทศศรีลังกา และได้รับการขอให้สถาบันฯ พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะขยายขอบเขตการดำเนินโครงการธรรมยาตราให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียใต้ด้วย โดยแจ้งว่าศรีลังกายินดีที่จะเข้าร่วมกิจกรรมธรรมยาตราหากสถาบันฯ มีแผนที่จะดำเนินโครงการในครั้งต่อไป
นอกจากนี้ ดร.สุภชัยฯ ยังได้รับคำเชิญจาก Prof. Kusum Jain อดีตศาสตราจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา University of Rajasthan ให้เดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัย เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กับ University of Rajasthan ในด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา และหลักการปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอีกด้วย
เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา เขตรัฐพิหาร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดียในด้านการศึกษาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและมนุษยวิทยา ปัจจุบันได้รับการก่อตั้งขึ้นใหม่โดยรัฐบาลอินเดีย และพยายามคงดำเนินการศึกษาด้านปรัชญาและองค์ความรู้ทางด้านการศึกษาให้ใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยนาลันทาเดิม ซึ่งสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 800 โดยราชวงศ์คุปตะ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พุทธธรรม และเป็นที่เก็บพระอัฐิธาตุพระสารีบุตร โดยในวันนี้ดร. สุภชัยฯ ได้เข้าพบและหารือกับ Prof. Sunaina Singh รองอธิการบดีฯ เกี่ยวกับความร่วมมือ 3 ฝ่ายระหว่างสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยนาลันทาในด้านการศึกษาพระพุทธศาสนาใน 3 ระดับ ได้แก่ (1) หลักสูตรร่วมการศึกษา วิปัสสนากรรมฐานภาคการปฏิบัติ ระยะสั้น 1 เดือน โดยจะศึกษา ณ มหาวิทยาลัยใดก็ได้ (2) หลักสูตรร่วมการศึกษาปรัชญา และองค์ความรู้หลักพระพุทธศาสนา ระยะสั้น 3 เดือน หลักสูตรนี้นักศึกษาจะได้รับหน่วยกิต 5-10 หน่วยกิต และจะศึกษา ณ มหาวิทยาลัยใดก็ได้ (3) หลักสูตรการศึกษาร่วมปริญญาโท ด้านพระพุทธศาสนา โดยนักศึกษาจะต้องเลือกเรียนวิชาในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง แห่งละ 1 ปี หลักสูตรนี้ กำหนดให้มหาวิทยาลัยทั้ง 2 ต้องทำความตกลงเพื่อให้มีการยอมรับและรับรองหลักสูตรระหว่างกัน
Prof. Singh เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ดร. สุภชัยฯ และพร้อมที่จะทำความตกลง 3 ฝ่ายโดยเร็ว ที่สุดเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในการนี้ Prof. Singh ได้เสนอให้ทั้ง 3 ฝ่ายแลกเปลี่ยนร่างความตกลงเพื่อเร่งกระบวนการพิจารณาในทำความตกลง ในส่วนของฝ่ายไทย สถาบันโพธิคยาฯจะเร่งหารือกับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยเพื่อจัดทำความตกลง 3 ฝ่ายให้ประสบผลโดยเร็วต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2566 ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมโพธิวงค์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ,ดร.) หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และผู้อำนวยการสถาบันโพธิคยาฯ ณ วัดไทยพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อรายงานผลการประชุมทางวิชาการของ The 7th International Dharma Dhamma Conference และรายงานผลการหารือทวิภาคีระหว่างสถาบันฯ กับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ โดยพระธรรมโพธิวงศ์ ได้แนะนำให้เสริมบทบาท และการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น สำหรับพระธรรมทูต ให้เข้าใจในปรัชญาเชิงลึกของพระพุทธศาสนา และให้องค์กรระหว่างประเทศได้เข้าใจในหลักวิชาพุทธศาสตร์ นิกายเถรวาท เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับปูพื้นฐานการนำพุทธศาสนาเถรวาทกลับคืนสู่ดินแดนพุทธภูมิ ให้สมตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าอโศกมหาราช ในการส่งเสริม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปสืบไป

