กรมการข้าว มีนโยบายมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มชาวนาและการสนับสนุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพ ได้ผลผลิตสูง และมีต้นทุนการผลิตลดลง ภายใต้มาตรการที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ.4406) ผ่านระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือก ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – Rice Regulator System : e – RRS) และระบบการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ.4406) ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – GAP Seed : e – GS)

นายชิษณุชา บุดดาบุญ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ กรมการข้าว เปิดเผยว่า ระบบการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานภายใต้พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะมีบุคลากรของกรมการข้าว หรือที่เรียกว่าสารวัตรข้าว ทำหน้าที่ตรวจสอบสถานที่รวบรวมและสถานที่ขายเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าวตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช ป้องกันไม่ให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้มาตรฐานออกไปสู่ตลาดเมล็ดพันธุ์ โดยบทบาทของสารวัตรข้าว จะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพปฏิบัติงาน ทั้งด้านการตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ ดูแลและตรวจสอบสถานประกอบธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว และการเก็บพยานหลักฐานตามหลักการสืบสวนสอบสวนของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา ผ่านระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือก ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e -Rice Regulator System : e – RRS) รวมทั้งกรมการข้าวยังให้การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ. 4406) หรือ GAP Seed ผ่านระบบ e-GS แบบ End-to-End Process ตั้งแต่การยื่นคำขอจนได้รับการรับรอง เพื่อส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือกคุณภาพ ให้เกิดระบบการตามสอบย้อนกลับ (Traceability) ของข้าวคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของภาคการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งระบบของประเทศต่อไป

“เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ.4406) นั้น มีไว้เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดี ซึ่งในปี 2566 กรมการข้าว มีเป้าหมายการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกลุ่มเกษตรกร ศูนย์ข้าวชุมชน สหกรณ์การเกษตร สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย และภาคเอกชนทั่วไป โดยจะพัฒนาสถานที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมฯ จำนวน 20 แห่ง และพัฒนาระบบควบคุมภายใน ขอบข่ายแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 309 กลุ่ม เพื่อให้ได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ปริมาณ 25,000 ตัน โดยมีแนวทางการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพด้วยการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรตระหนักและกลับมาใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีในการเพาะปลูกมากขึ้น สนับสนุน ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต การปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือ GAP Seed เพื่อพัฒนาการปลูกข้าวของเกษตรกรและการเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงช่วงฤดูปลูกให้กับเกษตรกรที่เก็บพันธุ์ของตนเองไว้ใช้เพาะปลูก” นายชิษณุชา กล่าว

ด้าน นายขจร โนวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรมการข้าวได้รับแจ้งความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อปลูกในพื้นที่นาทั่วประเทศประมาณ 60 ล้านไร่ หรือประมาณ 1,300,000 ตัน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ส่วนนี้ มีผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จากหลายภาคส่วน อาทิ กรมการข้าว ผลิตอยู่ประมาณ 90,000 – 120,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน ประมาณ 110,000 ตัน สหกรณ์การเกษตรประมาณ 40,000 ตัน และภาคเอกชนประมาณ 400,000 ตัน แต่ที่ผ่านมา การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกรจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่นอกเหนือจากภาครัฐ ในบางฤดู พบว่ามีการร้องเรียนว่าไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้คุณภาพข้าวเปลือกของพี่น้องชาวนาไม่เป็นที่ต้องการของโรงสี ทำให้ชาวนามีรายได้ต่ำ ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวนามากกว่าเดิม กรมการข้าว จึงเล็งเห็นความสำคัญของสารวัตรข้าว ให้เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม กำกับ ดูแลภายใต้พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ช่วยให้ชาวนาได้รับความเป็นธรรมในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับการเพาะปลูก

“ปัจจุบัน จำนวนของสารวัตรข้าว ซึ่งเป็นข้าราชการของกรมการข้าว ยังมีไม่เพียงพอต่อกลุ่มชาวนาที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบล 60,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ดังนั้น สิ่งที่กรมการข้าวต้องการเป็นอย่างยิ่งคือการสร้างชาวนาอาสา ซึ่ง นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้มีนโยบายให้พี่น้องชาวนาเข้ามามีส่วนร่วมกับกรมการข้าว ด้วยการสมัครเป็นชาวนาอาสา กระจายทั่วประเทศ หมู่บ้านละ 1 – 3 คน ซึ่งจะได้ชาวนาอาสาไม่น้อยกว่า 180,000 คน รวมกับตัวแทนของศูนย์ข้าวชุมชน 6,000 ศูนย์ทั่วประเทศ ก็จะช่วยเป็นหูเป็นตาในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของพี่น้องชาวนาให้เป็นไปตามมาตรฐาน สอดคล้องกับพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง มีผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น” นายขจร กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นหนึ่งในศูนย์ข้าวชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับชุมชนและเกษตรกรผู้สนใจเมล็ดพันธุ์ และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้มาตรฐานตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ. 4406) หรือ GAP Seed โดย นางสาวชาญพิชญ์คูณ ประสุขทวีสิน ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีนคร เปิดเผยว่า กลุ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 แต่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ข้าวชุมชนเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 มีจุดแข็งคือสมาชิกทั้งหมดเน้นทำนาให้มีคุณภาพ โดยปลูกด้วยวิธีปักดำเป็นหลักเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ตรงตามมาตรฐาน GAP : Seed จำหน่ายให้กับกรมการข้าวเกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรนอกพื้นที่ในเชิงพาณิชย์ ภายใต้ข้อกำหนดของพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว การปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ และการบรรจุภัณฑ์เพื่อจำหน่าย โดยมี กรมการข้าวได้เข้ามาสนับสนุน ตั้งแต่องค์ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว การสนับสนุนเครื่องจักร เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือในกิจกรรมการต่างๆ เป็นต้น โดยพันธุ์ข้าวที่ศูนย์ฯ ผลิต ประกอบด้วย พันธุ์ กข49 กข61 กข41 กข85 พิษณุโลก 2 และพันธุ์ กข95 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวน้องใหม่ที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“การส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีต่างๆ ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จากกรมการข้าว ทำให้ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีนคร มีความเข้มแข็ง สามารถเลี้ยงตัวเองได้จากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวสาร และข้าวแปรรูปต่างๆ โดยในแต่ละปีทางศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีนครจะมียอดจำหน่ายพันธุ์ข้าวได้เฉลี่ย 600 – 800 ตัน สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสมาชิก ทางศูนย์ฯ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพให้กับชุมชนและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งหากเกษตรกรท่านใดต้องการพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน GAP : Seed ติดต่อได้ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีนคร โทร. 061-1564563 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก ศรีนครพันธุ์ข้าว” นางสาวชาญพิชญ์คูณ กล่าวทิ้งท้าย

