กรมทรัพยากรน้ำ เตรียมเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Ramsar Site เพิ่มอีก 4 แห่ง

3.04.23 | 15:10 น.

จากนโยบายการด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐในการสร้างมั่นคงด้านด้านทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะและพื้นที่ชุ่มน้ำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์เป้าหมายและตัวชี้วัดของกรมทรัพยากรน้ำ จึงได้ริเริ่มโครงการฯ ดำเนินงานจัดทำ Information Sheet จำนวน 4 แห่ง เพื่อเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ Ramsar Site ตามพันธะที่ต้องดำเนินตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรืออนุสัญญาแรมซาร์

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นแหล่งรองรับน้ำและกักเก็บน้ำนั้น มีสภาพเสื่อมโทรม และมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ เช่น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพัฒนาชุมชนเมือง ซึ่งปัญหาดังกล่าวนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นและมีแนวโน้มจะเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้การบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศมีความซับซ้อนมาก ทั้งในเรื่องกระบวนการในการทำงานที่ต้องใช้ข้อมูลหลากหลายและต้องใช้สหวิทยาการในการบริหารจัดการ รวมทั้งพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรืออนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention)”

นายวรวิทย์ ชัยวิมลกุล ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ  เสริมว่า “ในปี 2566 นี้ กรมทรัพยากรน้ำ โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ได้ขับเคลื่อนแนวทางการอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำ โดยได้จัดทำโครงการค่าใช้จ่ายในการจัดทำ Information Sheet เพื่อเสนอ Ramsar Site ของประเทศไทย 4 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สำรวจ ความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำจำนวน 4 แห่ง ตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวนพื้นที่ที่พิจารณา 97 พื้นที่ (พื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ และ ระดับชาติ)  เพื่อเตรียมเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีศักยภาพในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ตามพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรืออนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาทบทวนไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนงานและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีศักยภาพที่จะเสนอเป็นแรมซาร์ไซต์เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับเสนอขึ้นเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ ต่อไปและที่สำคัญ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจากการรับภารกิจด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำโดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเป็นหน่วยงานดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำ”

Advertisement

พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นระบบนิเวศหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ พืช และสัตว์ ถึงแม้ว่า ในปัจจุบันปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการสูญหายและความเสื่อมโทรมของพื้นที่ชุ่มน้ำ คือการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินจากฝีมือของมนุษย์ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นทำให้สถานการณ์ของชนิดพันธุ์และระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำมีความเปราะบางเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงและสูญหายของระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำในศตวรรษนี้และจะส่งผลให้ปัจจัยอื่น ๆ มีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นบึงน้ำจืด ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2554 และ 2557 ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยเป็นระยะเวลายาวนาน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานในระดับนานาชาติ คือ การเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรืออนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาล โดยกำหนดกรอบการทำงานสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก โดยสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ในลำดับที่ 110 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 รวมถึงการเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศไทยเข้าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ ในทะเบียนรายนามของอนุสัญญาฯ ซึ่งประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ จำนวน 15 แห่ง

การดำเนินงานในระดับชาติ ประเทศไทยได้มีการศึกษาสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ ในปี 2539 เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ซึ่งจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นป่าชายเลน ป่าพรุ หนอง บึง สนุ่น ทะเลสาบ และแม่น้ำกระจายอยู่ทั่วประเทศ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 22.88 ล้านไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 6.75 ของพื้นที่ประเทศไทย

เอกสาร Information sheet เป็นเอกสารจัดทำเบื้องต้น โดยเป็นข้อมูลของพื้นที่ดังกล่าว ว่ามีความสำคัญในด้านนิเวศอย่างไร เช่น มีนกหายาก หรือสัตว์อื่น ๆ หรือมีพันธ์ุพืชที่สำคัญในพื้นที่ โดยหลังจากจัดทำเอกสารเสร็จแล้ว ผู้ว่าฯ ลงนามเห็นชอบ จะเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณา หากเห็นชอบจะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้เป็น Ramsar Site ของประเทศไทย และเสนอเอกสารดังกล่าวต่อเลขานุการอนุสัญญาแรมซาร์ เพื่อพิจารณาต่อไป