ไมเกรนนั้นมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสมองโดยตรง เพราะการปวดไมเกรนไม่ใช่การปวดศรีษะ แต่ถือกันว่าเป็นการผิดปกติของระบบสมอง
นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง จาก BTX migraine center ศูนย์ รักษาไมเกรน โดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ทำการรักษาผู้ป่วยไมเกรนมามากกว่า 1,000 เคส เล่าถึงความเกี่ยวข้องของไมเกรนและระบบสมอง “อาการปวดศีรษะไมเกรนจะพบความผิดปกติของสมองหลายส่วน สมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปธาลามัส” (Hypothalamus) ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ เป็นส่วนที่ควบคุมความอยากขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นความอยากอาหาร นอน ตื่นนอน อุณหภูมิร่างกาย รวมทั้งฮอร์โมนในร่างกายจะเป็นส่วนที่เริ่มทำงานผิดปกติก่อน ต่อมาก้านสมอง (Brain stem)นั้นจะส่งสัญญาณความปวดไปยังเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 โดยที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 จะเกิดการอักเสบในส่วนปลายของเส้นประสาท จะไปกระตุ้นให้ศรีษะและใบหน้ารับความรู้สึกไวขึ้น มีอาการปวดศรีษะ รู้สึกถึงการเต้นของเลือดบริเวณศรีษะ ทำให้การปวดศรีษะนั้น รู้สึกว่าเป็นการปวดแบบตุบ ๆ”
ความเสี่ยงของผู้ป่วยไมเกรนกับโรคที่เกี่ยวกับสมองนั้นมีหลายอย่าง ดังนั้นเราจึงมองกันไปที่ว่าถ้ามีการรักษาสมองให้สามารถบรรเทาอาการกระตุ้นหรือการรับรู้สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรนได้ อาการของผู้ป่วยไมเกรนก็จะดีขึ้น อาการปวดน้อยลง ความถี่ของการปวดก็จะห่างกันมากกันมากขึ้น “ผู้ป่วยไมเกรนหลายคนทรมานมาก” จากที่รักษาผู้ป่วยมากกว่า 1,000 เคส นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด เห็นอาการและความทรมานของผู้ป่วยมาเกือบทุกรูปแบบ “การกินยาเพื่อระงับความปวดช่วยได้เป็นบางเคส แต่ถ้าเคสไหนมีอาการหนัก การต้องเพิ่มปริมาณยาขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน สำหรับหมอที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยไมเกรน เลยมีความตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องทรมานกับอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งการรักษาไมเกรนด้วยการดูแลที่ระบบสมองโดยตรงนั้น ถือว่าเป็นอีกวิธีที่จะทำให้อาการปวดไมเกรนดีขึ้น”
อาการของไมเกรนนั้นจะมีภาวะหลายอย่างที่จะไปกระตุ้นระบบสมองซึ่งจะไวต่อการรับรู้มากกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเครียด , การอดนอน ,แสงจ้า ,เสียงดัง,ระหว่างมีประจำเดือนในเพศหญิง หรือ อาหารบางชนิด ซึ่งผู้ป่วยไมเกรนนั้นอาจจะมีอาการเตือนก่อนจะเกิดอาการปวดหัว อาจจะมีอาการปวดตึงตามต้นคอ อารมณ์แปรปรวน เห็นแสงระยิบระยับ เห็นแสงไฟสีขาวมีขอบหยึกหยัก หรือภาพเบลอหรือบิดเบี้ยว จนถึงเมื่อเกิดอาการปวดหัวก็ปวดจนอาจทำอะไรไม่ได้กระทบกับชีวิตประจำวัน พอหายปวดหัวแล้ว ก็อ่อนเพลีย วิงเวียน เกิดอาการสับสน หรือไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
“ถ้าปล่อยให้ไมเกรนเป็นอย่างต่อเนื่อง แล้วไม่ได้รักษาให้ตรงจุด ซึ่งเรามองว่าการรักษาของไมเกรนนั้นตรงกับเรื่องสมอง แพทย์ที่เชี่ยวชาญระบบสมองจึงเข้ามีส่วนในการดูแลลผู้ป่วยไมเกรนโดยตรง”นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง จาก BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง ได้บอกถึงความสำคัญของแพทย์ระบบประสาทและสมองที่เกี่ยวข้องในการรักษาไมเกรน “BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง จึงได้เล็งเห็นว่า การใช้โบท็อกไมเกรน สามารถรักษาอาการปวดหัวเรื้อรังได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลได้จริง ด้วยการฉีด Botulinum toxin เพื่อรักษาไมเกรนนั้นได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองอย่างเป็นทางจาก U.S FDA Approved องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2010 ได้รับการันตีอย่างเป็นทางการแล้วว่าสามารถที่จะช่วยลดอาการปวดหัว รักษาไมเกรนและอาการอื่นๆ ตามประสาทและสมองได้จริง”
“ถ้าถามว่าฉีดโบท๊อกช่วยรักษาไมเกรนได้อย่างไร เมื่อเราฉีดโบท๊อกไมเกรนแล้วหลังจากฉีดไปแล้วจะส่งผลเข้าไปช่วยยับยั้งบริเวณปลายประสาทที่จะเป็นตัวส่งอาการ สัญญาณความปวดต่างๆ ไปยังสมอง และนั่นก็ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีอาการที่ทุเลาลง การฉีดจะช่วยให้อาการปวดหัวไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังลดระดับความรุนแรงลงได้ โดยการรักษาด้วยวิธีนี้ ควรจะต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสมองโดยตรงเท่านั้น” นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง จาก BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง ทิ้งท้ายสำหรับการรักษาไมเกรนกับการฉีดโบท๊อก
สำหรับผู้ป่วยไมเกรนที่มีอาการเรื้อรังและต้องการรักษาอาการปวดไมเกรน ต้องการรับคำปรึกษาหรือจองคิวการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและการรักษาไมเกรน สามารถติดต่อได้ Line@ayaclinic หรือ 090-970-0447 BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง

