‘ลุงป้อม’ หนุนอุตสาหกรรมไทยเข้าร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ผลักดันรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าใน กทม.
เมื่อวันที่ 5 เมษายน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ร่วมกับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเข้าร่วมดำเนินงานและขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มดำเนินงานด้านกรดไนตริกเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีค่าศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงถึง 265 เท่าของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาดว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ ประมาณ 130,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ช่วยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนและอุตสาหกรรมไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) แผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของประเทศไทย มาตราส่วน 1 : 250,000 ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง 135,000 ตารางกิโลเมตร และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมการรับมือเพื่อลดความสูญเสียและความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดย ทส.จะมีการจัดทำแผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของประเทศไทยที่มีความละเอียดมากขึ้นในระดับจังหวัดและระดับชุมชน ในระยะต่อไปรับทราบ โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice GCF) เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินต่อกองทุนภูมิอากาศสีเขียว เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีของเกษตรกรไทยไปสู่การทำนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พื้นที่ดำเนินการ 4.5 ล้านไร่ ครอบคลุม 21 จังหวัดในภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ การจัดทำแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต และการผลักดันโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ในวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง ครั้งที่ 2/2566 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และจัดการช้างนำไปสู่การจัดการปัญหาช้างป่าทั้งในพื้นที่อนุรักษ์และในพื้นที่ชุมชน การกำหนดมาตรการต่าง ๆ และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และจัดการช้าง โดยคณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบ กรอบมาตรการแก้ไขปัญหาช้างป่า 6 ด้าน ได้แก่ (1) การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่า (2) แนวป้องกันช้างป่า (3) ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า และเครือข่ายชุมชน (4) การช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า (5) การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน และ (6)การควบคุมประชากรช้างป่า ด้วยวัคซีนคุมกำเนิด เพื่อเป็นแนวทางการจัดการช้างป่าและการบริหารจัดการพื้นที่ นำไปสู่การอนุรักษ์และการจัดการประชากรช้างป่าให้มีปริมาณที่สมดุล ลดปัญหาระหว่างคนกับช้างป่า ทำให้เกิดการอนุรักษ์และจัดการช้างป่าอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืนต่อไป

